Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ปฐมวัย ฐานรากแห่งการพัฒนาประเทศ



          เด็กในวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า ประเทศจะพัฒนาในอนาคต ขึ้นอยู่กับคุณภาพของประชากรตัวน้อยทุกคนด้วยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว ในงาน สานงาน เสริมพลัง ร่วมสร้างประเทศไทยให้น่าอยู่ที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ จึงได้ระดมผู้รู้ผู้เกี่ยวข้องมาร่วมกันถกเรื่อง สานพลังสร้างปฐมวัยให้มีคุณภาพ โดย พญ.พรรณพิมล วิปุลากร ผู้อำนวยการสถาบันราชานุกูล รักษาการรองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า การสร้างคุณภาพเด็กควรเริ่มตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ แต่ปัจจุบันมีเพียง5-10% ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แม้หญิงตั้งครรภ์ส่วนใหญ่คลอดที่สถานพยาบาล ยังต้องเผชิญ 2 ปัญหาสำคัญคือ 1.ทารกแรกคลอดน้ำหนักตัวน้อย ซึ่งทางการแพทย์ระบุว่ากำลังเป็นภาระทางสุขภาพที่สำคัญในปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็มีเด็กน้ำหนักเกินมากขึ้นเรื่อยๆ 2.การเติบโตเรียนรู้ ปลอดโรค ปลอดภัยของเด็ก ซึ่งไทยมีความก้าวหน้าด้านวัคซีน แต่ยังมีเด็กด้อยโอกาสที่เข้าไม่ถึง เมื่อคลอดปลอดภัยแล้ว ก็เตรียมพร้อมเข้าสู่การดูแลของสถานเลี้ยงเด็ก ก่อนเข้าสู่รั้วโรงเรียน เพราะพ่อแม่ยุคใหม่ต้องทำงานนอกบ้าน หน้าที่ในการดูแลบุตรหลานจึงถูกส่งต่อไปยังครูพี่เลี้ยง
          นายวีระชาติ ทศรัตน์ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการศึกษานอกระบบและพัฒนากิจกรรมเยาวชน สำนักประสานและพัฒนาการจัดการศึกษาท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กล่าวว่า ปัจจุบันมีศูนย์เด็กเล็กในสังกัดกรมฯ รองรับเด็กที่ไม่ได้เข้าสู่สถานเลี้ยงเด็กอื่นๆ 20,000 แห่งทั่วประเทศ ครู 52,000 คน ดูแลเด็กประมาณ 1 ล้านคน เพื่อกระตุ้นพัฒนาเด็ก ให้ได้รับการพัฒนาตามวัย ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม
          นางสุกัญญา เวชศิลป์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็ก สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชนผู้ด้อยโอกาส และผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) กล่าวว่า แต่ละปีมีเด็กคลอดใหม่กว่า 4 ล้านคน เด็ก 1 ล้านคนเข้าศูนย์ดูแลเด็กเล็ก อีก 1 ล้านคนเข้าศูนย์พัฒนาเด็กของรัฐบาล ที่เหลืออีกประมาณ 2 ล้านคนไม่ได้อยู่ในการดูแลของสถานดูแลเด็กสังกัดใดๆ อยู่ในการดูแลของปู่ย่า ตา ยาย การสร้างคุณภาพเด็กปฐมวัยจึงต้องมองให้ครบทุกกลุ่มให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงกับครอบครัว ผู้ปกครองเด็ก และควรมีมาตรฐานกลางศูนย์ดูแลเด็กเพราะปัจจุบันยังเป็นมาตรฐานเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน จึงร่วมกับ สสส. พัฒนาการทำงานด้านเด็กเชิงระบบ ให้เด็กเป็นศูนย์กลางตอบสนองความต้องการของเด็กได้ทุกมิติ ทั้งการศึกษา อนามัย สิ่งแวดล้อม
          รศ.ดร.อุดมลักษณ์ กุลพิจิตร กรรมการพัฒนาระบบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(องค์การมหาชน) หรือ สมศ. กล่าวว่า เพราะการประเมินของ สมศ. ครอบคลุมทั้งด้านผู้บริหาร ด้านครู และด้านผู้เรียน ซึ่งการรับรองและประเมินคุณภาพเป็นการตรวจสอบคุณภาพภายนอก จะช่วยผลักดันให้โรงเรียน รวมถึงสถานดูแลเด็กให้ความสำคัญกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะเป็นตัวช่วยให้เด็ก 2 ล้านกว่าคน ที่อยู่ในการดูแลของศูนย์ฯ ต่างๆ ได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย เศร้าสลด ทั้งการลืมเด็กไว้ในรถ การทำร้ายร่างกายเด็ก เป็นต้น
          เด็กไทยในวันนี้ล้วนมีศักยภาพในตัวเอง ขอเพียงผู้ใหญ่ให้การดูแลและส่งเสริมอย่างเหมาะสมและใส่ใจ เท่านี้ก็ประชากรตัวน้อยๆ ก็พร้อมจะเติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศให้วัฒนาก้าวหน้าได้แน่นอน

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ASTVผู้จัดการรายวัน


โพสเมื่อ : 07 มิ.ย. 56   อ่าน 1171 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ก.ค.ศ.รับทราบรายงานผลการรับสมัครสอบครูผู้ช่วย 1/2559
08 ก.ย. 59 | อ่าน 377 ครั้ง
ผู้ตรวจการฯ จับมือทีดีอาร์ไอ หวังปรับคุณภาพการศึกษา
16 มี.ค. 55 | อ่าน 9846 ครั้ง
มจษ.แจง ป.บัณฑิต ปี 51 สอนเพิ่ม 1 ปี เป็นไปตามเกณฑ์คุรุสภา
12 ต.ค. 53 | อ่าน 12108 ครั้ง
"บิ๊กหนุ่ย"เร่งพัฒนาครูวิทย์-คณิตฯ - เชื่อเด็กเรียนเก่งหากรู้ภาษาไทย
21 มิ.ย. 59 | อ่าน 187 ครั้ง
ศธ.เตรียมจัดงานประชุมสมัชชาการศึกษานานาชาติเนื่องในโอกาสวันครูโลก
24 ส.ค. 53 | อ่าน 12961 ครั้ง
คุรุสภายันนักวิทย์สอนได้
27 ส.ค. 57 | อ่าน 280 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.