Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สพฐ.เสริมจุดอ่อนยกระดับโอเน็ต



สพฐ.เสริมจุดอ่อนยกระดับโอเน็ต

“กมล”ยืดอกพร้อมรับผิดชอบผลงาน พิจารณาตัวเองถ้าคะแนนโอเน็ตไม่กระเตื้อง มั่นใจร่วมมือสทศ.อุดจุดอ่อนได้

ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวระหว่างการประชุมสัมมนาผู้อำนวยการโรงเรียนในโครงการพัฒนาการบริหารรูป แบบนิติบุคคล ประจำปีงบประมาณ 2557 จำนวน 114 แห่ง เมื่อเร็ว ๆ นี้ ว่า ขอให้สถานศึกษาทุกแห่งเร่งวางแผนด้านวิชาการเพื่อยกระดับศักยภาพของเด็กไทย ซึ่งจะประเมินจากผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต ประจำปีการศึกษา 2557 ที่จะมีการสอบในช่วงต้นปี 2558 และขอให้นักเรียนทำคะแนนเฉลี่ยเกินร้อยละ 50 หรืออย่างน้อยต้องเพิ่มขึ้นจากเดิม ทั้งนี้หากคะแนนในภาพรวมนั้นเฉลี่ยโอเน็ตทั้งประเทศไม่เพิ่มขึ้นจากประมาณ ไม่เกินร้อยละ 40 ในปีก่อน ตนพร้อมจะพิจารณาตัวเอง และพร้อมย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่นหากผู้บังคับบัญชาเห็นสมควร

"ผมเป็นข้าราชการ คงไม่สามารถพูดต่อผู้บังคับบัญชาได้ว่า หากไม่สำเร็จตามที่ตั้งใจจะขอลาออก ข้าราชการ ทำแบบนั้นไม่ได้ แต่ก็เป็นเหมือนความในใจ เป็นความตั้งใจที่จะพยายามผลักดันให้ผลการจัดการศึกษาดีขึ้น เนื่องจากงานด้านการศึกษาใช้เวลายาวนานเป็นสิบปีกว่าจะเห็นผล แต่คะแนนโอเน็ตก็สามารถเป็นคำตอบให้สังคมได้ ผมจึงตั้งใจจะใช้ตัวนี้เป็นเกณฑ์ในการประเมินตัวเองด้วย”เลขาธิการ กพฐ.กล่าวและว่า สำหรับคะแนนโอเน็ตเฉลี่ยระดับประเทศปีล่าสุด ระดับชั้น ม.3 มี 7 จาก 8 วิชาที่ได้คะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าร้อยละ 45 โดยวิชาที่ได้น้อยที่สุดคือ คณิตศาสตร์ที่ได้คะแนนเฉลี่ยเพียง 25.45 ขณะที่วิชาที่มีคะแนนสูงสุดคือสุขศึกษาร้อยละ 58.30 ซึ่งสอดคล้องกับผลคะแนนโอเน็ตระดับชั้น ม.6 ที่วิชาที่ได้คะแนนสูงสุดและเกินร้อยละ 50 มีวิชาเดียว คือ สุขศึกษา 62.03 ส่วนอีก 7 วิชาได้คะแนนต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยวิชาที่คะแนนต่ำที่สุดคือ คณิตศาสตร์ เพียงร้อยละ 20.48

เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อไปว่า ตนมั่นใจว่าจะสามารถยกระดับคะแนนนักเรียนในปีหน้าได้ เพราะตอนนี้ได้เตรียมการร่วมกับสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.) ในการนำโครงสร้างข้อสอบมาวิเคราะห์เพื่อปรับการเรียนการสอนของโรงเรียน และยังนำข้อมูลผลสอบซึ่งชี้ชัดว่า เด็กโรงเรียนใด จังหวัดใด อ่อนวิชาใด เพื่อจัดการเรียนการสอนเสริมในจุดอ่อนอย่างเข้มข้น ซึ่งตนจะต้องบีบทั้งตัวเองและบีบโรงเรียนให้ทำให้ได้ เพราะเราทำงานด้านการศึกษาต้องมีความรับผิดชอบ เรามีอำนาจในการทำงานแล้ว เราก็ต้องรับผิดชอบต่อผลงานด้วย

ดร.กมล กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่ ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ที่ได้แนะนำให้เด็กไทยต้องเรียนมากขึ้น นั้น ตนเห็นด้วย และยืนยันว่าแนวทางการปรับหลักสูตรในปัจจุบันไม่ได้ต้องการให้เด็กเรียนน้อย ลง แต่มุ่งให้มีความเครียดน้อยลง โดยอาจต้องปรับเปลี่ยนการจัดกระบวนการเรียนการสอนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เช่น เรียนในห้องครึ่งวัน ช่วงบ่ายทำกิจกรรมเสริม เป็นต้น

 

 

ที่มา เดลินิวส์ วันพุธ 10 กันยายน 2557


โพสเมื่อ : 11 ก.ย. 57   อ่าน 352 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ปลุก “แม่พิมพ์”... พลิกฟื้นศรัทธาฉุดการศึกษาชาติพ้นปากเหว : ถึงเวลายกเครื่อง"ครู"
13 ม.ค. 58 | อ่าน 407 ครั้ง
กางรายชื่อสาขาวิชาเอก ที่ใช้ในการคัดเลือกโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ.2560
01 มี.ค. 60 | อ่าน 440 ครั้ง
’ชินวรณ์’แถลงผลงาน1ปี3พ.ค.เปิดช่อง’พ่อแม่-น.ร.-ครู’วิจารณ์
29 เม.ย. 54 | อ่าน 38463 ครั้ง
นร.สอบแพทย์ลืมรูปถ่ายได้เข้าสอบ กสพท.แล้ว
03 พ.ย. 53 | อ่าน 8476 ครั้ง
รมช.กระทรวงศึกษาธิการ มอบเครื่องกันหนาว
18 พ.ย. 53 | อ่าน 14434 ครั้ง
บัญชีกลางเบรกจ่ายเงินครู8% รอตีความ-ผิดกม.ทวงคืน’ชินวรณ์’จี้’กรณ์’เคลียร์
06 มิ.ย. 54 | อ่าน 37760 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.