Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สร้างโอกาสให้คนบนพื้นที่สูง...เข้าสู่การรู้หนังสือไทย



          ชุลีพร ผาตินินนาท
          วาระของการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เข้าใกล้มาทุกที ทาให้เกิดความคาดหวังว่าปี 2558 สังคมอาเซียนจะเป็นสังคมไร้พรมแดน การเดินทางไปมาหาสู่จะง่ายขึ้น จะได้เห็นผู้คนต่างเผ่าพันธุ์มาอยู่ร่วมกันในชุมชน ในสถานประกอบการ ในห้างสรรพสินค้า และในที่ต่าง ๆ ที่มีการรวมกลุ่มคน โดยใช้ภาษาพูดที่เป็นภาษากลาง คือ ภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยที่ ไม่ค่อยจะชัด หรือภาษาผสมคือไทย-พม่า ไทย-มาเล, ไทย-ลาว, ไทย-เวียดนาม, ไทยจีน, ไทย-กัมพูชา และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะต้องมีการบันทึกเพื่อเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์แก่ลูกหลาน สถาบันทางการศึกษาต่าง ๆ ได้พยายามพัฒนากลุ่มเป้าหมายมิให้ตกยุคด้วยการฝึกฝนการเรียนรู้ด้านภาษา วิถีชีวิตเพื่อการอยู่ร่วมกัน
          แต่อย่างไรก็ตามยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่บนพื้นที่สูงในประเทศไทยซึ่งอยู่มาตั้งแต่บรรพบุรุษรุ่นปู่ย่าตายาย และส่วนใหญ่ก็มี บัตรประชาชนที่แสดงถึงความเป็นคนไทย บ้างก็ใช้สิทธิโดยการใช้หัวแม่มือแทนการลงชื่อ เนื่อง จากเขาเหล่านั้นไม่สามารถอ่านพูดและเขียนภาษาไทยได้ ซึ่งก็มีอยู่จานวนไม่น้อย เขาเหล่านี้ไม่รับรู้การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เขารับรู้แต่เพียงว่าจะมีชีวิตอยู่อย่างไรให้ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัว ลูกหลานได้เข้าเรียน มีที่ดินปลูกข้าวพอกินในรอบปี
          อาเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เป็นพื้นที่หนึ่งที่ประกอบไปด้วยเทือกเขาสูง มีพื้นราบบ้างบางส่วน การเดินทางเป็นไปด้วยความยากลาบาก โดยเฉพาะในฤดูฝนทาให้มักจะขาดการติดต่อกับโลกภายนอก ชาวบ้านจึงไม่ค่อยเห็นความสาคัญของการใช้ภาษาไทย แต่เขาคงลืมไปว่าในการรับบริการจากหน่วยงานของรัฐที่ลงไปให้บริการ หรือให้ความรู้แก่ตนเองและครอบครัวที่มีความสาคัญมากที่สุด คือเรื่องสุขภาพอนามัยนั้น หากเขาไม่สามารถสื่อสารกันได้แล้วจะเกิดอะไรกับตนเองบ้าง ซึ่งจากการที่ครู กศน.ที่ปฏิบัติงานบนพื้นที่สูงอาเภออมก๋อยได้สารวจจานวนผู้ไม่รู้หนังสือที่เป็นผู้ใหญ่ (อายุ 17- 45 ปี) ในพื้นที่รับผิดชอบ พบว่ามีมากถึง 7,000 กว่าคน โดยยังไม่รวมหมู่บ้านที่ไม่มีครู กศน.ปฏิบัติงานประจาซึ่งมีอีกเป็นจานวนมาก
          จากผลสารวจดังกล่าว สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีความวิตกกังวล เพราะจะมีผลต่อการพัฒนาด้าน อื่น ๆ ได้ จึงมีรับสั่งกับผู้เขียนมาโดยตลอดโดยทรงเน้นให้พัฒนาให้คนกลุ่มนี้สามารถสื่อสาร กับคนภายนอกได้ โดยมีพระราชดาริให้เน้นการพูด-ฟังก่อน ซึ่งผู้เขียนได้น้อมรับพระราชดาริมาปฏิบัติในฐานะอาสาสมัคร โดยร่วมกับครู กศน.อมก๋อยดาเนินการจัดกิจกรรมเพื่อการรู้หนังสือไทยมาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2555 เน้นการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต ไม่ติดยึดกับห้องเรียน ครูเดินเข้าหาผู้เรียน เจออะไรก็นามาเป็นบทเรียน เช่น เข้าครัวก็เอาอุปกรณ์ในครัวมาสอนเป็นภาษาไทย ใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมาพูดมาเขียนเป็นคา ๆ โดยสิ่งแรก คือ ให้ทุกคนเขียนชื่อตัวเองก่อน เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจซึ่ง จะเป็นการกระตุ้นให้ทาซ้า ๆ ได้
          จากการติดตามไปเยี่ยมกลุ่มผู้เรียน ที่บ้านแม่ ระมีดน้อย ซึ่งตั้งอยู่หมู่ 17 ตาบลอมก๋อย มี ครูอัครเดช อาจทิพาฤกษ์ และ ครูประทุม ทิปัญญา ครู กศน.เป็นผู้สอน พบว่า มีผู้เรียนที่เป็นผู้ใหญ่จานวน 20 คน ซึ่งในจานวนนี้เป็นคู่สามี-ภรรยาจานวน 6 คู่ เวลาที่เรียนรู้ประมาณ 2 เดือน เขาสามารถเขียนชื่อ-นามสกุลตนเอง ที่อยู่ อาเภอ และจังหวัดได้ นางมยุรี กรัณย์ปราณี และสามี ซึ่งไม่เคยเรียนหนังสือไทยมาก่อนเลย และพูดภาษาไทยไม่ได้ แต่พอเข้าใจความหมายที่สั้น ๆ ได้เล่าให้ฟังว่า ถ้าลูกเราโตเราจะให้เรียนหนังสือไทยที่ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง หรือ ศศช.เพราะอยู่ใกล้บ้าน เราอยากรู้ภาษาไทยมาก อยากเขียนภาษาไทยเป็น เพราะเวลาเข้าเมืองจะได้อ่าน ป้ายบอกทางได้ เราจะเรียนให้จบ
          สาหรับที่บ้านห้วยแห้ง ซึ่งตั้งอยู่หมู่ที่ 17 ตาบลยางเปียง อาเภออมก๋อย ครูจิราวรรณ์ ชุมศรี เล่าให้ฟังว่า พื้นที่นี้มีประชากรชาวกะเหรี่ยงทั้งหมด 26 ครัวเรือน มีผู้ไม่รู้หนังสือ 31 คน ขณะนี้ได้เข้าเรียนตามหลักสูตรเพื่อการรู้หนังสือไทย 12 คน (ดูเหมือนจะเป็นแกนนาหรือ หน่วยกล้าตายก่อน) เป็นคนรุ่นวัยทางาน หมู่บ้านนี้อยู่ไม่ห่างไกลจากตัวอาเภอนัก เป็นที่น่าสังเกตว่าหมู่บ้านนี้ไม่ค่อยจะสนับสนุนให้ ลูก ๆ เรียนหนังสือ ใครไม่เรียนก็ไม่บังคับ แต่ ครู กศน. ก็ต้องมาเก็บเข้าไปเรียนที่ ศศช. และตอนนี้ ครูจิราวรรณ์ก็กาลังใช้ความพยายาม ดึง อบต. และ อสม. เข้าเรียนด้วย เพราะภรรยาของทั้งสองคนได้เข้าเรียนแล้ว
          นางแสงจันทร์ คงคาผล อายุ 47 ปี มีบุตร 4 คน เริ่มเรียนหนังสือตามหลักสูตรเพื่อการรู้หนังสือไทย โดยมีครู กศน. เดินสอนตามบ้านในเวลาหลังจากเลิกงานทาไร่ ซึ่งจากการถามไถ่ว่าเรียนแล้วมีประโยชน์อย่างไร ได้คาตอบว่า มันดีนะครูทาให้เรารู้อะไรได้มากขึ้น เสียดายไม่ได้เรียนตอนเด็ก แต่ก็ช่วยเชิญชวนเพื่อนในหมู่บ้านมา หัดพูดภาษาไทยโดยบอกว่า เราคน กะเหรี่ยงจะอายทาไมที่จะพูดภาษาไทย คนเมืองยังพูดภาษากะเหรี่ยง เราไม่ได้เลย เป็นคาพูดที่คมดีและน่าคิด ในหมู่บ้านนี้มีผู้ใหญ่ที่เรียนตามหลักสูตรสายสามัญขั้น พื้นฐาน 19 คน จากการพูดคุยพบว่า ทุกคนมีความตั้งใจเรียนดีและต้องการเรียนในระดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับแรงกระตุ้นของครูกศน. ด้วย
          และด้วยความมุ่งมั่นของ นายเจริญ ธรรมบัณฑิต ผอ. กศน.อาเภออมก๋อย และกาลังสนับสนุนจาก นายศุภกร ศรีศักดา ผอ.กศน.จังหวัดเชียงใหม่ ทาให้ครูนิเทศ และครู ศศช.ร่วมด้วยช่วยกันจัดการศึกษาเพื่อการรู้หนังสือไทย ทาให้ตอนนี้มีชาวไทยภูเขาเข้าเรียนแล้วไม่ต่ากว่า 2,000 คน ซึ่งต้องบอกว่าไม่มีอะไร กศน.ทาไม่ได้ ขอเป็นกาลังใจให้ครูบนพื้นที่สูงทุกคนที่จะร่วมกันฟันฝ่าให้ชาวไทยภูเขาเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารกับคนในเมืองได้ ที่สาคัญนี่คือการร่วมกันสนองงานตามพระราชดาริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี.

          --เดลินิวส์ ฉบับวันที่ 14 มิ.ย. 2556 (กรอบบ่าย)--


โพสเมื่อ : 13 มิ.ย. 56   อ่าน 387 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
รัฐบาล เปิดสอบตำแหน่งครูผู้ช่วยทั่วประเทศ 8,000 อัตราเดือนกันยายนนี้ พร้อมให้ความเชื่อมั่นหลักเกณฑ์ใ
03 ส.ค. 58 | อ่าน 141 ครั้ง
สอศ.ชูยุทธศาสตร์เป็นฮับอาเซียน
10 ก.ย. 57 | อ่าน 295 ครั้ง
แจกแท็บเล็ตนักเรียนป.1 นโยบายสู่การปฏิบัติ
09 ก.พ. 55 | อ่าน 51475 ครั้ง
ชี้ศธ.บริหาร5แท่งมุมมืดการศึกษา 'สมพงษ์'เร่งวิจัยอาเซียน-ห่วงไม่ทันเพื่อนบ้าน
25 ก.ย. 55 | อ่าน 682 ครั้ง
ติวครูสังคมศึกษาทำวิจัย ปรับใช้จัดการความรู้มีประสิทธิภาพ
18 ก.พ. 57 | อ่าน 204 ครั้ง
อบรมเรียนรู้ การปลูกมะนาวนอกฤดูกาล
29 เม.ย. 57 | อ่าน 2073 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.