Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สทศ.ของบจ้างนักประเมินมืออาชีพ




      

สทศ.ของบจ้างนักประเมินมืออาชีพ

 

          สทศ.อ้อนของบจ้างนักทดสอบมืออาชีพ พร้อมงบทำวิจัยทางการศึกษา ปูทางการจัดทดสอบคู่ทำงานวิจัย เสนอ ศธ.กำหนดเป็นนโยบาย ระบุเตรียมจัดประชุมการทดสอบนานาชาติวันที่ 3-5 ก.ย.นี้ เล็งชวนประเทศแถบเอเชียแปซิฟิกแลกเปลี่ยนระบบทดสอบกัน สร้างความร่วมมือระบบประเมินระดับชาติกลุ่มประเทศอาเซียน
          ศ.กิตติคุณสมหวัง พิธิยานุวัฒน์ ประธานคณะกรรมการบริหารสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (บอร์ด สทศ.) กล่าวแถลงข่าวเป้าหมายการดำเนินงานของบอร์ด สทศ.ในระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า ก่อนที่จะหมดวาระว่า ที่ผ่านมามีคำถามว่าการทดสอบหรือประเมินสถานศึกษาแล้วได้มีการเสนออะไรที่เป็นนโยบายให้ ศธ.พิจารณาบ้าง ยอมรับว่าถึงแม้ สทศ.จะได้งบมาทำการจัดทดสอบ แต่กลับไม่ได้รับการสนับสนุนคนและงบเพื่อมาออกข้อสอบเลย ยกตัวอย่างสถาบันทดสอบของประเทศเกาหลีใต้ มีนักทดสอบ 150-200 คน ทำหน้าที่ออกข้อสอบเป็นประจำ แต่ของเราไม่มีงบ ไม่มีนักวิชาการด้านนี้ ขณะเดียวกัน เราไม่เคยได้รับงบเพื่อมาทำการทดสอบควบคู่กับงานวิจัยทางการศึกษาเลย เราจึงไม่เคยทำวิจัยทางการศึกษาที่เป็นชิ้นเป็นอัน ฉะนั้นการจะทดสอบแล้วจะเสนอเป็นนโยบายทางการศึกษาเลยจึงเป็นไปได้ยาก
          ประธานบอร์ด สทศ.กล่าวอีกว่า หากคาดหวังให้ สทศ.ทำงานอย่างเต็มที่ก็ต้องสนับสนุนเรื่องนักวิชาการอย่างน้อย 10-20 คนต่อปี แล้วในอนาคตค่อยเพิ่มจำนวนต่อไปจนถึงหลักร้อย เพราะเทียบแล้วประเทศไทยมีภาระงานมากมายในการทำการทดสอบ ขณะที่การจะไปพึ่งอาจารย์มหาวิทยาลัยและโรงเรียนสาธิตมาทำข้อสอบเป็นครั้งคราวอย่างที่ทำอยู่คงเป็นไปไม่ได้ เช่นเดียวกับการทำวิจัยเพื่อการทดสอบ ที่เราจะอาศัยข้อมูลจากการทดสอบอย่างเดียวนั้นเป็นข้อจำกัด เราต้องพิจารณาเทียบเคียงกับประเทศอื่น สทศ.จึงเตรียมจัดประชุมนานาชาติระหว่างวันที่ 3-5 ก.ย.นี้ เรื่องระบบการทดสอบระดับชาติในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะในประเทศอาเซียน เพื่อดูระบบการทดสอบแต่ละประเทศว่ามีการบริหารจัดการอย่างไร อย่างไรก็ดี สทศ.คาดหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะสามารถนำมาพิจารณากำหนดทิศทางการทดสอบระดับชาติต่อไปได้ รวมถึงการสร้างความร่วมมือการประเมินระดับชาติในกลุ่มประเทศอาเซียนต่อไปด้วย
          ศ.เกียรติคุณสมหวังกล่าวต่อว่า สิ่งที่ สทศ.จะดำเนินการให้เป็นรูปธรรมต่อจากนี้นั้นมี 2 เรื่อง ได้แก่ 1.การทดสอบตามมาตรฐานผู้เรียนที่เป็นการวัดรอบด้าน หรือวัดตามแนวโครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ หรือพิซา ไม่ใช่การวัดเฉพาะเนื้อหาวิชาเป็นหลัก ซึ่งใน 2 ปีข้างหน้าเราน่าจะได้เริ่มดำเนินการในเรื่องนี้ 2.การทำคลังข้อสอบ ซึ่ง สทศ.ตั้งเป้าทำข้อสอบไปสะสมเป็นหมื่นเป็นแสนข้อ จากนั้นเมื่อถึงการจัดสอบแต่ละครั้ง เราก็สามารถไปคัดเลือกข้อสอบที่ดีมีคุณภาพในคลังข้อสอบมาจัดสอบได้ โดย สทศ.ได้งบปี 2556 มาจัดทำแล้ว คาดว่าน่าจะเริ่มนำร่องคลังข้อสอบให้เป็นรูปธรรมได้ในปีนี้ รวมถึงการนำร่องระบบอีเทสติ้ง และนำร่องการทดสอบตามมาตรฐานการอุดมศึกษา หรือยูเน็ต ในปีนี้ด้วย
          ปัจจุบัน สทศ.วัดผลแบบคิดวิเคราะห์ แต่อิงเนื้อหาสูง เพราะต้องออกข้อสอบตามผลการเรียนรู้ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำหนด แต่ในอนาคตการวัดผลตามรายวิชาจะเริ่มน้อยลง มาเป็นการวัดความเข้าใจตามทักษะด้านต่างๆ อย่างทักษะชีวิต ทักษะการสื่อสาร แต่คนจะมีทักษะได้ก็ต้องมีความรู้ ทั้งนี้ ต่อไปข้อสอบของ สทศ.จะมีแนวคล้ายๆ กับการสอบพิซา แต่จะเพิ่มเติมบางเรื่องที่พิซาไม่มีคือ การวัดเรื่องความฉลาดทางสุขภาวะ เพื่อให้เด็กรู้จักดูแลสุขภาพตนเอง เราจะได้ไม่ต้องซื้อยาจากต่างประเทศ สิ่งเหล่านี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ในอนาคต ซึ่งอาจไม่กำหนดสอบตายตัวที่ 8 กลุ่มสาระวิชา แต่เป็นการวัดแบบบูรณาการเนื้อหาจนเหลือ 5 รายวิชา ซึ่งเราจะทยอยนำร่องปรับมาตรฐานข้อสอบใหม่แต่ละปี เริ่มจากชั้น ป.6 ม.3 และ ม.6 ต่อไป ศ.กิตติคุณสมหวังกล่าว.

          ที่มา: http://www.thaipost.net



โพสเมื่อ : 09 เม.ย. 56   อ่าน 549 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มทร.ธัญบุรีเปิดบ้านโชว์ผลงาน
09 ม.ค. 57 | อ่าน 594 ครั้ง
’ภาวิช’เห็นใจอาจารย์มหา’ลัยเงินเดือนน้อย
07 ม.ค. 56 | อ่าน 1092 ครั้ง
สพฐ.พัฒนากลุ่มร.ร.ทีปังกรฯ
15 ส.ค. 56 | อ่าน 1158 ครั้ง
ย้ำออกแนวปฏิบัติตั๋วครูเพื่อสาง ป.บัณฑิต
28 พ.ย. 54 | อ่าน 64814 ครั้ง
วิกฤตการศึกษาวิกฤตประเทศไทย
19 พ.ค. 54 | อ่าน 56141 ครั้ง
กสทช. เปิดศูนย์การเรียนรู้คู่ชุมชน ด้วยระบบอินเตอร์เน็ตชุมชน
11 ก.ค. 54 | อ่าน 42274 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.