Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


บทสรุปปมทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะ




      
บทสรุปปมทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะ


          อ.ก.พ.สภาการศึกษา มีมติให้ปลด ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ออกจากราชการ ฐานทุจริตจัดซื้อครุภัณฑ์อาชีวะ ทำรัฐเสียหาย 31.5 ล้าน วิทยาลัยเทคนิค 8 แห่งรับครุภัณฑ์ไปแล้วใช้ประโยชน์ไม่ได้ เหตุซื้อไม่ตรงทีโออาร์ แถมไม่ได้เปิดสอนสาขาวิชาที่ใช้จาตุรนต์ ชงเรื่อง กกต.พิจารณาก่อนฟัน แต่คำสั่งมีผลทันที เผยเส้นทางชีวิตราชการเคยเป็นปลัด 2 กระทรวง
          วานนี้ (25 ก.พ.) ที่สำนักงานพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรอาชีวศึกษา (สสอ.) ได้มีการประชุมคณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือน (อ.ก.พ.) สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ทำหน้าที่ อ.ก.พ.กระทรวง โดยมี นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน วาระสำคัญคือหาข้อยุติในการสอบวินัยร้ายแรง น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กรณีเอกสารจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์อาชีวศึกษา โครงการภายใต้แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจระยะที่ 2 (SP2) สูญหายและส่อว่ามีความไม่โปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง 
          การประชุมใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง จากนั้น นายจาตุรนต์ กล่าวว่า อ.ก.พ.สกศ.มีมติเสียงส่วนใหญ่ให้ปลด น.ส.ศศิธารา ออกจากราชการ ทั้งนี้ อ.ก.พ.สกศ.ซึ่งมาประชุมทั้งหมด 8 คนจาก 12 คน มีมติเสียงข้างมาก 6 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ให้ดำเนินการ ตามผลการสอบสวนของคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ที่เสนอให้ปลดออกจากราชการ 
          นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า กรณีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 น.ส.ศศิธารา เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ กอศ.ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินในการจัดซื้อครุภัณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ให้แก่ผู้ขายตามสัญญา 12 ฉบับ จำนวนเงิน 122,468,400 บาท ขณะที่อนุมัติจ่ายเงินนั้นทีโออาร์และเอกสารที่ใช้ในการประกวดจัดซื้อครุภัณฑ์หลายรายการสูญหาย โดยไม่มีการตรวจหาสาเหตุที่ทีโออาร์และเอกสารสูญหายเสียก่อน 
          ตามรายงานการสอบสวนข้อเท็จจริงพบว่า ก่อนการอนุมัติจ่ายเงินให้แก่ผู้ขายตามสัญญาจัดซื้อครุภัณฑ์สิ่งแวดล้อม จำนวน 31,500,000 บาท เจ้าหน้าที่พัสดุ และ นายพันธุ์ศักดิ์ โรจนากาศ อดีตรองเลขาธิการ กอศ.ได้ทักท้วงให้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อสอบสวนหาสาเหตุที่เอกสารสูญหายก่อน หากพบว่าเกิดจากการทุจริตก็จะจ่ายเงินให้ผู้ขายไม่ได้ แต่ น.ส.ศศิธารา ไม่แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน และอนุมัติให้จ่ายเงินไปโดยอ้างว่าต้นฉบับสัญญาและเอกสารแนบท้ายสัญญารวมถึงทีโออาร์ไม่ได้สูญหาย 
          ต่อมาคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงที่มี นายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เป็นประธาน ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากสำเนาทีโออาร์ที่ใช้ในการประกวดราคา ซึ่งต้นฉบับได้สูญหายไป เปรียบเทียบกับทีโออาร์ที่แนบท้ายสัญญาที่ใช้ในการตรวจรับครุภัณฑ์ ปรากฏว่าทีโออาร์ทั้ง 2 ฉบับไม่มีรายการหรือรายละเอียดใดๆ เหมือนกันเลย ครุภัณฑ์ที่ได้ตรวจรับไว้ตามทีโออาร์ที่แนบท้ายสัญญา จึงไม่เป็นไปตามทีโออาร์ที่ประกาศประกวดราคา 
          ทั้งนี้ สถานศึกษาที่ได้รับครุภัณฑ์ชุดปฏิบัติการสิ่งแวดล้อม ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิค (วท.) แพร่ วท.พิจิตร วท.สระบุรี วท.สัตหีบ วท.จุฬาลงกรณ์ (ลาดขวาง) วท.หนองคาย วท.ร้อยเอ็ด และ วท.ระยอง รวม 8 แห่ง ทุกแห่งไม่ได้ใช้ประโยชน์จากครุภัณฑ์ที่จัดซื้อ เนื่องจากสถานศึกษาดังกล่าวไม่ได้จัดการเรียนการสอนในสาขาวิชาสิ่งแวดล้อม หรือรายวิชาอื่นที่เกี่ยวข้องกับครุภัณฑ์ที่จัดซื้อ 
          ราคาครุภัณฑ์ที่จัดซื้อราคาชุดละ 3,937,500 บาท ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือประเมินราคาแล้วเห็นว่า เมื่อเทียบราคาท้องตลาดรวมกำไรแล้ว ราคาเพียงชุดละ 1,250,000 บาท กรณีดังกล่าวทำให้ราชการเสียหายเป็นเงินจำนวน 31,500,000 บาท 
          ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบสวนได้เสนอความเห็นว่า การกระทำของ น.ส.ศศิธารา เป็นความผิดวินัยอย่างร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ และไม่ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนของทางราชการ เป็นเหตุให้เสียหายแก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ให้ลงโทษปลดออกจากราชการ ตามมาตรา 82(2) และ (3) ประกอบกับมาตรา 85(7) แห่ง พระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2551 ซึ่ง อ.ก.พ.สำนักงานสภาการศึกษาในฐานะอ.ก.พ.กระทรวงได้พิจารณาและมีมติให้ปลดออกจากราชการ
          หลังจากนี้ต้องเสนอเรื่องให้ กกต. (คณะกรรมการการเลือกตั้ง) พิจารณาก่อน มติปลดออกจึงจะมีผลอย่างเป็นทางการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการร่างหนังสือคำสั่งปลดออกเพื่อให้ กกต.พิจารณา และจะต้องหารือกับสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ว่าจะต้องนำคำสั่งปลดออกให้ ครม. (คณะรัฐมนตรี) พิจารณาก่อนหรือไม่ เพราะเป็นระดับ 11 และจะต้องหารือกับ สลค.ด้วยว่าจะต้องนำความกราบบังคมทูลหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าว 
          และว่า น.ส.ศศิธารา มีสิทธิอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) แต่คำสั่งปลดจะมีผลล่วงหน้าไปก่อนแล้วทันทีที่ กกต.ให้ความเห็นชอบ ขณะเดียวกัน ถ้า กกต.ให้ความเห็นชอบก็สามารถแต่งตั้งระดับ 11 ทดแทนได้ 
          สำหรับเส้นทางชีวิตราชการของ น.ส.ศศิธารา เคยดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ, เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา, ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และตำแหน่งสุดท้ายคือเลขาธิการสภาการศึกษา

        

  ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


โพสเมื่อ : 26 ก.พ. 57   อ่าน 402 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ก.ค.ศ.เห็นชอบให้มีการปรับปรุงกรอบระยะเวลาการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สพฐ.เพิ่มเติม
31 ต.ค. 59 | อ่าน 341 ครั้ง
มสด. เตรียมออกนอกระบบ ปี ’54 เผยได้งบปีละ 500 ล้าน ไม่ต้องปรับค่าเทอม
04 ต.ค. 53 | อ่าน 15156 ครั้ง
เชื่อรีไฟแนนซ์หนี้ครูฉลุย!! สกสค.ถกแบงก์ออมสินรอบสุดท้ายสัปดาห์หน้า
03 มิ.ย. 59 | อ่าน 345 ครั้ง
ครูอัตราจ้างพี่เลี้ยงเฮได้สอบ’ว 12’ ก.ค.ศ.ตัดสินคุณสมบัติครบ สพฐ.เล็งขยายรับสมัคร 3 วัน
21 ธ.ค. 55 | อ่าน 612 ครั้ง
10 หลักสูตร 6 สถาบันผ่านเกณฑ์ สกอ.ให้ 30 วันทักท้วงก่อนอนุมัติ
12 มิ.ย. 55 | อ่าน 922 ครั้ง
สพฐ.ผุดศูนย์ STEM พัฒนาครูวิทย์
20 ธ.ค. 55 | อ่าน 605 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.