Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สอนเด็กอ่านได้ใน 4 เดือน




      

สอนเด็กอ่านได้ใน 4 เดือน

 

          เพราะการอ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ เป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ในวิชาการและสาระการเรียนรู้ด้านอื่นๆ ของเด็กไทยเป็นจำนวนมาก ซึ่งข้อมูลล่าสุดทาง สพฐ. หรือ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ออกมาระบุว่า มีเด็กนักเรียนประถมศึกษาชั้นปีที่ 3 ถึง 64,000 คน ที่ยังอ่านภาษาไทยไม่ได้
          แต่สำหรับโรงเรียนบ้านบุ่งคล้าวิทยา จ.ชัยภูมิ ซึ่งเป็นโรงเรียนต้นแบบแกนนำการจัดการเรียนร่วม ที่ถึงแม้จะมีนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้และนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาที่ยังขาดทักษะด้านการอ่านและการเขียนในปีการศึกษา 2555 จำนวน 26 คน หรือร้อยละ 16.25 แต่ปัญหาเรื่องของการอ่านภาษาไทยไม่ออก เขียนภาษาไทยไม่ได้นั้นกลับไม่ได้ถูกละเลย
          ทีมข่าวการศึกษาสยามธุรกิจได้มีโอกาสร่วมงานมหกรรม พลังบวร ยกระดับการเรียนรู้
เชิดชูครูสอนดีจังหวัดชัยภูมิ เป็นการผนึกกำลังกันระหว่างบ้าน/ชุมชน-วัด-โรงเรียน ในการปฏิรูปการเรียนรู้เด็กและเยาวชนในจังหวัด ซึ่งเป็นพลังครูสอนดีทั้ง 16 อำเภอของจังหวัดในการยกระดับการเรียนรู้ด้วยการดึงวัฒนธรรมเพื่อแก้ปัญหาการอ่าน จัดโดย สภาส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาทักษะชีวิตเด็กและเยาวชนจังหวัดชัยภูมิ (สรช.) และสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)
          ซึ่งในการเดินทางไปครั้งนี้ยังได้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมโรงเรียนชุมชนบ้านบุ่งคล้าวิทยา
ต.บุ่งคล้า อ.เมือง จ.ขอนแก่นและพูดคุยกับ ครูศรีประไพ พรหมมณีผู้ที่ได้รับทุนครูสอนดีที่ส่งเสริมการเรียนรู้มุ่งสู่การอ่านออกเขียนได้ ด้วยการจัดกิจกรรม อ่านได้ภายใน 4 เดือน เพื่อแก้ปัญหาการอ่านเขียนในกลุ่มเด็กหลังห้องแล้วได้ออกแบบและจัดทำโครงการ ส่งเสริมการเรียนรู้มุ่งสู่การอ่านออกเขียนได้จากสื่ออิเล็กทรอนิกส์ CAI (Computer Assistance Instruction) ในการนำสื่ออิเล็กทรอนิกส์มาใช้พัฒนาการอ่านและเขียนให้กับเด็กๆ ที่มีปัญหาอ่านและเขียนภาษาไทยไม่ได้รวมถึงพัฒนาสื่อCAI เพื่อแก้ปัญหาการอ่านเขียนในกลุ่มเด็กLD ด้วย
          โดย ครูศรีประไพ ได้เล่าถึงที่มาของโครงการว่าเกิดขึ้นจากเด็กนักเรียนที่มีปัญหาบกพร่องด้านการเรียนรู้มักจะไม่สนใจเรื่องของการเรียนหน้าชั้นเรียน แต่จากการสังเกตก็พบว่าส่วนใหญ่จะชอบเรียนรู้จากคอมพิวเตอร์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ จึงได้เกิดแนวคิดในการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์มาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาการอ่านและเขียนไม่คล่องของเด็กนักเรียนที่ด้อยโอกาสและมีความบกพร่องทางด้านการเรียนรู้และด้านสติปัญญา
          จัดทำตารางสอนด้วยสื่อ CAI ช่วงหลังเลิกเรียนคือ 15.30-16.30 น. โดยเป็นสื่อที่สนุกสนาน มีภาพประกอบได้สัมผัสทั้ง 5 ทำให้เด็กๆ ชอบมาเรียน เด็กเหล่านี้เมื่อมาเรียนกับสื่อที่พัฒนาขึ้นแล้วกว่าร้อยละ 80 สามารถอ่านออกเขียนได้ ครูศรีประไพ ระบุ
          สำหรับสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือ CAI นั้นยังพัฒนาขึ้นมาควบคู่ไปกับแบบฝึกทักษะเพื่อพัฒนาการอ่าน-เขียนคล่อง คู่กับสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้ง 9 ชุด ประกอบด้วย 1) รู้จักพยัญชนะไทย 2) อ่านเขียนคำง่ายๆ ไม่มีตัวสะกด 3) อ่านเขียนจำจดตัวสะกด 8 มาตรา 4) อ่านเขียนคำสระเปลี่ยนรูป ลดรูป 5) อ่านเขียนตัวสะกดไม่ตรงมาตรา 6) อ่านเขียนคำอักษรควบอักษรนำ 7) อ่านเขียนคำที่มีการันต์ 8)อ่านเขียนคำ ร หัน (รร) และ 9) อ่านเขียนขั้นสุดท้ายอ่านเรื่องได้ เขียนเรียงความได้เขียนย่อความได้
          ในเด็ก LD ที่มีปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้นั้น หากครูทราบและใส่ใจเด็กคนนั้น ดึงความสนใจเขาให้มาใส่ใจการเรียนเป็นพิเศษ เด็กก็จะอ่านออกเขียนได้ในที่สุด ซึ่งความจริงเด็กเหล่านี้เขามีอัจฉริยะในด้านอื่นๆ อย่างลูกศิษย์หลายคนได้รางวัลคณิตศาสตร์ในชีวิตประจำวันงานมหกรรมวิชาการภาคอีสาน บางคนเก่งคอมพิวเตอร์ไปประกวดชนะ หลายคนก็วาดรูปเก่ง ครูศรีประไพ กล่าว
          นอกจากนี้ ในกลุ่มเด็กที่เรียนอ่อนและมีปัญหาเรื่องการอ่านและเขียน ยังได้จัดกิจกรรม อ่านได้ภายใน 4 เดือนโดยแต่ละเดือนจะแบ่งหัวข้อการเรียนรู้ออกเป็น เดือนที่ 1 สระแจกลูกผูกรัก เดือนที่ 2 มาตราตัวสะกด เดือนที่ 3 ให้ตรงมาตราและเดือนที่ 4 อักษรควบ อักษรนำ การันต์เปลี่ยนรูป ลดรูป และเอกสารฝึกอ่าน
          กิจกรรมอ่านออกเขียนได้ใน 4 เดือนนั้น ครูศรีประไพ ได้ทำการศึกษาและพัฒนาร่วมกับเพื่อนครูโดยจะแบ่งการดูแลและพัฒนาเด็กเป็น 3 กลุ่มคือ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3 ชั้นประถมศึกษาปีที่4-6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ซึ่งพบว่าสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้เด็กกลุ่มนี้อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้นั้นเกิดขึ้นจากเด็กบางคนมีภาวะสมาธิสั้น ไม่ใส่ใจในการเรียนเท่ากับเพื่อนคนอื่นๆ บ้างก็มีปัญหาทางครอบครัวพ่อแม่หย่าร้าง เพราะเด็กในหมู่บ้านแห่งนี้ร้อยละ 80 อยู่กับปู่ย่า ตายาย ซึ่งไม่สามารถดูแลได้อย่างเต็มที่ ซึ่งครูศรีประไพก็จะดึงเด็กเหล่านี้ให้มาเรียนเสริมในช่วงหลังเลิกเรียน และยังได้นำกลยุทธ์ คู่หูรู้อ่าน ให้เด็กมาจับคู่กันเพื่ออ่านหนังสือ
          ครูศรีประไพ กล่าวทิ้งท้ายว่าโครงการนี้นอกจากจะทำให้เด็กด้อยโอกาสที่บกพร่องทางการเรียนรู้และเด็กที่มีปัญหาเรื่องการอ่านได้รับการพัฒนาศักยภาพในการอ่านและเขียน ด้วยการจัดการเรียนการสอนที่ส่งเสริมด้านการอ่าน การเขียนการคิดวิเคราะห์ และทำให้เด็กๆ มีอุปนิสัยใฝ่เรียนรู้และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยส่งเสริมความสามารถของครูในการสอน การอ่านและเขียนให้กับเด็กกลุ่มนี้ได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ ฉบับวันที่ 25 - 27 ธ.ค. 2556--


โพสเมื่อ : 25 ธ.ค. 56   อ่าน 511 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
บ่มเทคนิคครูวิทย์ระดับสูง พัฒนาผู้นำโรงเรียนท้องถิ่น
15 มิ.ย. 54 | อ่าน 98435 ครั้ง
ศธ.มอบอำนาจจัดซื้อลง’วิทยาลัย’ ให้’ผอ.’อนุมัติวงเงิน 50 - 100 ล้านบาท คาดลดป
23 เม.ย. 55 | อ่าน 1171 ครั้ง
สกอ.ถกทปอ.ตั้งศูนย์รับตรง
17 ก.พ. 54 | อ่าน 10673 ครั้ง
มรภ.ศรีสะเกษ ส่งเสริมการศึกษาชายแดนไทย
10 มี.ค. 57 | อ่าน 239 ครั้ง
ออกกฎนับนร.กันลืมบนรถเตือน ศธ.สอนเด็กให้เปิดรถเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุ
17 พ.ค. 56 | อ่าน 561 ครั้ง
"มนุษย์เงินเดือน" โวยสรรพากรคืนภาษีล่าช้า
02 มี.ค. 58 | อ่าน 257 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.