Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เช็กบิลครูผู้ช่วย สั่ง อ.ก.ค.ศ. ตรวจคุณสมบัติ




      

เช็กบิลครูผู้ช่วย สั่ง อ.ก.ค.ศ. ตรวจคุณสมบัติ

          นางศิริพร กิจเกื้อกูล เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการยกระดับและพัฒนาวิชาชีพครูตามนโยบายของนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่า สำนักงาน ก.ค.ศ. จะเสนอให้ที่ประชุมคณะทำงานเพื่อยกระดับและพัฒนาวิชาชีพครู ที่มีนางสุทธศรี วงษ์สมาน ปลัด ศธ. เป็นประธาน พิจารณาในเรื่องการตีค่าคุณวุฒิของผู้ที่จะบรรจุเป็นครูผู้ช่วยในสาขาวิชาขาดแคลน 4-5 วิชา อาทิ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย เป็นต้น เพื่อให้ได้คนดีคนเก่งเข้ามาเป็นครู เบื้องต้นมีแนวคิดจะให้เงินเพิ่มพิเศษ หรือค่าตอบแทนพิเศษแก่ผู้ที่บรรจุในสาขาที่ขาดแคลนเพิ่มจากเงินเดือนปกติที่ได้รับ 15,000 บาท และหากได้รับความเห็นชอบ จะต้องออกเป็นกฎ ก.ค.ศ. ต่อไป นอกจากนี้ จะให้มีการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูใหม่ แยกเป็นสายประถมศึกษา มัธยมศึกษา อาชีวศึกษา เพื่อให้ตรงสายงานตามความก้าวหน้า แต่ในปัจจุบันจะใช้มาตรฐานตำแหน่งรวม ขณะที่มีโรงเรียนขนาดเล็กมากขึ้นและเกี่ยวพันกับเรื่องการโยกย้าย ฉะนั้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรฐานตำแหน่งที่แยกออกไปแต่ละสาย
          เลขาธิการ ก.ค.ศ. กล่าวต่อว่า ส่วนการประเมินวิทยฐานะที่ ก.ค.ศ.กำลังปรับปรุงร่างหลักเกณฑ์วิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ว 17/2552 ในสายผู้สอน สายผู้บริหารการศึกษา สายผู้บริหารสถานศึกษา และสายศึกษานิเทศก์ ซึ่งจะให้น้ำหนักของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนมากขึ้นกว่าเดิมนั้น จะมีการเสนอให้ใช้เกณฑ์การประเมินวิทยฐานะเพิ่มอีกทางเลือกหนึ่ง คือ เป็นการประเมินวิทยฐานะเชิงอนาคตที่จะนำมาใช้กับทุกวิทยฐานะ โดยจะเป็น
          ลักษณะการประเมินที่จะต้องมีการทำข้อตกลงกับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษา ส่วนครูที่จะเข้ารับการประเมิน จะต้องทำข้อตกลงกับผู้อำนวยการโรงเรียนด้วย ซึ่งจะมีการประเมินเป็นระยะๆ อาจจะใช้เวลาประมาณ 2 ปี ที่จะผ่านเกณฑ์การประเมิน
          ขณะนี้สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) และผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ทั่วประเทศกรณีปัญหาการทุจริตสอบครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นหรือมีเหตุพิเศษ ว12 ดังนี้ 1. กรณีครูผู้ช่วยที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการ และได้ยื่นคำร้องทุกข์ต่อก.ค.ศ. ให้คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญเกี่ยวข้องกับการอุทธรณ์และการร้องทุกข์ พิจารณาคำร้องทุกข์ตามกระบวนการของกฎหมายให้แล้วเสร็จโดยเร็ว 2. กรณีเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และ/หรือยังไม่ได้ดำเนินการใดๆ ให้ดำเนินการตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ.2539 และยึดแนวปฏิบัติ คือ ให้ผู้มีอำนาจมาตรา 53 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และให้ขอข้อมูลพยานหลักฐานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ ศธ. ตั้งขึ้น ฯลฯ รวมทั้งสอบพยานหลักฐานแวดล้อม โดยให้ครูผู้ช่วยได้มีโอกาสที่จะได้รับทราบข้อเท็จจริงอย่างเพียงพอ และมีโอกาสได้โต้แย้งและแสดงพยานหลักฐานของตน หากพบว่ามีพยานหลักฐานชัดเจนเพียงพอ ฟังได้ว่ามีการทุจริตในการสอบคัดเลือกจริง ให้สั่งให้ออกจากราชการตามมาตรา 49 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา และเป็นผู้กระทำการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการและแจ้งสิทธิในการร้องทุกข์ให้ทราบ และรายงาน ก.ค.ศ. ทราบ

          --ทรานสปอร์ต เจอร์นัล  ประจำวันที่ 25 พ.ย. - 1 ธ.ค. 2556--


โพสเมื่อ : 26 พ.ย. 56   อ่าน 453 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
เล็งยกเลิก "เปิด-ปิดภาคเรียน" ตามอาเซียน เหตุภูมิอากาศไม่อำนวย
08 มิ.ย. 58 | อ่าน 371 ครั้ง
ทุนเยาวชนดนตรีคลาสสิก
03 มิ.ย. 57 | อ่าน 301 ครั้ง
เทคนิคแพทย์ มบส.ทวงสัญญาเยียวยา
31 พ.ค. 54 | อ่าน 47293 ครั้ง
"สกอ."จ่อจัดอันดับมหาลัยไทย
28 มี.ค. 59 | อ่าน 355 ครั้ง
คะแนนโอเน็ตม.3,ม.6ต้องเกิน50%
15 มิ.ย. 54 | อ่าน 103792 ครั้ง
เผย 4 รายชื่อมหาวิทยาลัยยืนยันออกนอกระบบ
23 พ.ย. 54 | อ่าน 71653 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.