Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ทิพยประกันภัย แจงรับประกันเงินกู้ครู



ข่าวจากหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน 2558 ได้นำเสนอข่าว บริษัท ทิพยประกันภัย ชี้แจงการรับทำประกันกลุ่มครู ตามโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. ย้ำสมาชิกโปร่งใส-ยุติธรรม ย้ำเป็นไปตามความสมัครใจ

เรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยจาก นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ทิพยประกันภัย ว่ากรณีที่สมาชิกกองทุนฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนสมาชิกครู (ช.พ.ค.) ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ให้ตรวจสอบโครงการปล่อยกู้ของธนาคารออมสิน และบมจ.ทิพยประกันภัย ซึ่งเป็นผู้รับประกันสินเชื่อครู นั้น ยืนยันว่า บมจ.ทิพยฯ ได้เข้าไปรับทำประกันกลุ่มครู ตามโครงการเงินกู้ ช.พ.ค. เมื่อ 5 ปีก่อนภายใต้ชื่อกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุสุขภาพสินเชื่อปลอดภัยทั้งนี้ สาเหตุที่ผู้กู้เงินต้องมีหลักประกันนั้น เนื่องจากที่ผ่านมาการกู้เงินของธนาคาร ต้องมีการรวมกลุ่มย่อย เพื่อค้ำประกันซึ่งกันและกัน หากผู้กู้รายใดเสียชีวิตและผู้ค้ำประกันไม่ต้องการรับภาระหนี้สินระหว่างกัน ในกลุ่มย่อย จึงทำให้ต้องมีระบบประกันภัยเข้ามารองรับ เพื่อไม่เป็นภาระของผู้ค้ำประกันและทายาท หากผู้กู้เสียชีวิต

นายสมพรยังกล่าวต่อว่า การทำประกัน จึงเป็นทางเลือกหนึ่งของผู้กู้ รวมทั้งยังทำให้ได้รับอนุมัติวงเงินกู้ที่สูงขึ้นและง่ายขึ้น รวมทั้งการทำประกันสินเชื่อ ยังเป็นไปตามความสมัครใจของผู้กู้และเป็นไปตามเงื่อนไขการกู้เงิน ที่ระบุไว้ในแบบคำขอกู้จากธนาคาร โดยผู้กู้สามารถเลือกที่จะทำประกันหรือไม่ทำประกันก็ได้ และสามารถยกเลิกกรมธรรม์ได้ แต่ทายาทและผู้ค้ำประกัน อาจต้องเข้ามารับผิดชอบภายหลัง ขณะเดียวกันเนื่องจากเป็นการประกันกลุ่ม ดังนั้นผู้ที่มีหน้าที่เก็บกรมธรรม์จึงต้องเป็นเจ้าหนี้คือธนาคารออมสิน และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคคลากรทางการ ศึกษา ในฐานะที่ดูแลช.พ.ค. โดยผู้กู้เงิน จะออกเป็นใบสรุปเงื่อนไขความคุ้มครองให้

ทั้งนี้หากผู้กู้ต้องการได้กรมธรรม์ฉบับจริงก็ให้แจ้งบริษัทฯ เพื่อพิจารณา แต่กรณีการประกันกลุ่มนั้น จะไม่ออกกรมธรรม์จริงให้ลูกค้าอยู่แล้ว นอกจากนี้ผู้กู้เงินยังสามารถยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัย สามารถทำได้เช่นกัน แต่เนื่องจากกรมธรรม์เป็นการประกันภัย เพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อที่ผู้เอาประกันเป็นผู้กู้เงิน โดยระบุให้ธนาคารออมสินเป็นผู้รับผลประโยชน์ตามกรมธรรม์เป็นลำดับแรก เพื่อวัตถุประสงค์ลดภาระของทายาทของผู้กู้และผู้ค้ำประกัน การยกเลิกอาจทำให้บุคคลเหล่านี้ได้รับความเดือดร้อนในภายหลังและเงื่อนไขการ กู้อาจเปลี่ยนแปลงไป

"กรมธรรม์ของบริษัทมีข้อดีและจุดเด่น ต่างจากบริษัทประกันชีวิตทั่วไป และหากผู้กู้เสียชีวิตในกรณีที่กำหนดไว้ บริษัทจะเป็นผู้ชำระหนี้กับธนาคารออมสินทั้งหมด และถ้ามีเงินเหลือ ธนาคารออมสินจะส่งคืนทายาทต่อไป โดยที่ผ่านมาได้จ่ายค่าสินไหมให้ผู้ที่ทำประกันไว้เกือบ 7,000 ราย คิดเป็นค่าสินไหม 6,500 ล้านบาท จากเบี้ยที่รับมาประมาณ 10,000 ล้านบาท" นายสมพรกล่าว

 

อ่านเพิ่มเติมได้ที่  หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ วันที่ 8 มิถุนายน 2558


โพสเมื่อ : 08 มิ.ย. 58   อ่าน 275 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ก้าวที่ไม่หยุดยั้งรร.วัดพระแท่นดงรัง’โรงเรียนพระราชทาน’การันตีผลงานดีเด่น
22 ธ.ค. 53 | อ่าน 9445 ครั้ง
เด็กไม่สนเรียนวิทย์แถมออกกลางคันเพียบ
20 ม.ค. 59 | อ่าน 338 ครั้ง
ชงหลักสูตรใหม่ตรงทักษะเด็กศธ.ร่วมยูเอ็นผุดสาขาเศรษฐกิจสร้างสรรค์
15 ก.ย. 54 | อ่าน 33073 ครั้ง
เกณฑ์ใหม่! ประเมิน "ผอ.ร.ร." ไม่ผ่านปีแรก ลดสถานะเป็นครู
05 ก.ย. 59 | อ่าน 223 ครั้ง
เผยรายชื่อครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี11ประเทศ
05 ส.ค. 58 | อ่าน 494 ครั้ง
คุรุสภา เตรียมให้สถาบันผลิตครูเพิ่มมาตรฐานความรู้ในวิชาที่ครูจะสอน ในมาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ
20 ส.ค. 53 | อ่าน 11872 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.