Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สร้างเด็กกล้าคิด - ครูกล้าเปลี่ยนด้วยห้องเรียนเพาะพันธุ์ปัญญา




      

สร้างเด็กกล้าคิด - ครูกล้าเปลี่ยนด้วยห้องเรียนเพาะพันธุ์ปัญญา

          ครูยืนหน้าเข้มบรรยายหน้าห้องตามเนื้อหาที่กำหนดมาแล้วตากวาดดูว่านักเรียนคนไหนควรถูกดุก่อนออกจากห้องชี้นิ้วกำชับเรื่องการบ้านเอาคะแนนมายกย่องคนที่ทำคะแนนดีพร้อมกับข่มเด็กที่ทำคะแนนต่ำเหมือนผู้ทำผิดที่ทำให้O-netเฉลี่ยของห้องต่ำบรรยากาศเหล่านี้ยังอยู่ในห้องเรียนหรือไม่?...
          ข้อความยายที่คล้ายประโยคคำถามถึงสภาพการณ์การจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนตั้งแต่อดีตเรื่อยมาถึงปัจจุบันเป็นข้อความขึ้นต้นบทแรกของหนังสือโครงงานฐานวิจัย :กระบวนการเรียนรู้ใหม่ของการศึกษาไทยโดย รศ.ดร.สุธีระประเสริฐสรรพ์หัวหน้าหน่วยจัดการกลางโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.)ร่วมกับบมจ.ธนาคารกสิกรไทย
          รศ.ดร.สุธีระเล่าว่าโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาเป็นการตกผลึกกระบวนการเรียนรู้ด้วยการทำโครงงานฐานวิจัย(Research-BasedLearning ; RBL) ในโครงการยุววิจัยยางพาราที่ สกว.ให้การสนับสนุนมาตลอดระยะเวลาสิบปีจนกระทั่งประสบผลสำเร็จด้วยวิธีการที่ให้ครูและนักเรียนในชุมชนทำวิจัยเรื่องในท้องถิ่นของตัวเองจนทำให้เห็นว่าเด็กมัธยมก็ทำวิจัยได้ไม่เพียงเท่านั้นยังทำให้เด็กมีลักษณะพึงประสงค์ในศตวรรษที่21เนื่องจากขั้นตอนในการเรียนรู้ผ่านโครงการฐานวิจัยทำให้เด็กรู้วิธีการแสวงหาความรู้และการคิดอย่างเป็นระบบนั่นเอง
          จากผลสำเร็จที่ได้จึงกลายเป็นความพยายามที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดการเรียนการสอนในห้องเรียนทั่วไปจากภาพลักษณ์การเรียนการสอนแบบเดิมๆให้กลายเป็นการเรียนการสอนที่ใช้ความคิดเชิงระบบหรือ systemthinking ผ่านการเรียนรู้ด้วยการทำโครงงานฐานวิจัยผสานกับแนวคิดจิตตปัญญา
          ศึกษา(ContemplativeEducation) ซึ่งเป็นการศึกษาที่ใช้ประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัตินำมาสืบค้นสำรวจตนเองและรับฟังด้วยใจที่เปิดกว้างและใคร่ครวญนำไปสู่การตระหนักรู้ถึงคุณค่าของสิ่งต่างๆโดยปราศจากอคติและในที่สุดจะเกิดการเปลี่ยนแปลงมุมมองและเปลี่ยนแปลงตนเองโดยทั้ง 3กระบวนการนี้จะสอดคล้องกันยกตัวอย่างเช่นความคิดเชิงระบบที่เห็นความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งจะเป็นแรงหนุนให้เข้าใจจิตตปัญญาศึกษาได้ง่ายขึ้นเป็นต้น รศ.ดร.สุธีระกล่าว
          โครงการฯนี้เริ่มมาตั้งแต่ปี 2555ในขั้นตอนแรกจะมีการฝึกอบรมอาจารย์จากคณะ/สาขาวิชาต่างๆในมหาวิทยาลัย 8แห่งรวมจำนวน 30คนสำหรับการเข้ามาทำหน้าที่เป็นครูพี่เลี้ยงเพื่อไปอบรมให้คำแนะนำการสอนตามแนวคิดโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาให้แก่ครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)จำนวน80โรงโดยแต่ละโรงเรียนมีครูเข้าร่วมโครงการฯ4-5คนปัจจุบันปัญหาการโยกย้ายของครูทำให้เหลือโรงเรียนเข้าร่วมโครงการฯ76โรงแต่จากการริเริ่มให้เกิดการสอนจริงในกลุ่มนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่2ภาคเรียนที่1ปีการศึกษา2556พบว่ามีห้องเรียนเข้าร่วมรวม93ห้องเรียนซึ่งตามรูปแบบของโครงการฯจะสอนต่อเนื่องไปจนกว่านักเรียนกลุ่มดังกล่าวสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นก่อนจะสรุปผลโครงการฯในระยะแรก
          รศ.ดร.สุธีระกล่าวว่าความคืบหน้าขณะนี้อยู่ระหว่างการถ่ายทอดแนวคิดไปสู่การปฏิบัติคือสอนเด็กนักเรียนจริงๆซึ่งแม้จะทำไปได้เพียงไม่ถึงปีแต่การเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้วโดยเฉพาะในหน่วยเล็กๆที่สำคัญที่สุดคือ ห้องเรียนทุกวันนี้ครูเริ่มเปลี่ยนกระบวนการสอนจากเล็กเชอร์หน้าห้องเปลี่ยนมาเป็นการเรียนรู้ร่วมกันเกิดการถกเถียงให้ความเห็นวิพากษ์วิจารณ์แน่นอนว่าถ้าห้องเรียนเปลี่ยนเป็นแบบนี้เด็กจะเกิดการเรียนรู้มากมายไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงานเป็นทีมการแบ่งปันและยอมรับความเห็นซึ่งกันและกันฯลฯ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้สะท้อนว่ากระบวนการในการเรียนรู้สำคัญกว่าเนื้อหาของเรื่องที่กำลังเรียนรู้และจุดที่พิเศษของการเรียนรู้แบบนี้คือถ้าเด็กสามารถคิดเองเป็นแล้วสิ่งนั้นจะติดตัวเขาไปตลอดเหมือนการขี่จักรยาน
          ภาพบรรยากาศการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนในแบบที่เด็กๆได้แสดงออกถึงความคิดผ่านการกระตุ้นอย่างมีระบบโดยคุณครูได้เกิดขึ้นแล้วจริงๆในระหว่างลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าโครงการฯในกลุ่มครูและนักเรียนโรงเรียนจักรคำคณาทรจ.ลำพูน,โรงเรียนบุญญวาทย์วิทยาลัยและโรงเรียนวังเหนือวิทยาจ.ลำปางโดย ชุติมาคำบุญชูหัวหน้าโครงการศูนย์พี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาจากคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง(มร.ลป.)ซึ่งรับผิดชอบโครงการฯใน 8โรงเรียนพื้นที่ภาคเหนือเล่าว่า โครงการฯนี้ไม่เพียงสอนครูให้เปลี่ยนวิธีการสอนเด็กแต่ยังสอนตนและเพื่อนอาจารย์ที่เข้าร่วมโครงการฯในฐานะเป็นครูพี่เลี้ยงด้วยเพราะทุกคนต่างก็เรียนรู้กระบวนการนี้ใหม่ด้วยกันทั้งนั้น
          จิตตปัญญาศึกษาได้ช่วยทลายข้อจำกัดต่างๆที่เป็นตัวการทำให้เราไม่เปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นที่ตัวครูพี่เลี้ยงหรือครูในโรงเรียนก็ตามเดิมทีเห็นการทำโครงงานฯซึ่งเป็นเรื่องใหม่ คิดว่ายากทำไม่ได้แต่เมื่อพยายามและคิดอย่างเป็นระบบว่าสิ่งที่ทำจะเห็นผลกับเด็กนักเรียนก็ทำให้พยายามและสามารถยอมรับในอุปสรรคหรือข้อบกพร่องของตัวเองเพื่อเริ่มการเปลี่ยนแปลงได้ อาจารย์ชุติมากล่าว
          ด้านรัชนกสุวรรณจักร์ครูโรงเรียนบุญญวาทย์วิทยาลัยบอกว่าหลังเข้าร่วมการอบรมจากทีมงานและครูพี่เลี้ยงโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ตัวเองจากเดิมที่ไม่ค่อยตั้งคำถามกับเด็กก็จะเริ่มซักถามมากขึ้นและใจเย็นลง เริ่มฟังเด็กมากขึ้นนอกจากนี้มีสิ่งที่ค้นพบแล้วดีมากๆคือเทคนิคการคิดหัวข้อโครงงานหรือหัวข้อการทำชิ้นงานของนักเรียนจากเดิมไม่มีระบบแต่เมื่อใช้วิธีการเรียนรู้ตามแบบโครงงานฐานวิจัยแล้วทำให้การคิดหัวข้อทำได้ง่ายเป็นขั้นตอนคือจะใช้การร่วมกันคิดกับเด็กแล้วค่อยๆถามคำถามเพื่อให้เขาตัดสิ่งที่เขาคิดมาออกไปทีละอย่างจนกลายเป็นหัวข้อโครงงานได้ในที่สุด
          หลังจากโครงการฯเดินหน้ามาระยะหนึ่งแล้วสิ่งที่ได้เห็นไม่เพียงภาพความสำเร็จแต่ภาพปัญหาอุปสรรคมากมายที่คงอยู่ในระบบการศึกษาก็ส่งผลชัดเจนมาถึงการทำงานโครงการเพาะพันธุ์ปัญญาด้วยไม่ว่าจะเป็นเรื่องความไม่ต่อเนื่องในการบ่มเพาะครูอันมาจากปัญหาเรื่องจำนวนครูภาระงานและการโยกย้ายทั้งยังพบปัญหาใหญ่ที่สุดคือภาวะคุ้นชินของครูจากการเป็นฝ่ายรับนโยบายทำให้ครูไทยไม่ค่อยได้คิดไม่กล้าและคิดไม่ออกแม้ในที่สุดครูที่เข้าร่วมโครงการฯจะเริ่มเปลี่ยนแล้วแต่สักพักก็อาจกลับเป็นอย่างเดิมถ้านโยบายหรือระบบงานจากกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ยังไม่เปลี่ยนแปลง
          รับรู้รับทราบแบบนี้แล้วทำให้อดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากกระทรวงศึกษาธิการจะลองคิดนำแนวทางการเรียนรู้โครงการเพาะพันธุ์ปัญญามาปรับใช้อย่างน้อยอาจจะทำให้เห็นภาพปัญหาและทางออกของการศึกษาไทยได้ชัดมากขึ้นและอาจใช้โอกาสวันเด็กแห่งชาติที่กำลังจะมาถึงเริ่มต้นคิดทำสิ่งดีเพื่อเด็กเยาวชนอย่างแท้จริงเสียที.


          จินดาวัฒน์ ลาภเลี้ยงตระกูล

          ที่มา: http://www.dailynews.co.th



โพสเมื่อ : 10 ม.ค. 57   อ่าน 576 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สภาคณาจารย์ 4 ฝ่าย ยัน ไม่รับร่างบริหารบุคคล สกอ. ส่อปัญหาธรรมาภิบาล
09 ก.พ. 59 | อ่าน 669 ครั้ง
การันตีแล้ว! 2 เขตเปิดสอบครูผู้ช่วย 2557 อย่างเป็นทางการ
03 มี.ค. 57 | อ่าน 700 ครั้ง
เพิ่มน.ศ.อาชีวะ9%ปี’57ส่อแท้ง! เหตุสพฐ.แก้’ประกาศรับน.ร.’ไม่ได้ หวั่นเด็กฟ้องเสียส
01 พ.ย. 56 | อ่าน 651 ครั้ง
ก.ค.ศ.เยียวยาบุคลากร 290 ราย ออกเกณฑ์-เทียบประสบการณ์
15 ก.ค. 56 | อ่าน 671 ครั้ง
ก.ค.ศ.ปราม อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ หากทุจริต เรียกรับผลประโยชน์ จะสั่งถอดถอนทันที
12 มิ.ย. 58 | อ่าน 437 ครั้ง
คณะกรรมการอิสระฯ เห็นชอบ ร.ร.เป็นนิติบุคคล เร่งยกร่างกฎหมาย คาดล็อตแรกออกระบบเฉียดหมื่นโรง
06 ก.ย. 60 | อ่าน 1004 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.