Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: สัมภาษณ์พิเศษ: เชอร์ล็อก โฮล์มส์ (การศึกษา) ดร.ชอบ ลีซอ แกะรอยทุจริตครูผู้ช่วย



          จากปัญหา การทุจริตสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่งครูผู้ช่วย กรณีมีความจำเป็น หรือเหตุพิเศษ ว12 เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2556 ครั้งมโหฬาร ภายหลังจาก มติชน ตรวจสอบพบว่ามีผู้เข้าสอบในบางคนสมัครสอบ และเข้าสอบในเขตพื้นที่การศึกษา 2 แห่งในช่วงเวลาเดียวกัน
          ทำให้ นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิชรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบครูผู้ช่วย โดยมี นายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ.เป็นประธาน ซึ่งตรวจพบว่ามี เฉลยข้อสอบ 4 ชุดวิชา รวม 43 วิชา หลุดออกจากส่วนกลางไปยัง ขบวนการทุจริต และนำไปใช้ในการ ขาย ให้กับผู้ที่ต้องการสอบบรรจุครู ผู้ช่วย ในราคา 4-7 แสนบาท โดยมี ผู้บริหาร บางคนจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการนำเฉลยข้อสอบออกไป
          จนในที่สุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้ดำเนินการสอบสวน และพบว่ามี ทุจริต เกิดขึ้นจริง รวมทั้ง มีหลักฐาน โยงถึงผู้บริหารในส่วนกลางบางคนที่ร่วมอยู่ในขบวนการทุจริต จึงรับเป็น คดีพิเศษและได้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบ้านของ นายอำพร ทวรรณกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนเสมาอุปถัมภ์ จ.นครราชสีมา เพราะมีหลักฐาน ว่าเป็นผู้ขายเฉลยข้อสอบให้กับผู้ที่ต้องการสอบบรรจุครูผู้ช่วยจำนวน 48 ราย ในจำนวนนี้ 7-8 ราย ยืนยันว่าซื้อข้อสอบจากนายอำพร
          โดยพบหลักฐานเฉลยข้อสอบทั้ง 43 วิชา บัญชีธนาคารที่มีการโอนเงินเข้าช่วงก่อนสอบ และในช่วงสอบ ไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท และขณะนี้ได้เรียกนายอำพรมารับทราบข้อกล่าวหา ว่ากระทำผิดตามมาตรา 188 กรณีเอาเอกสารข้อสอบไปจำหน่าย และเผยแพร่ ทำให้เกิดความเสียหายแก่ สพฐ.ระวางคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่นายอำพรยังคงให้การ ปฏิเสธ
          ล่าสุด มีหนังสือจากดีเอสไอถึงคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษา จำนวน 119 เขต เพื่อให้พิจารณาดำเนินการ ยกเลิก การบรรจุบุคคลจำนวน 344 ราย โดยเห็นว่าบุคคลดังกล่าวกระทำการเข้าข่ายทุจริตในการสอบ ทำข้อสอบผิดในข้อเดียวกัน และมีคะแนนสอบที่สูงผิดปกติ พร้อมทั้งเตรียมเรียก ทั้ง 344 ราย มาให้ปากคำ
          ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้ดีเอสไอมีหนังสือถึง ก.ค.ศ.และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ 119 เขต ที่มีผู้เข้าสอบที่มีคะแนนสูงผิดปกติ 344 ราย เนื่องจากการวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนของผู้เข้าสอบครูผู้ช่วย ว12 ของ ดร.ชอบ ลีซอ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถิติ ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับผลการสอบของผู้เข้าสอบคัดเลือกประจำคณะกรรมการประจำศูนย์ให้คำปรึกษา และติดตามผลการคัดเลือกครูผู้ช่วย หลังจาก ก.ค.ศ.มีมติให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ไปพิจารณายกเลิกผู้ที่ทุจริตสอบครูผู้ช่วย แต่ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ไม่กล้าสั่งเพิกถอน เพราะเกรงว่าจะถูกฟ้อง
          โดยพบว่ามีผู้ที่สอบได้คะแนนสูงผิดปกติ 500 กว่าราย ในจำนวนนี้มี 344 ราย ที่คะแนนสูงผิดปกติแล้ว ยังกา คำตอบ ข้อ 34 ของข้อสอบฉบับที่ 1 วิชาความรอบรู้ ผิด เหมือนกันหมด ทั้งที่มีคำถาม ง่าย เนื่องจาก สพฐ.ได้เปลี่ยนข้อสอบ ข้อที่ 34 ใหม่ หลังเฉลยข้อสอบหลุดออกไปอยู่ในขบวนการทุจริตแล้ว
          มติชน จึงถือโอกาสนี้ สัมภาษณ์พิเศษ ดร.ชอบ ลีซอ ถึงแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนของผู้เข้าสอบครูผู้ช่วยครั้งที่ผ่านมา จนทำให้ดีเอสไอมีหนังสือถึง ก.ค.ศ.และ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ให้พิจารณายกเลิกการบรรจุครูผู้ช่วย 344 ราย ใน 119 เขต ที่ส่อว่าทุจริตแน่นอน!!
          *การวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนบอกอะไรบ้าง?
          การวิเคราะห์ข้อมูลคะแนนของผู้เข้าสอบครูผู้ช่วย ว12 ที่ผ่านมาของผม เพื่อให้ อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ เกิดความมั่นใจในสิ่งที่ถูกต้อง และสร้างเรียกศรัทธาของวงการศึกษาคืนมาจากการทุจริตการสอบครูผู้ช่วยในช่วงที่ผ่านมา โดยในจำนวน 344 ราย ที่ได้วิเคราะห์พบความผิดปกติ ได้คะแนนใน 4 ชุดวิชาสูง 90% ขึ้นไป การได้คะแนนสูงขนาดนี้ ถือว่ามีความผิดปกติในเชิงสถิติ และทฤษฎี เพราะกลุ่มนี้มีค่าเฉลี่ยคะแนนสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ 122 คะแนน ของ ผู้เข้าสอบทั่วไปทั้งหมด 10,000 กว่าคน ถึง 4 ช่วงตัว และข้อสอบนี้เป็นการวัดความรู้ความสามารถทั่วไป และคนที่สอบแล้วได้คะแนนห่างออกไปจากค่าเฉลี่ยทั่วไปสูงถึง 4 ช่วงตัว จะต้องเป็นคนที่อัจฉริยะ จริงๆ ซึ่งแสดงว่ามีไอคิวเกิน 160 หรือเท่าๆ กับ ไอน์ สไตน์
          *โอกาสที่จะมีผู้ทำคะแนนได้สูงขนาดนี้?
          โอกาสที่จะมีคนทำได้คะแนนสูงขนาดนี้ มีเพียง 3 คน ต่อประชากร 1 แสนคน ตามหลักทฤษฎีโค้งปกติ แต่การสอบครูผู้ช่วยที่ผ่านมามีผู้เข้าสอบ 10,000 กว่าคน โอกาสที่จะได้คะแนนสูงขนาดนี้จึงมีไม่ถึง 1 คน แต่กรณีนี้มีผู้ได้คะแนนสูงขนาดนี้ถึง 500 กว่าคน นอกจากได้คะแนนสูงแล้ว ในจำนวน 344 คนที่ได้คะแนนสูงผิดปกตินี้ เป็นคนที่ตอบข้อสอบในข้อ 34 ของข้อสอบฉบับที่ 1 วิชาความรอบรู้ ซึ่งเป็นข้อสอบที่ง่ายผิด และเป็นการเลือกคำตอบข้อ ก ที่เป็นคำตอบของเฉลยชุดเดิม ก่อนที่จะมีการมาปรับแก้ข้อสอบชุดนี้ใหม่ หลังพบว่าตัวเลือกข้อสอบผิด
          *ที่อ้างว่าได้คะแนนสูงเพราะอ่านหนังสือหนัก ฟังขึ้นหรือไม่?
          ที่อ้างว่าได้คะแนนสูงเพราะอ่านหนังสือ ทั้งๆ ที่ผลการเรียนที่ผ่านมาไม่สูงนั้น อาจจะฟังไม่ขึ้น เพราะต้องเป็นคนที่อัจฉริยะจริงๆ และหากพูดกันตรงๆ คนที่มาเรียนครูสมัยนี้อาจจะสอบสาขาอื่นไม่ติด จึงมาเรียนครู แต่ถ้าเป็นสมัยก่อน 40-50 ปีที่ผ่านมา คนที่มาเรียนครูจะต้องเก่งที่ 1 ของจังหวัด ฉะนั้น ก็อาจจะเป็นไปได้หากจะได้คะแนนสูง หรือหากเอาคนที่จบเกียรตินิยมด้าน คุรุศาสตร์มาสอบ ก็อาจจะเป็นไปได้ที่จะได้คะแนน 180-190 คะแนน
          *มั่นใจว่ามีทุจริตสอบครูผู้ช่วยแน่นอน?
          ตามการวิเคราะห์ข้อมูลนี้ ค่อนข้างชัดเจนมากในความผิดปกติของคะแนน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะตัดสินว่าคนที่ได้คะแนนสูงผิดปกตินี้ผิดเลยในทันที เพราะการทำงานของผมก็เหมือนกองพิสูจน์หลักฐาน ทั้งนี้ เราใช้สถิติ และวัดผล และวิธีการนี้เป็นที่ยอมรับกัน ซึ่งนักวัดผลทุกคนจะรู้ ที่สำคัญครู ทุกคนต้องรู้ เนื่องจากต้องผ่านการเรียนวัดผลมา ฉะนั้น ถ้า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ไม่ยอมรับผลการวิเคราะห์คะแนนนี้ก็ทำได้ แต่คงจะอธิบายลำบาก เพราะดีเอสไอได้นำผลส่วนนี้ของ 344 คน พร้อมทั้งสำนวนการสอบสวนของดีเอสไอที่ได้สอบผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญ และนายพิษณุ ตุลสุข ผู้ตรวจราชการ ศธ.เข้าไปในสำนวนของดีเอสไอ และ ได้ฟันธงไปแล้วว่า 344 คนนี้ ส่อทุจริต ดังนั้น หาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่ฯ ไม่ดำเนินการตามที่แจ้งไป ก็จะอยู่ในภาวะที่เพิกเฉย ซึ่งจะลำบากเหมือนกัน ที่สำคัญจะปฏิเสธข้อมูลเหล่านี้ได้ยาก และจะตอบสังคมลำบาก
          *จะวิเคราะห์กลุ่มที่ได้คะแนนสูง 80-90%?
          ส่วนการวิเคราะห์คะแนนสอบของกลุ่มที่ได้คะแนน 80-90% ที่จะมีอยู่จำนวน 104 ราย จะใช้วิธีการวิเคราะห์เช่นเดียวกับกลุ่ม 344 ราย ที่คะแนนสูง 90% ขึ้นไป โดยในกลุ่ม 104 รายนี้ พบว่าทำข้อสอบในข้อ 34 ผิด โดยเลือกคำตอบข้อ ก และหากไปดูคะแนนแล้วยังพบว่าบางคนได้คะแนนเต็ม 2 วิชา แต่อีกวิชาได้ศูนย์คะแนน ทั้งหมดนี้จะต้องนำเสนอนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.เพื่อเสนอให้บรรจุในวาระการประชุม ก.ค.ศ.ครั้งต่อไป และจะต้องส่งให้ดีเอสไอด้วย
          ทั้งนี้ ผมคิดว่าคนที่ได้คะแนน 80% ขึ้นไป อาจจะมีหลุดรอด เพราะคนที่ทุจริตเก่งๆ อาจจะเลี่ยงที่ไม่ตอบคำตอบข้อ 34 ในข้อ ก ตามเฉลยเดิม หรืออาจจะอ่านแล้วตอบถูกก็ได้ ดังนั้น จะต้องให้เขตพื้นที่ฯ และดีเอสไอ ลงสอบรายละเอียดต่อไป ส่วนคนที่ได้คะแนนต่ำกว่า 80% ลงมานั้น อาจจะเกินอำนาจทางสถิติที่จะลงไปตรวจ เพราะอาจจะผิดหลักทางสถิติ

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน


โพสเมื่อ : 17 พ.ค. 56   อ่าน 741 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
หวั่น ป.บัณฑิตมอส.ชวดตั๋วครู
20 ธ.ค. 55 | อ่าน 635 ครั้ง
ปล่อยกู้ 600 ล. ให้องค์การค้าจ่ายหนี้
19 ก.ค. 60 | อ่าน 233 ครั้ง
อีกก้าวความสำเร็จของเครือข่าย 9 ราชภัฏ กับการจัดงาน"ประชุมวิชาการระดับชาติ"
01 มี.ค. 55 | อ่าน 11676 ครั้ง
คอลัมน์: อาชีวะ...สร้างสรรค์ บริการล้างอัดฉีดรถยนต์ วิทยาลัยเทคนิคปราจีนบุรี
27 มิ.ย. 56 | อ่าน 378 ครั้ง
ศธ.ขบ 3 โจทย์ ยกการศึกษาคนพิการ
05 ส.ค. 56 | อ่าน 720 ครั้ง
กศน.สอนทางไกลคนแก่ดูแลตัวเอง
23 ส.ค. 53 | อ่าน 13378 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.