Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


’ครู DELIVERY’หน่วยกู้ภัยโรงเรียนขนาดเล็ก



          เรื่อง : สุธรรม กันด

          พังเภา เป็นโรงเรียนขนาดเล็กใน อ.สทิงพระ จ.สงขลา มีครู 2 คน เด็กนักเรียน 48 คน และมี แนวโน้มจะถูกยุบ!
          กระทั่งพี่ๆ จากกลุ่ม สังคมศึกษาพัฒนาเยาวชน โดยนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ วิชาเอกสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตสงขลา มีโอกาสไปทำกิจกรรมที่โรงเรียนแห่งนี้ และเห็นว่า น่าเสียดาย...หากโรงเรียนของน้องๆ จะถูกยุบ จึงรวบรวมสมาชิกได้ 15 คน จัดทำโครงการ ครู Delivery และผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปสอนวิชาภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ ตามความต้องการของ ผู้อำนวยการโรงเรียนพังเภา ที่เห็นว่าน้องๆ เรียนอ่อนในวิชาเหล่านี้
          ผลของการเดินทางจากมหาวิทยาลัยไปสอนน้องๆ ที่โรงเรียนทุกๆ วันพุธ ช่วงบ่าย เป็นระยะเวลา 4 เดือน พบว่า น้องๆ มีผลการเรียนดีขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กหลายคนมีผลสอบโอเน็ตดีกว่าปีก่อนๆ และที่สำคัญ...โรงเรียนพังเภา ไม่ถูกยุบ
          โครงการ ครู Delivery เป็น 1 ใน 22 โครงการของ The young citizen หรือ โครงการพลังเยาวชนพลเมืองสงขลา ที่ดำเนินงานโดยสงขลาฟอรั่ม ภายใต้การสนับสนุนจากมูลนิธิสยามกัมมาจล โครงการดังกล่าวต้องการพัฒนาเยาวชนให้มี สำนึกพลเมือง มีทักษะชีวิต และมีความเป็น ผู้นำในการสร้างความเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกันยังเป็น เยาวชนจิตอาสา ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ที่จะเติบโตไปเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดสงขลา
          ป้าหนู-พรรณิภา โสตถิพันธุ์ ผู้อำนวยการสงขลาฟอรั่ม บอกว่า หลายคน อาจไม่เข้าใจคำว่า พลังพลเมือง หรืออาจยังเข้าใจผิดๆ  คำว่าพลังพลเมืองก็คือพลเมืองที่ไม่นิ่งนอนใจต่อปัญหาทางสังคม... ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราอยู่บ้าน แล้วบ้านเราไฟดับ หรือ น้ำไม่ไหล สำนึกของเราก็คือต้องหาทางที่จะทำให้น้ำ และไฟกลับมาเป็นปกติ ต้องไม่เกี่ยงกันว่าจะเป็นหน้าที่ของ คนนั้น คนนี้... ซึ่งก็เช่นเดียวกัน ถ้าออกมานอกบ้าน แล้วบ้านเมืองมีปัญหา คนที่ มีสำนึกพลเมืองต้องไม่นิ่งนอนใจกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้า ต้องกระโดดลงไปช่วย ถึงจะช่วยไม่ได้ด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็เป็นธุระ ประสานงานผู้รับผิดชอบ เพือที่จะมาช่วยกันแก้ไขปัญหาต่อไป  และในฐานะนักศึกษาครุศาสตร์ที่เมื่อจบการศึกษาออกไปแล้วต้องประกอบอาชีพครูนั้น ธุระ ของกลุ่ม สังคมศึกษาพัฒนาเยาวชน จากมหาวิทยาลัยทักษิณ คือการทำให้น้องๆ จากโรงเรียนพังเภาอ่านออกเขียนได้
          ตอนนั้นเรามีโอกาสเข้ามาทำกิจกรรมที่โรงเรียนพังเภาแล้วก็เห็นว่า ที่นี่มีครูน้อย เมื่อครูไม่พอ น้องๆ ก็จะเรียนจากโทรทัศน์เป็นส่วนใหญ่ และการเรียนหนังสือจากโทรทัศน์ดาวเทียม ผมเห็นว่าพัฒนาการทางการเรียนรู้ของน้องๆ เป็นไปได้ช้า จึงมาคิดร่วมกันว่าจะหาทางช่วยเหลืออย่างไรดี เอก-เอกพงษ์ สมหา นิสิตชั้นปีที่ 3 หัวหน้าโครงการครู Delivery เปิดเผยถึงเหตุผลที่ทำให้เขาและเพื่อนๆ รวมกลุ่มกัน 15 คน เดินทางจากมหาวิทยาลัยมาช่วยสอนน้องๆ ที่โรงเรียนพังเภา
          ขณะที่ ทิพาภรณ์ เศียรอุ่น 1 ในทีมครู Delivery บอกว่า ตอนเข้ามาทำกิจกรรมเตรียมความพร้อมของนักเรียนเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เธอเห็นน้องๆ หลายคนยังอ่านหนังสือไม่ค่อยออก
          พอมาเห็นน้องๆ เรารู้สึกว่า ทำไมเราโชคดีจัง โชคดีหมายถึงสมัยเรามีโรงเรียน มีครูสอน มีหนังสือให้อ่าน และมีทุกอย่างครบ แต่มาเห็นที่นี่น้องๆ ขาดมากเลย เด็กบางคนยังไม่รู้เลยว่าจบ ป.6 และจะไปเรียนที่ไหนต่อ เหมือนกับเด็กยังมอง ไม่เห็นอนาคตตัวเอง เราก็ถามว่า จะปล่อยให้น้องๆ มีชีวิตแค่นี่เหรอ เพราะแค่ ป.6 มันน้อยมากกับการใช้ชีวิตในปัจจุบัน แล้วไหนโรงเรียนก็จะถูกยุบอีก พวกเราก็เลยเอาเรื่องนี้กลับไปคุยกับเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัย หาจิตอาสา ใครอยากมาก็มา ใครยังไม่พร้อมก็ไว้โอกาสหน้า แต่ช่วงนั้นขอให้เป็นครูภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ก่อน
          หลังจากประชุม และวางบทบาทของ ครู Delivery แต่ละคนจนได้ ข้อสรุป เอก ในฐานะแกนนำเดินทางมาพบผู้อำนวยการโรงเรียน และร่วมประชุมกับผู้ปกครอง อธิบายวัตถุประสงค์ของโครงการ เพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจว่านิสิตจะทำให้ลูกหลานของเขาอ่านออกเขียนได้  จำได้ว่าวันที่เรามาประชุมผู้ปกครอง มีผู้ปกครองท่านหนึ่งจูงลูกมาบอกว่าจะ ย้ายลูกไปเรียนที่อื่น ผอ.ก็บอกว่าให้ลองฟัง น้องๆ นำเสนอก่อน สุดท้ายก็เห็นว่ากิจกรรมเราเป็นกิจกรรมที่ดีก็ยังไม่ให้ลูกไปเรียนทีอื่น
          แต่คำถามของกลุ่มผู้ปกครองคือ หากนักศึกษาเรียนจบและออกไปทำงานใครจะมารับช่วงสอนหนังสือน้องๆ
          ก็หารือกับคนในชุมชน ประสานงาน กับทางคณะ และกลับมายืนยันกับทางโรงเรียนว่า ถ้าหากพวกเราจบออกไป และโรงเรียนยังไม่ถูกยุบก็จะมีน้องๆ รุ่นถัดมาอาสาเข้ามาช่วยสอนหนังสือน้องๆ และทางมหาวิทยาลัยก็เปิดโอกาสเต็มที่ กับกิจกรรมดีๆ แบบนี้
          อย่างไรก็ตาม ในระหว่าง 4 เดือนของกิจกรรมการเรียนสอน ครู Delivery จะประชุมเตรียมการสอนก่อนออกมาจากมหาวิทยาลัย จากนั้นมากระจายกำลังกันออกไปสอนน้องๆ ตามห้อง โดยแบ่งออกเป็น 2 ระดับ คือ เด็กเล็กและเด็กโต
          สอนทุกวันพุธ ตั้งแต่บ่ายโมงถึง 4 โมงเย็น โดยสอน 3 วิชาหลัก คือคณิตศาสตร์ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ วิธีการคือให้ครู 15 คน เวียนกันสอนจนครบทุกชั้น หลังสอนเสร็จก็จะมีการประชุมเพื่อประเมินหรือสรุปบทเรียนในแต่ละวันว่าแต่ละคนสอนเป็นอย่างไร มีจุดติดขัด หรือปัญหาอุปสรรคในด้านใดบ้าง
          จากการประเมินผลร่วมกันของ ครู Delivery และผู้อำนวยการโรงเรียนพบว่า เด็กๆ มีการเรียนดีขึ้น และเมื่อไปดูผลการสอบโอเน็ต ก็พบว่า คะแนนออกมาดีกว่าปีที่แล้ว เด็กๆ ส่วนใหญ่อ่านออกเขียนได้ และคิดเลขเป็น
          สำคัญกว่านั้นคือ โรงเรียนพังเภา ยังไม่ถูกยุบ
          ถึงวันนี้นิสิตทั้ง 15 คน จะทำหน้าที่ ครู อย่างสมบูรณ์แล้ว แต่พวกเขาบอกว่า การทำงานยังไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะจะยังมี ครู Delivery รุ่นต่อๆ ไปมาช่วยสอนหนังสือน้องๆ ในโรงเรียนพังเภา ให้มีการศึกษาดีขึ้น
          แม้รัฐบาลจะมีนโยบาย ยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ก็ตาม

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ


โพสเมื่อ : 17 พ.ค. 56   อ่าน 862 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สกสค.ปล่อยคนทำโรงแรมฉาวลอยนวล วอน
20 มิ.ย. 59 | อ่าน 299 ครั้ง
เสมา 1 พร้อมดูแลคนเดือดร้อน
06 ก.ย. 60 | อ่าน 1327 ครั้ง
สอศ.ขออนุมัติอัตรากำลังพนักงานราชการ 5,677 อัตรา
28 พ.ค. 58 | อ่าน 440 ครั้ง
สช.รุกจัดทวิศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำให้เด็กด้อยโอกาส
09 ต.ค. 60 | อ่าน 454 ครั้ง
แก้พ.ร.บ.จัดซื้อฯเอาผิดผู้สั่งการ ชงเข้าครม.มีนาฯนี้ไฟเขียวเพิ่มโทษ
03 ก.พ. 58 | อ่าน 373 ครั้ง
ข้าราชการแห่เออร์ลี่รีไทร์คลังเท 7.5 หมื่นล.ถ่ายเลือด
05 ก.ย. 55 | อ่าน 973 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.