Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สมาร์ทคลาสรูมส่อแทนแท็บเล็ตแปลงงบจัดซื้อโซน 4 ทำห้องเรียนไอซีทีรูปแบบใหม่นำร่อง




      

          ศึกษาธิการ * คสช.เตรียมใช้ไอซีทีเพื่อการศึกษารูปแบบใหม่แทนแท็บเล็ต ศธ.เสนอ 4 ตัวเลือก สมาร์ทคลาสรูม, สมาร์ทสคูล, อีเลิร์นนิง และสมาร์ทไลบรารี แต่คาดสมาร์ทคลาสรูมมาวิน เบื้องต้นแปลงงบจัดซื้อโซน 4 ทำห้องเรียนโครงการใหม่ นำร่องก่อนในภาคเหนือและอีสาน เตรียมเชิญ 10 หน่วยงาน พร้อมผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยหาข้อสรุป 23 มิ.ย.นี้ กมล ยันแท็บเล็ตที่แจกไปแล้วต้องคืนรัฐแน่
          นางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงการประชุมร่วมกับ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในฐานะหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ว่า ที่ประชุมได้มีความเห็นร่วมกันว่าการใช้ไอซีทีเพื่อการศึกษายังมีความจำเป็น เพราะเป็นสื่อที่ทำให้เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้ แต่การใช้ต้องมีการเตรียมความพร้อมอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และต้องคำนึงถึงงบประมาณที่มีอยู่ ควรใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้เรียนอย่างแท้จริง และเห็นว่าการนำไอซีทีมาใช้พัฒนาการเรียนการสอนสามารถทำได้หลายรูปแบบ แต่ต้องคำนึงถึงสถานภาพของสถานศึกษาทั่วประเทศที่มีความพร้อมและครูที่แตกต่างกัน จากสถิติพบว่าเกิน 50% ของครูที่มีประมาณ 7 แสนคน มีอายุเกิน 50 ปี ซึ่งถือว่าเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งต่อการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการเรียนการสอน ด้วยเหตุผลดังกล่าว ที่ประชุมจึงเห็นร่วมกันว่าควรจะมีการพัฒนารูปแบบการใช้ไอซีทีเพื่อการเรียนการสอนที่มีความเหมาะสมและหลากหลายมาแทนการแจกแท็บเล็ต เบื้องต้น ศธ.คิดไว้ 4 รูปแบบ ได้แก่ สมาร์ทคลาสรูม สมาร์ทสคูล อีเลิร์นนิ่ง และสมาร์ทไลบรารี
          โดยการพัฒนารูปแบบไอซีทีรูปแบบใหม่ ให้นำเงินงบประมาณจากโครงการ 1 คอมพิวเตอร์พกพา (แท็บเล็ต) ต่อ 1 นักเรียน ปีงบประมาณ 2556 และ 2557 มาเปลี่ยนแปลงใช้ในโครงการใหม่ โดยมอบให้ ศธ.ไปตั้งคณะทำงานศึกษาหารูปแบบการใช้ไอซีทีเพื่อการศึกษา มีนายกมล รอดคล้าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธานคณะทำงาน
          ด้านนายกมลกล่าวว่า คณะทำงานกลั่นกรองรูปแบบการใช้ไอซีทีเพื่อการศึกษา จะเชิญ 10 หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณจัดซื้อแท็บเล็ต พร้อมด้วยผู้แทนจากศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และอาจารย์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านเทคโนโลยีมาประชุมร่วมกันในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ ซึ่งมีแนวโน้มสูงจะจัดทำในรูปแบบห้องเรียนสมาร์ทคลาสรูม โดยได้คำนวณแล้วพบว่า ถ้าจัดทำเป็นห้องสมาร์ทคลาสรูมระดับมาตรฐานใช้ได้นาน 5-6 ปี จะต้องใช้เครื่องแท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพระดับราคา 8,000-9,000 บาท เพราะสามารถใช้งานได้ดีกว่าแท็บเล็ตราคาถูก
          ทั้งนี้ จากการคำนวณพบว่า วงเงินงบประมาณ โครงการแท็บเล็ตปี 57 จำนวน 5,800 ล้านบาท สามารถจัดสร้างห้องสมาร์ทคลาสรูมให้โรงเรียนได้ 15,000 โรง โรงละ 1 ห้อง โดยหากคิดเป็นงบประมาณที่ใช้ต่อห้อง ได้แก่ ห้องขนาด 20 เครื่อง ราคาห้องละประมาณ 2.5 แสนบาท ขนาด 30 เครื่อง ราคาห้องละประมาณ 3.5 แสนบาท ขนาด 40 เครื่อง ราคาห้องละประมาณ 4.5 แสนบาท และขนาด 50 เครื่อง ราคาห้องละประมาณ 5.4 แสนบาท
          ในเบื้องต้นได้กำหนดโรงเรียนที่จะจัดทำห้องเรียนสมาร์ทคลาสรูมออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ 1.โรงเรียนประ จำจังหวัดและโรงเรียนขนาดใหญ่ 2.โรงเรียนประจำอำเภอ 3.โรงเรียนดีศรีตำบล และ 4.โรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งหากใช้รูปแบบนี้ดำเนินการ 1-2 ปี ก็ทำได้ครบ เพราะโรงเรียนทั่วประเทศมีประมาณ 30,000 กว่าโรง
          นายกมลกล่าวอีกว่า โดยงบประมาณที่จัดซื้อแท็บ เล็ต ม.1 โซน 4  (ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) จำนวน 1,170 ล้านบาท สพฐ.จะกันมาเป็นงบเหลื่อมปี และนำงบส่วนนี้มาเริ่มนำร่องโครงการใหม่ให้นักเรียนในพื้นที่โซนที่ 4 ก่อน จากนั้นจะค่อยๆ ทยอยทำในโรงเรียนอื่นๆ ต่อไป
          หากเลือกทำสมาร์ทคลาสรูม เรื่องการจัดซื้อผมคิดว่าแต่ละหน่วยงานน่าจะดำเนินการเอง แต่เบื้องต้นคิดว่า สพฐ.อาจจะต้องกำหนดสเปกกลางกำกับไว้ และให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) เป็นผู้ดำเนินการ ส่วนการจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ต ม.1 โซนที่ 1-3 นั้น โซน 1-2 อยู่ระหว่างการจัดส่งเครื่อง ส่วนโซนที่ 3 ได้รับรายงานว่าการจัดส่งเรียบร้อยแล้ว
          ทั้งนี้ ในการประชุมกับฝ่ายสังคมจิตวิทยาได้กำชับให้หน่วยงานที่ยังไม่เซ็นสัญญาจัดซื้อกับบริษัทที่ชนะการประมูล คือ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ไปเซ็นสัญญาให้เรียบร้อย เพราะการดำเนินการลุล่วงไปหมดแล้ว ส่วนกรณีที่มีการยกเลิกโซน 4 ในส่วนของ สพฐ. สช. และสำนักพระพุทธศาสนา เนื่องจากยังไม่ได้มีการประมูลจัดซื้อจัดจ้าง จึงไม่มีปัญหาฟ้องร้องแน่นอน
          สำหรับเครื่องแท็บเล็ตที่แจกให้เด็กติดตัวไปตั้งแต่เริ่มโครงการนั้น เนื่องจากกรมบัญชีกลางระบุว่า แท็บเล็ตถือเป็นครุภัณฑ์ของโรงเรียน ในที่สุดแล้ว นักเรียนและผู้ปกครองจะต้องคืนให้กับโรงเรียน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเรียกคืนตั้งแต่ตอนนี้ รองเลขาธิการ กพฐ.กล่าว.--จบ--

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


โพสเมื่อ : 18 มิ.ย. 57   อ่าน 307 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
เร่งฝึกทักษะคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์ ชี้นายจ้างต้องการ-สสค.-โออีซีดีนำร่องพัฒนาใช้ในร.ร.
17 มิ.ย. 58 | อ่าน 367 ครั้ง
ศูนย์การศึกษาทางเลือก แก้ปัญหาเด็กออกกลางคัน
30 ต.ค. 56 | อ่าน 473 ครั้ง
’อัษฎางค์’ชงแผนแก้ป.บัณฑิต เสนอล้มกก.ควบคุมฯ-คืนอำนาจบริหารจี้ปลัดศธ.ฟัน’บิ๊ก-กก.&
03 ส.ค. 54 | อ่าน 24101 ครั้ง
ศธ.ผุดเว็บข้อมูลเอื้อ อส.สอนภาษา
04 ก.ค. 55 | อ่าน 1306 ครั้ง
สพป.ปทุมธานี เขต2 จัดตั้งศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองนักเรียนแก้ปัญหาสังคมเยาวชน
30 พ.ย. 55 | อ่าน 718 ครั้ง
สอศ.ประกาศผลสอบข้อเขียนครูผู้ช่วยแล้ว
17 ก.พ. 59 | อ่าน 404 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.