Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: กศน.เพื่อนเรียนรู้: กศน.การศึกษาน้อยนิด...คุณค่ามหาศาล



          วารินทร์ พรหมคุณ
          กศน.คือการศึกษาน้อยนิด...ผมต้องลบคำสบประมาทนี้เพราะแท้จริง กศน. คือการศึกษาที่ให้คุณค่ามหาศาล เป็นการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยและเป็นการศึกษาตลอดชีวิต ที่รับผิดชอบและมีเครือข่ายพันธมิตรอย่างกว้างขวางทั่วทั้งประเทศ มีคนที่มีชื่อเสียงมากมายมาเรียนกับ กศน. แม้แต่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ทรงเห็นความสำคัญของการศึกษาตลอดชีวิต ทรงเรียนเพื่อเป็นแบบอย่างให้แก่ประชาชน
          กศน.การศึกษาน้อยนิดแต่คุณค่ามหาศาล ที่บุญโชคพลดาหาญ ผอ.สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (สำนักงาน กศน.) จังหวัดเลย นิยามให้ฟังก็ทำให้หลายคนเริ่มเห็นภาพ เปิดใจรับและปรับทัศนคติที่มีต่อการศึกษานอกระบบกันเสียใหม่
          ผอ.บุญโชค บอกว่า งานของ กศน.เน้นการพัฒนาคน ก็เหมือนการปลูกพืชที่ต้องเตรียมดิน ดังนั้น ครูอาสา ครู ศรช. ครูกศน.ตำบล และเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ จึงเน้นคนในพื้นที่เป็นหลักกศน.เมืองเลย มีสโลแกนว่า รู้คน รู้งาน รู้พื้นที่ เพราะเมื่อเป็นคนในพื้นที่แล้วก็ต้องรู้ว่าตรงไหนมีอะไร ขาดเหลืออย่างไร การทำงานก็ตรงเป้าหมายและสามารถสร้างเครือข่ายทำงานร่วมกันได้สะดวก เพราะต่างเห็นความสำคัญของกันและกัน
          ...จึงไม่น่าแปลกใจที่นโยบายการจัดตั้ง กศน.ตำบล ของจังหวัดเลย สามารถเปิดได้ครบทั้ง 90 ตำบล เป็นแห่งแรกของประเทศไทยเพราะครู กศน.ที่อยู่ในพื้นที่ได้ประสานกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อบต.) และเครือข่ายทั้งหมดให้เข้ามาสนับสนุนนี่เอง
          นโยบายสำคัญอีกเรื่องที่ประสบความสำเร็จเป็นรูปธรรมจับต้องได้ ก็เห็นจะเป็นเรื่อง การอ่าน ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกคนต้องช่วยกันขับเคลื่อน ทำอย่างไรจึงจะปลุกกระแสให้การอ่านและการทำอาชีพได้บูรณาการไปด้วยกัน และให้เป็นหมู่บ้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต
          กศน.จังหวัดเลย ได้คิดทำโครงการหนังสือสามัญประจำบ้านเพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรักการอ่านหนังสือสามัญประจำบ้านก็เหมือนกับยาสามัญประจำบ้านที่ทุกคนต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อเจ็บไข้ได้ป่วยทุกคนต้องใช้ยา
          ผอ.บุญโชค บอกว่า ขณะเดียวกันหนังสือสามัญประจำบ้านก็เป็นความรู้ฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้อะไรที่เกี่ยวกับตัวเราเอง จึงได้ทำหนังสือขึ้นมา6 เล่ม คือ 1.เมื่อเราไปสถานีตำรวจ 2.เมื่อเราไปอำเภอ 3.เมื่อเราต้องคดีความ 4.เมื่อเราไปติดต่อเรื่องที่ดิน5.เมื่อเราไปขนส่ง และ 6.ฤกษ์งาม-ยามดีโชคชะตาราศี โดยเฉพาะเรื่องสุดท้ายโชคชะตาราศี ซึ่งทุกคนชอบอ่านเพื่อจะได้ดูดวงชะตาราศีของตัวเอง ซึ่งสอดคล้องกับความเชื่อวิถีชีวิตของคน เช่นเกิดวันไหนเป็นอย่างไรที่ทุกคนอยากรู้
          กุศโลบายของผมที่พิมพ์หนังสือ 6 เล่มขึ้นมา ก็เพื่อกระตุ้นให้คนรักการอ่านก่อน เมื่อเขารักการอ่านแล้วก็จะพัฒนาไปกับการอ่านหนังสือเรื่องอื่นๆ เอง โดยหนังสือเหล่านี้จะอยู่ทุกหลังคาเรือนของกศน.ตำบล ทั้ง 90 หมู่บ้าน เหมือนยาสามัญประจำบ้าน หรือตามจุดต่างๆ ที่เป็นบ้านหนังสืออัจฉริยะและหนังสือสามัญประจำบ้านจะไม่มีการสงวนลิขสิทธิ์ใครอยากนำไปตีพิมพ์เพื่อเผยแพร่ก็สามารถนำไปพิมพ์ได้ เพราะต้นฉบับเราจะมีอยู่ในสำนักพิมพ์ต่างๆ ของจังหวัดเลย และขณะนี้ทราบว่าได้มีการนำไปตีพิมพ์และแจกจ่ายกันทั่วประเทศแล้วเพราะคนเราจะอ่านหนังสือได้จะต้องเป็นเรื่องที่โดนใจปฏิบัติการเชิงรุกด้านส่งเสริมการอ่านที่ ผอ.บุญโชค นำมาใช้อีกอย่างคือการให้นักศึกษาที่มีอยู่จำนวน 17,000 คน ไปเป็นอาสาสมัครส่งเสริมการอ่าน และลงไปกระตุ้นให้คนรักการอ่าน แล้วเก็บข้อมูลมาส่ง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทำรายงานการเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนี้ ยังให้นักศึกษาเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมซึ่งเป็นการช่วยทำงานให้กับ กศน.ด้วย
          อัตลักษณ์ของนักศึกษา กศน.จังหวัดเลย ได้กำหนดเหมือนกันก็คือใฝ่เรียนรู้ คู่อาชีพ และมีคุณธรรม เมื่อทุกคนมาเรียนจะต้องใฝ่เรียนและรักการอ่าน นอกจากนี้จะต้องเรียนรู้เรื่องอินเตอร์เน็ตทุกคนจะต้องมีเว็บ ไซต์เป็นของตัวเอง ทุกคนจะต้องมีอาชีพอย่างน้อย1 อย่าง และให้มีคุณธรรมจริยธรรม โดยนักศึกษา กศน.ทุกคนจะต้องมีสมุดบันทึกความดี ว่าในแต่ละวันได้ทำความดีอะไรบ้าง จะได้ทบทวนความดี หากใครเขียนโกหกนานๆ เข้าก็จะละอายไปเอง เอกลักษณ์ของเราก็คือเปิดโอกาสทางการศึกษา ภาคีเครือข่ายให้ความร่วมมือ โดยหลักก็คือการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้รับการเรียนรู้นอกจากนี้ยังได้กระตุ้นให้ผู้ที่ประสบความสำเร็จมาเรียนกับ กศน.เพื่อเป็นตัวอย่างให้กับลูกหลาน เพราะบางคนจบปริญญาตรีแล้วก็มาเรียน กศน.เพราะอยากเติมเต็มในสิ่งที่เขายังไม่รู้อยากมีเพื่อน ซึ่งเป็นการเรียนรู้ชีวิต ผอ.กศน.จังหวัดเลย กล่าว
          โอกาสทางการศึกษาที่ว่านี้ ดูเหมือนจะยังประโยชน์ไปทุกกลุ่มอย่างนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ที่แวะเวียนมาเรียนรู้นอกตำราก็มีมาไม่ขาดสาย อย่างโรงเรียนบ้านห้วยกระทิง ขาประจำรถโมบายเคลื่อนที่ของ กศน.
          ครูอำนาจ ภาระดี ซึ่งนำคณะนักเรียนมาจัดกิจกรรมนอกห้องเรียน บอกว่า เด็กๆ ไม่เคยเห็นรถโมบายเคลื่อนที่ของ กศน.เมื่อมาเห็นแล้วเขาก็ได้สัมผัสกับชีวิตจริงเพราะรถโมบายของ กศน. นอกจากจะมีหนังสือให้อ่านอย่างหลากหลายแล้วยังมีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ใช้งานด้วย ซึ่งก็สอดคล้องกับหลักสูตรใหม่ที่จะนำมาใช้ในเร็วๆ นี้ด้วยว่าเด็กต้องมีกิจกรรมนอกห้องเรียน ที่นอกเหนือจากสื่อการเรียนในห้อง
          นอกจากนี้แล้วยังมีโครงการใหม่ล่าสุด บ้านหนังสืออัจฉริยะ ที่ดูจะถูกใจประชาชนเป็นอย่างมาก
          ลุงประคอง แก้วสุวรรณ เจ้าของบ้านหนังสืออัจฉริยะบ้านห้วยกระทิง ม.1 ต.กกทอง อ.เมือง จ.เลย กล่าวว่า ดีใจที่ กศน. ได้เลือกบ้านของตนเป็นบ้านหนังสือ ซึ่งตนก็ยินดี เพราะการมีหนังสือพิมพ์และหนังสือต่างๆ อย่างหลากหลายมาให้ชาวบ้านอ่านทำให้ไม่เหงาได้ทั้งเพื่อนและความรู้ ใครว่างจากงานก็มาพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบกัน มานั่งอ่านข่าวเหตุการณ์บ้านเมือง ที่นอกจากเหนือจากการดูข่าวทางโทรทัศน์ เพราะบางวันก็ดูข่าวไม่ทันเพราะทำงานยังไม่เสร็จ ก็พากันมานั่งอ่านและพูดคุยกัน บางวันเด็กก็มารวมกลุ่มกันทำการบ้าน ทำให้ไม่เหงาเพราะมีเพื่อนทุกเพศ ทุกวัยมากันไม่ขาด
          สมเป็น กศน.การศึกษาน้อยนิด..คุณค่ามหาศาล อย่างแท้จริง

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ


โพสเมื่อ : 19 มิ.ย. 56   อ่าน 490 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
เตือนทุจริตสอบครูสูญเงินสิ้นอนาคต
11 มิ.ย. 56 | อ่าน 592 ครั้ง
ร่างเกณฑ์วิทยฐานะใหม่เน้นข้อตกลง
22 ม.ค. 57 | อ่าน 599 ครั้ง
สพฐ.รุกขยายผลโรงเรียนคุณธรรม 3 หมื่นโรงในปี 2561
18 เม.ย. 60 | อ่าน 218 ครั้ง
เตือนเด็กไทยอ่อนภาษาเสียเปรียบคู่แข่ง
22 พ.ย. 56 | อ่าน 496 ครั้ง
สอศ.ชงอาชีวศึกษารัฐรับเด็กรอบเดียวปี 60
09 พ.ย. 59 | อ่าน 303 ครั้ง
มรภ.สงขลา-นิวซีแลนด์สานต่อป.เอก เปิดวงวิชาการความร่วมมือด้านพัฒนาอาจารย์
08 พ.ย. 56 | อ่าน 574 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.