Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ชุมนุมลูกเสือชายแดนใต้ กิจกรรมสมานฉันท์ในกลุ่มอาเซียน



          อรนุช วานิชทวีวัฒน์
          ภาพเหล่าบรรดาลูกเสือ เนตรนารี และผู้บังคับบัญชา จากประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และไทย ที่เข้าร่วมการชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ ค่ายลูกเสือเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา จำนวนกว่า 2,000 คน ที่ร่วม ทำกิจกรรมการออกค่าย ร่วมทุกข์ร่วมสุข ปรึกษาหารือ พูดคุยกัน เรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมประเพณีซึ่งกันและกัน คือเป้าหมายหลักของการจัดการชุมนุมลูกเสือครั้งนี้เพื่อเป็นการปูพื้นฐานสู่ประชาคมอาเซียน ทำให้พอจะมองเห็นอนาคตของความเป็นมิตรประเทศในภูมิภาคได้
          กิจการลูกเสือเป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างเยาวชนในชาติให้เกิดความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ รู้จักเสียสละ ทำคุณประโยชน์แก่สังคม มีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ตลอดจนเป็นการบ่มเพาะให้มีระเบียบวินัย มีภาวะผู้นำอยู่ในตนเอง เป็นการส่งเสริมให้เกิดความมั่นคงในชาติบ้านเมือง ซึ่งประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่างก็เล็งเห็นความสำคัญดังกล่าว จึงได้ส่งเสริมกิจการลูกเสือในประเทศของตนจนมีความเจริญก้าวหน้าเป็นลำดับซึ่งประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ตระหนักถึงความสำคัญของกิจกรรม ลูกเสือ จึงได้กำหนดนโยบายให้โรงเรียนทั้งระดับประถมศึกษาและระดับมัธยม ศึกษา ต้องจัดกิจกรรมการเรียนการสอนวิชาลูกเสือเป็นกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มีการเรียนรู้และปฏิบัติควบคู่กันไป
          การชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ไทย-ประชาคมอาเซียน ประจำปี 2556 ถูกจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน-5 กรกฎาคม 2556 ซึ่งเป็นการจัดชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ครั้งที่ 9 โดยมีเป้าหมายสำคัญคือเพื่อ เตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในปี 2558
          กระทรวงศึกษาธิการ ได้เล็งเห็น และถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่เปิดโอกาสให้เด็กเยาวชน ลูกเสือ เนตรนารี ได้มีโอกาสนำความรู้ ความสามารถและทักษะที่ได้รับจากการฝึกอบรมมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สร้างความสัมพันธ์อันดี  มีความสามัคคี มีคุณธรรม และมีความเสียสละ อีกทั้งเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างลูกเสือ เนตรนารี และผู้บังคับบัญชา ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และประเทศเพื่อนบ้าน จึงจัดให้มีงานชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้น ดร.กมล รอดคล้ายรองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (กพฐ.) ในฐานะประธานเปิดค่ายกล่าวพร้อมกับย้ำว่า กิจกรรมการชุมนุมลูกเสือจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นการจัดกิจกรรมสืบเนื่องกันมาหลายปี โดยปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 9 มีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ คือ เราต้องการให้เด็กและเยาวชนทางภาคใต้ของไทย ได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ รวมถึงศิลปะ วัฒธรรมกับเพื่อน ๆ ที่อยู่ประเทศใกล้เคียง โดยเฉพาะมาเลเซีย อินโดนีเซีย บรูไน สิงคโปร์ เป็นต้น ที่สำคัญหวังว่ากิจการลูกเสือในอนาคตจะสามารถเชื่อมโยงกับประเทศอื่น ๆ ในกลุ่มอาเซียนและนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ระดับประเทศได้
          ดร.กมล กล่าวว่า เชื่อว่าเด็กยุคใหม่จะอยู่ร่วมกับสังคมได้ หากเราจัดกิจกรรมที่มีลักษณะให้เด็กได้ร่วมทำงานร่วมกันตั้งแต่เด็ก เพราะจะสามารถขยายผลต่อยอดจากคนรู้จักไปสู่ความเป็นเพื่อน เป็นมิตร มีการแลกเปลี่ยนความเข้าใจ และวัฒนธรรมประเพณีร่วมกัน หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมเช่นนี้จะนำไปสู่ความสมานฉันท์ของคนในพื้นที่ในอนาคต ซึ่งนี่คือจุดมุ่งหมายของเรา และยิ่งในภาพรวมการที่มีลูกเสือทั้งจากประเทศไทยและประเทศเพื่อนบ้านมารวมตัวกันผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันในระยะเวลาหนึ่งถึงเกือบ 2,000 คน จะยิ่งทำให้ความคาดหวังของเราเป็นความจริงได้ในไม่ช้า
          ขณะที่เจ้าภาพจัดการชุมนุม นายศลใจ วิบูลกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 16 กล่าวว่า  การชุมนุมลูกเสือในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้จะสามารถสร้างเสริมสันติสุขในพื้นที่ได้มาก เพราะเหล่าบรรดาลูกเสือจะมีเพื่อนบ้านมากขึ้น ได้ทำกิจกรรมร่วมกันและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ประสบการณ์ เรื่องราวต่าง ๆ  ได้พูดคุยกันทำให้เกิดภาพลักษณ์ดี ๆ ที่ไม่เหมือนอย่างที่เป็นข่าว และเชื่อว่าการจัดกิจกรรมเข้าค่ายลักษณะนี้จะทำให้พวกเขามีจิตใจอ่อนโยนมากขึ้น
          ด้านผู้แทนประเทศมาเลเซีย นายมาโซว์ ละห์ ผู้อำนวยการกรมการศึกษา รัฐเกดะห์ มาเลเซีย ระบุว่า มาเลเซียมีความรู้สึกดี ๆ กับประเทศไทย และได้ส่งลูกเสือ เนตรนารี และผู้บังคับบัญชามาร่วมกิจกรรมการชุมนุมลูกเสือตั้งแต่ต้น เพราะมองว่ากิจกรรมนี้เน้นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และกลุ่มประเทศอาเซียน ซึ่งเชื่อว่างานชุมนุมลูกเสือที่เปิดโอกาสให้เหล่าลูกเสือ เนตรนารี มาทำกิจกรรมร่วมกันจะช่วยทวีความสัมพันธ์มากกว่าที่เป็นอยู่
          ส่วนผู้แทนจากอินโดนีเซีย นายซัมซุล ฮาดิ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน โรงเรียนสุราบายา กล่าวว่า กิจกรรมลูกเสือเป็นกิจกรรมหนึ่งที่จะนำพาให้เป็นบ่อเกิดของความสัมพันธ์อันดี ซึ่งปีนี้อินโดนีเซียส่งลูกเสือผู้บังคับบัญชาเข้ามาร่วมการชุมนุมมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา เพราะมีความรู้สึกที่ดีกับประเทศไทย
          เรื่องของการเตรียมคนเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น เด็กต้องมีความเข้าใจในอาเซียนที่ลึกซึ้งหรือมากกว่าแค่รู้ว่าประเทศในอาเซียน มีประเทศอะไรบ้าง มีธงชาติอย่างไร แต่ต้องเรียนรู้และสัมผัสให้เข้าใจถึงวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ ประเพณี เศรษฐกิจ และอื่น ๆ อย่างรอบด้าน ซึ่งกิจกรรมลูกเสือเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยได้.

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 16 ก.ค. 2556 (กรอบบ่าย)--


โพสเมื่อ : 15 ก.ค. 56   อ่าน 545 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สั่งประเมินคงวิทยฐานะครูคุ้มงบฯ2.1หมื่นล./ปีหรือไม่
05 ก.ค. 59 | อ่าน 236 ครั้ง
ผุดสื่อออกเสียงสอนภาษาจีนเด็กไทย องค์การค้าเล็งไอแพด-แท็บเล็ตตัวช่วย
22 พ.ค. 55 | อ่าน 1073 ครั้ง
เล็งดึงเอกชนบริหารค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ
22 ส.ค. 59 | อ่าน 239 ครั้ง
สพฐ.มักน้อยตั้งเป้าเพิ่มโอเน็ตแค่3%
07 ม.ค. 58 | อ่าน 427 ครั้ง
ปทุมฯโผล่อีกสอนไม่เป็น 5ครูผู้ช่วย 3ใน5สอบได้ที่1ด้วย อันดับ 800 ก็ยังบรรจุ
16 มี.ค. 56 | อ่าน 906 ครั้ง
กศน.บริการพิเศษสอนผู้พิการถึงบ้านเน้นแบบกึ่งโฮมสคูล
30 เม.ย. 57 | อ่าน 241 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.