Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สพฐ.ทำข้อมูลแท้จริงจำนวน นร.ต่อห้อง




      
สพฐ.ทำข้อมูลแท้จริงจำนวน นร.ต่อห้อง หวังอุดช่องโหว่ปัญหาเด็กล้น

      

          จาตุรนต์ สั่ง สพฐ.สำรวจข้อมูลเด็กต่อห้องแบบละเอียด เล็งหาทางแก้ปัญหาเด็กล้นเพื่อวางแผนอุดช่องโหว่ พร้อมกำชับ สพฐ.จับมือ สอศ.ใกล้ชิดเพื่อดันให้เป้าหมายเพื่อผู้เรียนสายอาชีพสำเร็จ ขณะที่ ชัยพฤกษ์ ระบุเดินสู่เป้าหมาย สพฐ.ต้องลดการรับ นร.ให้เหลือกว่า 4 แสนคนขณะที่ อาชีวะรัฐเอกชนต้องรับได้กว่า 3 แสนคน
          นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า ที่ประชุมได้หารือเกี่ยวกับการรับนักเรียนปี 2557 ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ออกประกาศรับนักเรียนและประกาศแนวปฏิบัติไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม 2556 โดยได้กำหนดช่วงวันรับสมัครนักเรียน ดังนี้ ระประถมศึกษา รับสมัคร วันที่ 27 ก.พ.-3 มี.ค.2557 และระดับมัธยมศึกษา รับสมัครวันที่ 20-24 มี.ค.2557
          อย่างไรก็ตาม ศธ.เป็นห่วงเรื่องจำนวนนักเรียนต่อห้อง จึงได้หยิบประเด็นนี้ขึ้นมาหารืออีกครั้งแม้ว่า ในประกาศรับนักเรียนของ สพฐ.จะระบุจำนวนนักเรียนต่อห้องไว้เรียบร้อย โดยกำหนดขนาดห้องเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาไม่เกิน 40 คน ขยายเพิ่มได้อีก 10 คน รวม 50 คนต่อห้อง แต่ศธ.เห็นว่า จำนวนนักเรียนที่เหมาะสมต่อห้องควรอยู่ที่ 40 คน จึงมาหารือกันว่า สพฐ.ยังพอจะทำอะไรได้หรือไม่ เพื่อควบคุมจำนวนนักเรียนต่อห้องให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม
          นายจาตุรนต์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ สพฐ.ไม่มีข้อมูลจำนวนนักเรียนต่อห้องที่ละเอียดพอต่อการตัดสินใจกำหนดมาตรการใด ๆ มีแต่ข้อมูลในภาพรวมซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยเท่านั้น เช่น ค่าเฉลี่ยของห้องเรียนชั้น ม.4 ในโรงเรียนแข่งขันสูง 293 โรง จำนวน 3,403 ห้องระหว่างปี 2553-2556 เฉลี่ยอยู่ที่ 43 คน ซึ่งข้อมูลนี้ไม่สะท้อนให้เห็นถึงสภาพปัญหาที่แท้จริง และไม่สะท้อนให้เห็นว่า จำนวนนักเรียนต่อห้องที่มากเกินไปส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างไร จึงขอ สพฐ.ไปรวบรวมและจัดทำข้อมูลมาอีกครั้ง เพื่อใช้วางแผนแก้ปัญหาในระยะต่อไปและระยะยาว
          เราได้แต่สันนิษฐานว่า ห้องเรียนที่มีจำนวนนักเรียนมาก ๆ จะกระจุกตัวอยู่ใน ร.ร.ที่มีการแข่งขันสูง แต่ไม่มีข้อมูลที่แท้จริงว่า ห้องเรียนส่วนใหญ่ของ สพฐ.มีจำนวนนักเรียนเท่าใด และห้องเรียนที่มีจำนวนมาก ๆ นั้น กระจุกตัวอยู่ในโรงเรียนจำนวนเท่าใด ส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนอย่างไร จึงให้ สพฐ.ไปทำข้อมูลมาใหม่ เพื่อจะได้เห็นว่า ปัญหาหนักหนาแค่ไหน และยังจะสามารถทำอะไรอีกได้บ้าง เพราะ สพฐ.ได้ประกาศรับนักเรียนปี 2557 ไปแล้ว คงไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่ก็ต้องหาทางทำอย่างอื่น เพราะถ้าปล่อยให้ห้องเรียนมีจำนวนนักเรียนอย่างที่เป็นอยู่ต่อไป ก็ยากมากที่เราจะจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพได้ นายจาตุรนต์ กล่าวและว่า ได้กำชับให้ สพฐ.และประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอส.)อย่างใกล้ชิดขึ้น เพื่อหาทางสนองนโยบายเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนต่อสายอาชีพ ซึ่งต้องการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนต่อสายอาชีวะอีก 9 %
          ด้านนายชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (เลขาธิการ กอศ.) กล่าวต่อว่า ปีการศึกษา 2556 นี้ จะมีผู้จบชั้น ม.3 จำนวน 745,053 คน ซึ่งถ้าจะปรับให้สัดส่วนผู้เรียนต่อสายสามัญและสายอาชีพอยู่ที่ 55 : 45 นั้น สายอาชีพต้องรับผู้เรียนให้ได้ 335,200 คน สายสามัญรับ 409,853 คน เฉพาะวิทยาลัยอาชีวศึกษาของรัฐ ต้องรับเพิ่มให้ได้ 48,539 รวมอาชีวศึกษาทุกประเภทต้องรับเพิ่มให้ได้ประมาณ 80,000 คน




ผู้จัดการออนไลน์


โพสเมื่อ : 14 ม.ค. 57   อ่าน 403 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ราชการแนวหน้า : ผู้ช่วยหัวหน้าส่วนราชการอีกที
11 ก.ค. 54 | อ่าน 36376 ครั้ง
ศธ.หากลยุทธ์ดึงเด็กสามัญเรียนอาชีวะ
19 ส.ค. 56 | อ่าน 379 ครั้ง
อาชีวะตั้งเป้า 20% ลดสถิติเด็ก ปวช.หลุดระบบ
24 ก.ย. 58 | อ่าน 389 ครั้ง
สช.สั่งเปิดเทอมตามปฏิทินอาเซียน
17 มิ.ย. 56 | อ่าน 774 ครั้ง
รับตรง..ครูพันธุ์ใหม่แน่นเอี้ยด!
09 ก.พ. 54 | อ่าน 11084 ครั้ง
ฟื้นครูใหญ่-อจญ.!! ‘หม่อมเหลน’ ชงฟื้นตำแหน่ง ‘ครูใหญ่-อาจารย์ใหญ่’ เหตุสื่อความหมายลึกซึ้งกว่า ‘ผู้อ
23 ธ.ค. 59 | อ่าน 1697 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.