Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สรรเสริญ ยัน โยกย้ายบิ๊กศธ. เพื่อลุยปฏิรูปการศึกษา ยันบิ๊กตู่ ใช้ม.44อย่างมีเหตุผล



เมื่อวันที่ 18 เมษายน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ที่ 6/2558 เกี่ยวข้องกับการโยกย้ายตำแหน่งหน้าที่หน้าที่ของข้าราชการ ในกระทรวงศึกษาธิการว่า ตั้งแต่ที่ คสช.เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวห้นา คสช.มีแนวทางและนโยบายในการปฏิรูปด้านต่างๆรวมทั้งด้านการศึกษา จึงจำเป็นที่จะต้องจัดบุคลากรให้เหมาะกับความรู้ความสามารถ คำสั่งที่ออกมานั้นจะเห็นได้ว่า แต่ละบุคคลมีแนวทางการเจริญเติมโตในหน้าที่แบบใด และวันนี้เราจึงปรับให้บุคลากรเหล่านั้นกลับที่ทำงานที่ถนัดในทิศทางที่ได้ เจริญเต็มโตมา เพราะที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองมีการแต่งตั้งบุคลากรที่ไม่ตรงกับความสามารถ เช่น นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนหน้านี้มีความรู้และเติบโตมาจากสภาการศึกษา จึงปรับไปเป็นเลขาธิการสภาการศึกษา เป็นต้น ซึ่งหากมีการปรับเมื่อตอนที่ คสช.เข้ามาใหม่ๆก็อาจจะถูกมองว่าเข้าไปแทรกแทรงจึงได้ให้ระยะเวลาผ่านมาจน 6 เดือน ก็ได้เริ่มทำกัน เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ เห็นว่า ถ้าหากปรับบุคลากรให้ตรงกับความรู้ความสามารถก็จะทำให้การปฏิรูปการศึกษารวด เร็วขึ้น

เมื่อถามว่าคำสั่งที่7/2558 มีเรื่องของการให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เกี่ยวข้องกับการมีมูลการทุจริตภายในกระทรวงหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า สำหรับการทุจริตภายในกระทรวงเมื่อมีข้อมูลข่าวสารมา พล.อ.ประยุทธ์ ได้ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ซึ่งพบว่ามีความเป็นไปได้ และได้มีคำสั่งให้คณะกรรมการที่เกี่ยวข้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ จากนั้นก็ให้คณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ(คตร.) เข้าไปตรวจสอบ แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการทุจริตจริงหรือไม่ แต่มีการร้องเรียนมา เมื่อมีการตรวจสอบเบื้องต้นว่ามีมูลอาจเป็นไปได้ เราก็ให้ คตร.เข้าไปตรวจ จึงให้ผู้ที่เกี่ยวข้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ไปก่อน เพื่อการตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพ คงไว้เฉพาะตำแหน่งที่มีความจำเป็น

“การปรับเปลี่ยนตำแหน่งในกระทรวงจะเกี่ยวกับเรื่อง 100 ข้าราชการส่อเกี่ยวข้องกับทุจริต หรือไม่ ไม่สามารถตอบได้ และขณะนี้ยังไม่เหมาะสมที่จะเปิดเผยว่า 100 รายชื่อมีใครบ้าง ข้อมูลมีอยู่แต่ต้องตรวจสอบในรายละเอียด” พล.ต.สรรเสริญ กล่าว

เมื่อถามว่าทุกกระทรวงต่างมีปัญหา จะมีคำสั่งลักษณะนี้ออกมาอีกหรือไม่ พล.ต.สรรเสริญ กล่าวว่า เป็นอำนาจหน้าของ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะหัวหน้า คสช.จะดำเนินการกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง และไม่ได้หมายความว่ารัฐบาลเพ่งเล็งกระทรวงหนึ่งกระทรวงใด เพราะทุกกระทรวงมีปัญหาของตัวเอง แต่ทุกกระทรวงมีแนวทางแก้ไขและรับนโยบายจากนายกฯ ติดขัดตรวจไหนก็แก้ แก้ไขไม่ได้เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกฯจะตัดสินใจ ทั้งนี้ ยืนยันว่า พล.อ.ประยุทธ์ ใช้อำนาจในมาตรา 44 อย่างสร้างสรรค์ เราไม่ได้โยกย้ายแต่งตั้งไปตามทิศทางการเมือง เราไม่เคยคิดถึงการเมือง คิดถึงแต่เหตุและผลของการปฏิรูปที่จะทำให้นโยบายต่างๆของรัฐบาลขับเคลื่อน ด้วยเหตุและผล เป็นคำตอบกับประชาชนได้ เรามักจะหลีกเลี่ยงคำว่าเพื่อความเหมาะสม เพราะคำว่าเพื่อความเหมาะสมเหมือนกับเป็นการตอบไปอย่างนั้น แต่จะมีเหตุและผล

 

 

ที่มา มติชนออนไลน์ วันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2558


โพสเมื่อ : 19 เม.ย. 58   อ่าน 289 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
การรับเด็กเพื่อเข้ารับการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาในสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (สำหรับเด็กอายุ 3 ปีบริบูรณ์
16 พ.ค. 60 | อ่าน 358 ครั้ง
ต้องมองหลายด้าน
14 ต.ค. 57 | อ่าน 262 ครั้ง
เทคโนสุรนารี เตือนอาจารย์ดัง หยุดโพสต์ ทำเสื่อมภาพลักษณ์มหาลัย
25 ธ.ค. 57 | อ่าน 321 ครั้ง
จวก ศธ.ยัง "ตัดเสื้อโหล" ปฏิรูปไม่สำเร็จ
19 ต.ค. 58 | อ่าน 563 ครั้ง
กยศ.ร่วมกับศาลแขวงพระนครเหนือ จัดโครงการไกล่เกลี่ย 18-21 ส.ค.นี้
11 ก.ค. 54 | อ่าน 47872 ครั้ง
ชูจัดการศึกษาระบบ 4.0 (Education 4.0)
26 ส.ค. 58 | อ่าน 361 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.