Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ชี้ WEF จัดอันดับศึกษาไทยร่วงลงทุนสูงคุณภาพต่ำ




      

ชี้ WEF จัดอันดับศึกษาไทยร่วงลงทุนสูงคุณภาพต่ำ

          ชินภัทรวิเคราะห์ผลการจัดอันดับ WEF เน้นความคุ้มค่าในการลงทุนด้านการศึกษา ส่งผลไทยอันดับร่วงเพราะลงทุนสูงแต่คุณภาพต่ำ
          นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.)กล่าวว่า โดยส่วนตัวเข้าใจว่า รายงานผลการจัดอันดับของ WEF จะวิเคราะห์ระบบการศึกษาของแต่ละประเทศในฐานะของการผลิตกำลังคนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ มองการศึกษาว่าเป็นการลงทุนอย่างหนึ่งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น อาจมีการเปรียบเทียบเม็ดเงินที่ใช้ลงทุนด้านการศึกษาและผลที่ได้รับกลับมา ซึ่งประเทศไทยมีสัดส่วนการลงทุนด้านการศึกษาต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ หรือGDP ที่สูงแต่ได้ผลตอบแทนที่ต่ำ เลยทำให้อันดับอยู่ต่ำกว่าประเทศอื่นซึ่งลงทุนต่อ GDP ต่ำกว่า แต่ได้คุณภาพที่สูง


          นายชินภัทร กล่าวต่อว่า เข้าใจว่าการจัดอันดับของ WEF จะมอง 3 ส่วนหลัก ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการผลิตกำลังพลที่มีคุณภาพ ประเด็นแรกคือมองที่คุณภาพการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีปัจจัยสำคัญในการชี้วัดความสำเร็จคือคุณภาพและสมรรถนะของครู ในส่วนของประเทศไทยมีการลงทุนเกี่ยวกับบุคลากรที่สูงโดยเฉพาะเงินเดือนครู แต่ไม่สัมพันธ์กับคุณภาพของการศึกษาที่ได้รับกลับคืน ซึ่งตรงนี้สอดคล้องกับผลการวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI ) อยู่แล้ว และเรื่องนี้ก็เป็นประเด็นที่ รมว.ศึกษาธิการ ให้ความสำคัญ มีนโยบายที่จะเพิ่มคุณภาพและสมรรถนะของครู รวมทั้งปรับการประเมินครู ให้เป็นการประเมินที่สัมพันธ์กับคุณภาพของผู้เรียน และประเมินจากผลการสอนจริงส่วนที่ 2 WEF น่าจะดูจากทักษะของนักเรียน โดยให้ความสำคัญกับ ทักษะในศตวรรษที่21 โดยหลักประกอบด้วย 3 สมรรถนะหลัก คือ สมรรถนะทางด้านการคิด สมรรถนะทางด้านภาษา และสมรรถนะทางด้านไอซีที อย่างไรก็ตามปัจจุบัน สพฐ. พยายามที่จะเติมคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21 ให้กับนักเรียนอยู่ และส่วนที่3 การประเมินของ WEF น่าจะประเมินจากอัตรากำลังคนทางด้านอาชีวะ ซึ่งเป็นกำลังคนที่สำคัญมาในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศแต่ผู้เรียนสายอาชีวะของไทย ยังมีจำนวนน้อยกว่าที่ควรจะเป็น และคุณลักษณะของผู้เรียนสายอาชีพก็ยังไม่ถึงระดับอินเตอร์เนชั่นแนล เพราะฉะนั้นจุดบกพร่องทั้ง 3 เรื่องนี้ของไทย โดยเฉพาะในเรื่องอัตรากำลังคนในสายอาชีวะ ทั้งนี้จะมอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสพฐ.นำผลการจัดอันดับมาศึกษาวิจัย เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาต่อไป
          นายสมพงษ์ จิตระดับ อาจารย์ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ข้อมูลของ WE มีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่งอยู่แล้ว และจากข้อมูลนี้ น่าจะทำให้ประเทศไทยเกิดการตื่นตัว ว่าทำไมการจัดการศึกษาของเราถึงแพ้ประเทศกัมพูชา ซึ่งเท่าที่ตนได้ศึกษาประเทศในกลุ่มอาเซียนพบใน 4-5 ปีที่ผ่านมาพบว่า ส่วนใหญ่จะเข้ามาศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ในประเทศไทย และนำความรู้ต่าง ๆ กลับไปพัฒนาประเทศ ขณะที่ปัญหาการศึกษาของไทยเดินหน้าไปแทบทุกวัน แต่กระบวนการแก้ปัญหายังคงเดินถอยหลัง ติดหล่ม ไม่มีความต่อเนื่อง นโยบายเปลี่ยนบ่อยทุก 6 เดือน ไม่มีความต่อเนื่อง
          อย่างที่เห็นว่าปัญหาการศึกษาของเรายังย่ำอยู่ที่เดิม เหมือนติดหล่ม เช่น ตอนนี้เรามีปัญหาเด็ก 1.6 ล้านคนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นปัญหาเดิมที่เราพยายามแก้มาเมื่อ 20 ปีที่แล้ว แสดงให้เห็นว่ากลไกทางด้านการศึกษาของเราตายซาก นโยบายเปลี่ยนบ่อย ตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็เปลี่ยนบ่อย ขณะที่นโยบายด้านการศึกษาของประเทศเพื่อนบ้าน มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีเป้าหมายอยู่ที่เด็กและเยาวชน ซึ่งหากจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ รัฐบาลจะต้องดูแลเรื่องปัญหาเยาวชนให้มากขึ้น รวมถึงอาจจะต้องมีการกำหนดไว้ในกฎหมายเพื่อให้เป็นการบังคับไปในตัว โดยไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลไหนเข้ามาจะต้องเดินหน้าพัฒนาการศึกษาให้เกิดความต่อเนื่องนายสมพงษ์ กล่าว

          ที่มา: http://www.bangkokbiznews.com



โพสเมื่อ : 05 ก.ย. 56   อ่าน 267 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
วิจัยเด็กกับการใช้แท็บเล็ต บทพิสูจน์...การศึกษาไทยถูกทาง?
23 ธ.ค. 54 | อ่าน 96432 ครั้ง
คอลัมน์: ชีพจรครู: ถึงเวลา...ยกเครื่องแม่พิมพ์
27 ก.ค. 54 | อ่าน 76572 ครั้ง
โรงเรียนเทคโนโลยีฐานวิทย์พลิกภาพลักษณ์ใหม่อาชีวะ
22 ธ.ค. 54 | อ่าน 65803 ครั้ง
คอลัมน์: ครูดี...โรงเรียนเด่น: ยุบทิ้งได้ไง!? รร.บ้านคลองเจ้า ที่เกาะกูดต้นแบบโรงเรียนขนาดเล็กในฝัน
21 ก.ค. 54 | อ่าน 142069 ครั้ง
อาชีวะ...สร้างสรรค์ : เปิดพิมพ์เขียว 4 นโยบายอาชีวะ สร้างมาตรฐานกำลังคนสู่สากล
30 ส.ค. 55 | อ่าน 786 ครั้ง
ความสามารถในการแข่งขัน นโยบายสาธารณะและมหาวิทยาลัยของไทย
15 ก.ย. 54 | อ่าน 29795 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.