Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


กลับไปรับบำนาญ



สิ่งที่น่าสนใจสำหรับข้าราชการตอนนี้คือ การกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. 2494 ซึ่งออกมาใช้บังคับในลักษณะของพระราชบัญญัติชื่อเดียวกันนี้

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรให้ข้าราชการซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและผู้ รับบำนาญและทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัด ซึ่งเคยเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการที่รับราชการ อยู่ในวันก่อนวันที่บทบัญญัติ หมวด 3 สมาชิกและ สิทธิประโยชน์ของสมาชิกแห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539 ใช้บังคับ สามารถกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2494 ได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

เผื่อว่าใครยังไม่เห็นรายละเอียดทั้งหมดของกฎหมายใหม่ที่เพิ่งผ่านสภา นิติบัญญัติออกมาได้ไม่นานและจะมีผลใช้บังคับในตอนต้นเดือนธันวาคม 2557 คือเมื่อพ้นกำหนด 30 วันนับแต่วันประกาศในราช- กิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งเป็นวันที่ 13 พฤศจิกายน 2557

ขอหยิบเอาสาระสำคัญของเรื่องนี้มาบอกกล่าวกันพอสังเขป เช่น บุคคลที่มีสิทธิขอกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ คือ

1.ข้าราชการซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ.2539

2.ผู้รับบำนาญอยู่ในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ซึ่งเคยเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการดังกล่าว

3.ทหารกองหนุนมีเบี้ยหวัดซึ่งเคยเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการดังกล่าว

บุคคลทั้งสามประเภทนั้น หากมีความประสงค์จะกลับไปใช้สิทธิในบำเหน็จบำนาญตามพระราชบัญญัติบำเหน็จ บำนาญข้าราชการฯ ให้แสดงความประสงค์ได้ตั้งแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับจนถึงวัน ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ.2558

แล้วมีข้อกำหนดต่างๆให้ครอบคลุมครบถ้วน รวมทั้งวิธีการการแสดงความประสงค์ ให้แสดงความประสงค์ต่อส่วนราชการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลัง กำหนด และผู้ซึ่งได้แสดงความประสงค์ไว้จะถอนคืนการแสดงความประสงค์นั้นมิได้ แต่ถ้าผู้แสดงความประสงค์ถึงแก่ความตายก่อนวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ.2558 ให้ถือว่าการแสดงความประสงค์เป็นอันสิ้นผล

นอกจากนั้นเป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการมีสิทธิได้รับเฉพาะเงินสะสมและผล ประโยชน์ตอบแทนของเงินสะสม แต่ไม่มีสิทธิได้รับเงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนของเงินดังกล่าว โดยให้กองทุนจ่ายคืนเงินสะสมและผลประโยชน์ตอบแทนของเงินสะสมแก่ข้าราชการผู้ นั้น และให้กองทุนนำส่งเงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนของเงินดังกล่าวเข้าบัญชีเงินสำรอง

แต่ถ้าใครได้รับเงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนของเงินดังกล่าวไปแล้วก็มีหน้าที่ต้องจ่ายคืนให้กองทุน ด้วย ถ้าไม่มีเงินก้อนยังสามารถผ่อนได้อีกด้วย

ลองปรึกษาหารือกันดูว่ารูปแบบไหนจะได้ประโยชน์แก่ตัวท่านเองมากกว่ากัน แล้วค่อยตัดสินใจกันอีกที เพราะมีทั้งผลดีและผลเสียซึ่งมีหลายปัจจัยเป็นองค์ประกอบโดยยังมีเวลาถึง กลางปีหน้าโน่นแน่ะ.

 

โดย “ซี.12”

 

ที่มา ไทยรัฐ 25 พ.ย. 2557


โพสเมื่อ : 25 พ.ย. 57   อ่าน 580 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มาดูกัน..แอดมิชชัน 59 มหาลัยไหนรับเท่าไหร่!
05 พ.ค. 59 | อ่าน 668 ครั้ง
ป.3-ป.6สอบเอ็นที 23-24 ก.พ.นี้
21 ก.พ. 54 | อ่าน 14473 ครั้ง
พื้นที่ระงมกคศ. โยน’เผือกร้อน’ ชี้ขาดครูผู้ช่วย
25 มี.ค. 56 | อ่าน 878 ครั้ง
ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว จะเป็นครู ทำอย่างไร?
27 เม.ย. 58 | อ่าน 752 ครั้ง
เลขา กพฐ. ลงพื้นที่เยียวยา ครูไม่ได้รับการบรรจุหลังจากไปสอนได้ 5 เดือน
06 พ.ย. 60 | อ่าน 748 ครั้ง
ปรับ ผอ. ตกค้างเป็น "คศ.4"
14 ก.ย. 53 | อ่าน 17544 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.