Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


’อ๋อย’ให้ครูผช.กลับเข้าทำงานเปิดโอกาสแจง




      

'อ๋อย'ให้ครูผช.กลับเข้าทำงานเปิดโอกาสแจง
          นัก กม.แนะ'จาตุรนต์'ออกคำสั่งให้ครูผู้ช่วยกรณีถูกให้ออก กลับเข้ารับราชการ เพื่อไม่ให้แพ้คดี
          จากกรณีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา ตั้งข้อสังเกตว่าคำสั่งของที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) มีนายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน ที่ให้อดีตครูผู้ช่วยที่ถูกให้ออกจากราชการโดยที่ยังไม่มีการสอบสวนและไม่ได้รับโอกาสชี้แจง ให้กลับเข้ารับราชการเพื่อมาตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและได้รับโอกาสชี้แจง  จะนำมาสู่ความวุ่นวายและเกิดปัญหาการฟ้องร้องเรียกร้องสิทธิและเงินเดือนตามมานั้น
          เมื่อวันที่ 1 กันยายน นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการ ศธ. ให้สัมภาษณ์ว่า การดำเนินการในเรื่องนี้มีหลายกรณี แต่ละกรณีจะไม่เหมือนกัน ดังนี้ 1.กรณีที่ให้ออก โดยที่เขตพื้นที่ฯ ได้ดำเนินการครบถ้วนตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองแล้ว กรณีนี้ทางเขตพื้นที่ฯ ไม่ต้องทำอะไร เช่น การให้ออกเพราะความผิดซึ่งหน้า ถูกจับได้คาหนังคาเขา รวมถึงกรณีที่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และเปิดโอกาสให้ชี้แจงแล้วและผลสรุปออกมาว่าให้ออก กรณีเหล่านี้ทางเขตพื้นที่ฯ ไม่ต้องทำอะไร
          2.กรณีที่เขตพื้นที่ฯ ยังไม่ได้สอบสวนข้อเท็จจริงหรือยังไม่ได้ดำเนินการอะไร กรณีนี้ให้เขต พื้นที่ฯ ไปดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้มาชี้แจง ส่วนผลสรุปจะเป็นอย่างไร ก็ให้ว่าไปตามข้อเท็จจริง และ 3.กรณีที่ให้ออกจากราชการ โดยที่ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหรือว่ายังไม่มีการเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาได้มาชี้แจง กรณีนี้ขอให้มีการทบทวนในการกลับเข้ามารับราชการ เพื่อว่าจะได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและเปิดโอกาสให้มีการชี้แจงต่อไป ไม่เช่นนั้นคำสั่งที่ให้ออกจากราชการ จะไม่มีผลทางกฎหมาย เพราะหากมีการฟ้องร้องขึ้นมา ที่สุดก็ต้องแพ้คดีและส่งผลให้อดีตครูผู้ช่วย ที่ถูกให้ออกจากราชการโดยที่ไม่มีการสอบสวน หรือได้รับโอกาสชี้แจงเหล่านี้ กลับเข้ามารับราชการได้อยู่ดี อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้มีรายละเอียดที่จะต้องประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจกับ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาและผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกี่ยวข้อง ตนจึงมอบหมายให้สำนักงาน ก.ค.ศ.เชิญผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายใน อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายและระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มาชี้แจง อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ และผู้อำนวยการโรงเรียนที่เกี่ยวข้องต่อไป
          ผู้สื่อข่าวถามว่า อดีตครูผู้ช่วยที่ถูกให้ออกจากราชการโดยที่ไม่มีการสอบสวนหรือได้รับโอกาสชี้แจงกลุ่มนี้ ต่างยืนยันว่าจะไม่มาชี้แจงแม้จะได้รับโอกาส กรณีดังกล่าวจะส่งผลให้การปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ครบถ้วนตามกฎหมาย อันนำมาสู่การไม่แพ้คดีหากมีการฟ้องศาลปกครองได้หรือไม่ นายจาตุรนต์กล่าวว่า เมื่อให้สิทธิชี้แจงแล้วแต่ไม่มาก็ถือว่าไม่ใช้สิทธิ และเมื่อถึงวันที่ครบกำหนดให้ชี้แจงทางคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง จะสรุปไปในทางใดทางหนึ่งตามข้อมูลที่มีอยู่ เช่น ถ้ามีข้อมูลว่าไม่ผิด ก็สั่งให้รับราชการต่อ แต่ถ้ามีข้อมูลหรือหลักฐานว่าผิด ก็ต้องให้ออกจากราชการ โดยทั้งหมด เป็นข้อแนะนำของ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญเกี่ยวกับกฎหมายฯ ที่มีนักกฎหมายระดับสูงสุดของประเทศร่วมเป็นกรรมการด้วย ซึ่งคณะกรรมการ ก.ค.ศ. ก็เห็นด้วยกับข้อแนะนำของ อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ อีกทั้งนักกฎหมายระดับสูงสุดของประเทศ ยังให้ความเห็นว่าถึงแม้ครูผู้ช่วยกลุ่มดังกล่าว จะไปฟ้องศาลปกครอง ที่สุดก็ต้องถูกยกคำร้อง เพราะถือว่าทางราชการให้โอกาสชี้แจงแล้ว แต่เขาไม่ใช้สิทธิเอง
          ถ้าไม่ทบทวนคำสั่งให้กลับเข้ารับราชการเพื่อมาตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงและให้โอกาสชี้แจง เราแพ้คดีแน่ถ้ามีการฟ้องร้อง แต่ถ้ามีการทบทวนคำสั่งดังกล่าว ถึงแม้จะฟ้องร้องศาลไหน ศาลก็ต้องยกคำร้องเพราะถือว่าทางราชการให้สิทธิชี้แจงแล้ว แต่เขาไม่ใช้สิทธิเอง ส่วนที่หวั่นกันว่าการให้กลับเข้ามารับราชการเพื่อเปิดโอกาสให้มีการสอบสวนและชี้แจงดังกล่าว จะนำมาสู่ความวุ่นวายในเรื่องการฟ้องเรียกร้องสิทธิและเงินเดือนที่เสียไปในช่วง 2-3 เดือนนั้น ถึงแม้ ศธ.ไม่ทบทวนคำสั่งให้กลับเข้ามารับราชการ ก็ถูกฟ้องในประเด็นนี้อยู่แล้ว ยังไงก็คงหนีประเด็นนี้ไปไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังดีที่หลุดประเด็นถูกฟ้องกรณีไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง ซึ่งประเด็นนี้จะส่งผลให้บุคคลดังกล่าวกลับเข้ามารับราชการได้เหมือนเดิมถ้าหากเราไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจงหรือดำเนินการตามกฎหมายให้ครบถ้วน นายจาตุรนต์กล่าว
          รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวด้วยว่า อยากถามว่าอย่างไหนจะสร้างความเสียหายให้กับทางราชการมากกว่ากันระหว่างถูกฟ้องเรียกเงินเดือนและสิทธิต่างๆ คืน กับแพ้คดีและส่งผลให้บุคคลเหล่านั้น กลับเข้ามารับราชการได้เหมือนเดิม นักกฎหมายสูงสุดของประเทศที่อยู่ใน อ.ก.ค.ศ.วิสามัญฯ ให้ความเห็นว่าการทบทวนให้กลับเข้ามารับราชการเพื่อตั้งคณะกรรมการสอบสวนฯและให้โอกาสชี้แจง เป็นวิธีการที่จะรักษาประโยชน์ของทางราชการได้มากกว่า และเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุดแล้ว เพราะผู้บริสุทธิ์เอง ก็จะได้มีโอกาสชี้แจง แต่หากไม่บริสุทธิ์ ก็จะต้องถูกลงโทษไปตามระเบียบ
          ด้านนายศิริชัย สมบัติโพธิ์ อดีตครูผู้ช่วย สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา ชัยภูมิ เขต 1 ในฐานะประธานเครือข่ายครูผู้ช่วย ว.12/56 ให้สัมภาษณ์ว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง ชุบชีวิตพวกอดีตครูผู้ช่วย เปรียบเสมือนตายแล้วเกิดใหม่ หลังจากที่ให้ทบทวนวิธีปฏิบัติทางปกครอง อดีตครู ผู้ช่วยส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 30 ปี มากที่สุด 50 ปี ต่างมีความหวังขึ้นมาทันที แต่ส่วนหนึ่งยังคงลังเลจะไปชี้แจงข้อกล่าวหา เกรงว่าธงที่อนุกรรมการครู และบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ) เขตพื้นที่ ตั้งไว้เป็นการดำเนินการให้ครบขั้นตอน เพื่อให้ชอบทางกฎหมาย จึงขอให้ความเป็นธรรมพวกด้วย จากการติดต่อประสานงานในเครือข่าย ทราบว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนหลายแห่ง ที่ดำเนินการตามแนวทาง อ.ก.ค.ศ เขตพื้นที่ โดยไม่เปิดโอกาสให้ชี้แจงข้อกล่าวหา ให้มาลงลายมือชื่อ เพื่อรับทราบคำสั่งเพิกถอน เริ่มหวาดกลัวปัญหาตามมา หากสั่งให้ระงับการให้ออกและให้กลับมาเข้ารับราชการจริง จะส่งผลให้มีการฟ้องร้องตามมาไม่จบ เรียกร้องเรื่องเงินเดือน และสิทธิต่างๆ ที่หายไปในช่วงที่ถูกสั่งให้ออกจากราชการ
          ขณะนี้การอุทธรณ์คำสั่งเพิกถอนตำแหน่ง ของแต่ละสถานศึกษาจะเริ่มต่างในช่วงเวลากัน ได้ทยอยครบกำหนด 90 วัน ส่วนใหญ่จะเป็นในช่วงเดือนกันยายนนี้ ผู้เสียหายสามารถใช้สิทธิเป็นผู้ฟ้องคดีที่ศาลปกครองได้ ผู้อำนวยการ ได้โทรศัพท์มาสอบถามชีวิตความเป็นอยู่ พร้อมร้องขออย่าเพิ่งดำเนินการอะไร ขอให้มีความชัดเจนเรื่องแนวทางปฏิบัติก่อน กรณีนี้เป็นสิทธิของบุคคล ในการฟ้องศาล เครือข่ายไม่สามารถยับยั้งได้ นายศิริชัยกล่าว
          นายศิริชัยกล่าวว่า ผลกระทบมิใช่เฉพาะตัวเองที่ตกเป็นจำเลยทางสังคม แต่ญาติ พี่น้อง และบุคคลที่ใช้นามสกุลเดียวกัน ถูกพิพากษาเป็นพวกขี้โกง ทุจริตการสอบ มิหนำซ้ำถูกขึ้นบัญชีดำไม่สามารถสอบเป็นข้าราชการครูได้อีก งานเอกชน ก็ปฏิเสธที่จะรับเข้าทำงาน โดยมีข้ออ้างจำกัดคุณสมบัติไม่ควรอายุมากกว่า 30 ปี เพราะฉะนั้น ปริญญาที่ได้รับก็มีค่าไม่ต่างจากกระดาษเอสี่แผ่นเดียว ที่นำไปแขวนที่ฝาบ้าน หลายคนยังคงเป็นผู้ว่างงาน เตรียมเปลี่ยนอาชีพเป็นเกษตรกร หรือพ่อค้าแม่ขายแทน เพื่อหาเงินมาใช้หนี้สินที่กู้มาในระบบราชการ ช่วงระหว่างรับราชการครูผู้ช่วย และหนี้ที่กู้มาเรียน

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


โพสเมื่อ : 02 ก.ย. 56   อ่าน 414 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
กุญแจปฏิรูปการศึกษาเดิมพันที่ข้าราชการ
20 ต.ค. 57 | อ่าน 330 ครั้ง
ศธ.ใช้งบฯแสนล้านพัฒนาระบบไอซีที
16 พ.ย. 53 | อ่าน 11815 ครั้ง
ทปอ.ถกสอบตรงร่วมกัน 22 มิ.ย.ทำได้แต่ข้อสอบต้องมาตรฐานยอมรับทุกฝ่าย
06 มิ.ย. 57 | อ่าน 312 ครั้ง
สพฐ.หนุนแก้คำทับศัพท์ นักอักษร-สำนักพิมพ์กลัววุ่น
02 ต.ค. 55 | อ่าน 756 ครั้ง
ศธ.เตรียมจัดประชุมสมัชชาการศึกษานานาชาติ ครั้งที่ 5 ในโอกาสวันครูโลก
18 ส.ค. 53 | อ่าน 10908 ครั้ง
สอศ.ผุดช่างชุมชนฝึกงานเด็กอาชีวะ
14 พ.ย. 54 | อ่าน 57642 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.