Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เล็งปรับเงินอุดหนุน’รายร.ร.’แทนดัดหลังโรงเรียนใหญ่รับเด็กไม่อั้น




      

เล็งปรับเงินอุดหนุน'รายร.ร.'แทนดัดหลังโรงเรียนใหญ่รับเด็กไม่อั้น

 

          นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยถึงกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ไม่สามารถพิจารณาปรับแก้ประกาศการรับนักเรียนในโรงเรียน สังกัด สพฐ. ประจำปีการศึกษา 2557 ตามนโยบายการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีวศึกษาต่อสายสามัญเป็น 51:49 ในปี 2558 ได้ เนื่องจากเกรงว่าจะมีปัญหาฟ้องร้องตามมาจากการที่เด็กไม่ได้เรียนต่อ ม.4 ทำให้นโยบายการเพิ่มนักเรียนสายอาชีวศึกษาอีก 9% ในปีการศึกษา 2557 เป็นไปได้ยากว่า การแก้ไขประกาศรับนักเรียนไม่ใช่จุดที่เป็นเงื่อนไขสำคัญ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่า สพฐ.สรุปเช่นไร เมื่อ สพฐ.ได้ข้อสรุปแล้ว คงต้องมาหารือในรายละเอียดร่วมกันอีกครั้ง เพราะยังพอมีเวลา
          นายจาตุรนต์กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม การลดสัดส่วนจำนวนนักเรียนให้อยู่ที่ 40 คนต่อห้องนั้น ไม่ได้มีเป้าหมายแค่จะเพิ่มสัดส่วนการรับนักเรียนสายอาชีวศึกษาเพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ประเด็นสำคัญ คือ ต้องการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพ เพราะการมีนักเรียนต่อห้องจำนวนมาก ทำให้การจัดการศึกษามีปัญหา ครูไม่สามารถดูแลนักเรียนได้ทั่วถึง โดยเฉพาะการเรียนภาษาต่างประเทศ หากมีนักเรียนต่อห้องมากเกินไป จะทำให้ครูไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีคุณภาพ
          ประเด็นการลดจำนวนนักเรียนต่อห้องลง ในหลายประเทศก็มีปัญหาคล้ายๆ กันเพราะต้องอยู่ภายใต้ความกดดันของสังคมและทำได้ยาก บางประเทศถึงขั้นต้องออกเป็นกฎหมาย แต่ของประเทศไทยคงยังไม่ถึงขั้นต้องออกกฎหมายแต่จะต้องไปคิดหามาตรการต่างๆ มาประกอบ อาทิ ที่ผ่านมามีข้อเสนอให้ปรับระบบเงินอุดหนุนรายหัว มาเป็นอุดหนุนตามโรงเรียน และกำหนดกติกาว่าแต่ละโรงเรียนจะต้องมีนักเรียนต่อห้องไม่เกินเท่าไร สำหรับเงินรายหัว ต้องมีการจัดสรรให้ต่อไป แต่จะไม่นำมาเป็นประเด็นสำคัญในการจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียน เราต้องมาคิดใหม่ เพราะเวลานี้เราเน้นแต่รายหัว ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ อาทิ โรงเรียนขนาดเล็กที่มีเด็ก 70 คนได้เงินน้อย ไม่เพียงพอต่อการพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน เมื่องบน้อยก็ไม่สามารถพัฒนาการศึกษาได้เท่าที่ควรจะเป็น ฉะนั้น อาจจะต้องมีการปรับการจัดสรรงบประมาณบางส่วน โดยดูความเป็นโรงเรียนเล็ก กลาง ใหญ่ ส่วนจะแตกต่างมากน้อยแค่ไหน ต้องไปศึกษาดูก่อน นายจาตุรนต์กล่าว
          รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า ที่สำคัญจะต้องไม่แปรผันตามจำนวนนักเรียนอย่างเดียว ส่วนจะต้องดูเรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนประกอบหรือไม่นั้น ต้องหารือในรายละเอียด เพราะเรื่องนี้เป็นดาบสองคม หากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กไม่ดี และเราไปตัดงบ ก็เท่ากับทำให้โรงเรียนไม่สามารถพัฒนาตัวเองได้ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กก็ไม่มีวันดีขึ้น ฉะนั้น ต้องดูให้รอบด้านเพื่อไม่ให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ ส่วนเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนในสายอาชีวศึกษาเป็น 9% นั้น ขึ้นกับปัจจัยอื่นๆ ด้วย เช่น การแนะนำอาชีพ การพัฒนาการเรียนการสอนอาชีวะ เพื่อจูงใจให้รู้ว่าเรียนแล้วมีงานทำ มีรายได้ดี หากทำให้เห็นชัดเจน เด็กก็อาจหันมาเลือกเรียนสายอาชีวศึกษาเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าจำนวนที่นักเรียนต่อห้องของสายสามัญจะเปลี่ยนหรือไม่ก็ตาม

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


โพสเมื่อ : 05 พ.ย. 56   อ่าน 848 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ก.ค.ศ.เห็นชอบหลักเกณฑ์การประเมินวิทยฐานะตามข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement)
12 ม.ค. 58 | อ่าน 687 ครั้ง
คุรุทายาทรุ่นใหม่ต้องเข้มจริง
08 เม.ย. 58 | อ่าน 793 ครั้ง
สพฐ.เปิดคลังให้ครูใช้ข้อสอบมาตรฐาน
03 มิ.ย. 58 | อ่าน 606 ครั้ง
"กมล"สกัดทุจริตวางระบบใหม่ "ย้ายครู" หลังลือหนาหู "ย้ายครูกิโลละแสน"
29 เม.ย. 58 | อ่าน 673 ครั้ง
ประกาศ สกอ.การสอบคัดเลือกเข้าร่วมโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ปี พ.ศ.2560 กรณีคัดเลือกนิสิตนักศึ
01 มี.ค. 60 | อ่าน 533 ครั้ง
การสำรวจข้อมูลพื้นฐานเพื่อการประเมินข้าราชการครูผู้สอนวิทยาศาสตร์และวิชาคณิตศาสตร์ช่วงชั้นที่ 3 (ม.1
15 ก.ย. 59 | อ่าน 747 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.