Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ล็อกที่นั่งม.1 ร.ร.ดังแค่ 45 คน/ห้อง วางกฎต้องขอไฟเขียวจากกก.สถานศึกษา-เขตพื้นที่



                                 

ล็อกที่นั่งม.1 ร.ร.ดังแค่ 45 คน/ห้อง วางกฎต้องขอไฟเขียวจากกก.สถานศึกษา-เขตพื้นที่

 

          ศึกษาธิการ * สพฐ.ล็อกจำนวนนักเรียนต่อห้องต่ำกว่า 40 แต่ถ้ารับเพิ่มได้ไม่เกิน 45 คน/ห้อง จะต้องขออนุญาต สพท.เขตพื้นที่ ชินภัทร เพิ่งนึกขึ้นได้สั่งใหม่จำนวน ม.1 กับ ม.4 จะต้องสัมพันธ์กัน พร้อมประชุมทางไกล ผอ.แข่งขันสูงเรื่องดูคะแนนโอเน็ต
          วันที่ 14 มี.ค. นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยถึงการประชุมเมื่อวันที่ 13 มี.ค. ผ่านระบบวิดีโอทางไกลร่วมกับผู้อำนวยการ รร.อัตราแข่งขันสูง 280 โรงทั่วประเทศ และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาทั้ง 42 เขต เพื่อชี้แจงแนวทางปฏิบัติการรับนักเรียนและซักซ้อมความเข้าใจกรณีดูคะแนนโอเน็ตด้วย ส่วนกรณีลดสัดส่วนห้องเรียนมัธยมต้น เพิ่มห้องเรียนมัธยมปลาย เพื่อแก้ปัญหาการรับนักเรียนชั้น ม.3 ขึ้น ม.4 ของโรงเรียนอัตราแข่งขันสูง ทาง สพฐ.อนุญาตให้เพิ่มนักเรียนเป็นจำนวน 40 คนต่อห้อง หากมีการเพิ่มนักเรียนเป็น 45 คนต่อห้อง จะให้ทางคณะกรรมการของโรงเรียนพิจารณา แต่ถ้าเกิน 45 คน ต้องขออนุมัติจากเขตพื้นที่การศึกษา อย่างไรก็ตาม ห้ามมีนักเรียนเกิน 50 คน
          ที่นั่งนักเรียนเป็นปัญหาทุกปีที่โรงเรียนยอดนิยมมีนักเรียนมาสมัครล้นที่นั่ง ต้องใช้วิธีจัดโควตาให้เด็กในเขตพื้นที่ เขตทั่วไป ส่วนจำนวนที่รับอยู่ที่คณะกรรมการของโรงเรียนจะประกาศ สพฐ.ไม่มีส่วนจำกัดจำนวน แต่ให้นโยบายในการแก้ปัญหาคือต้องรับนักเรียนให้มีความสัมพันธ์กันทั้ง ม.ต้น และ ม.ปลาย ถ้าหาก ม.ต้นรับน้อย ต้องประสานกับเขตพื้นที่ฯ และต้องมีการร่วมมือกับทางกรุงเทพฯ จะได้มีการกระจายจำนวนนักเรียนอย่างเหมาะสม นายชินภัทรกล่าว
          สำหรับการดูผลคะแนนโอเน็ตของโรง เรียนจะมีทั้งหมด 3 วิธี คือวิธีที่ 1 ขอทราบผลคะแนนระดับบุคคล คือนักเรียนสามารถเข้าไปดูผลได้ วิธีที่ 2 ขอทราบผลเป็นรายโรงเรียน คือสำหรับโรงเรียนที่ต้นทางหรือโรงเรียนเดิมของนักเรียน และวิธีที่ 3 ขอทราบผลระดับนักเรียน สำหรับโรงเรียนปลายทางหรือโรงเรียนที่นักเรียนสมัครสอบ ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) ขอให้โรงเรียนปลายทางใช้วิธีที่ 3 โดยรวบรวมเลขบัตรประชาชน 13 หลัก กรอกเข้าไปเพื่อโหลดข้อมูล รวมคะแนนทั้ง 8 วิชา แปลงเป็น 20% แล้วกรอกในเอกสารที่รับสมัครนักเรียน โรงเรียนปลายทางสามารถเซ็นรับรองได้เลย
          เหตุที่เราไม่อยากให้นักเรียนเป็นผู้ดำเนินการเอง เพราะอาจจะมีการปลอมแปลงเอกสารหลักฐาน อีกทั้งนักเรียนจะได้ไม่ต้องกลับไปที่โรง เรียนต้นทางเพื่อให้เซ็นเอกสารแล้วมาที่โรงเรียนปลายทาง ซึ่งต้องมีการตรวจสอบอีกครั้ง จึงแนะนำให้ทางโรงเรียนที่รับสมัครนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เป็นผู้ดำเนินการเองจะได้ไม่มีปัญหาในภายหลัง.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์



โพสเมื่อ : 15 มี.ค. 56   อ่าน 1161 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
“ดาว์พงษ์” ลั่นฟ้องแบงก์แน่ถ้าไม่คืน 2.1 พันล.พร้อมดอก 7.5% เดินหน้าทวง 800 ล.จาก บ.หนองคายน่าอยู่ฯ
26 ก.พ. 59 | อ่าน 422 ครั้ง
สพป.นครราชสีมา เขต 3 เรียกบรรจุครูผู้ช่วย ครั้งที่ 2/2556 จำนวน 27 อัตรา 7 กลุ่มวิชา
01 ส.ค. 56 | อ่าน 801 ครั้ง
คอลัมน์: การศึกษา: เด็กรอ-ลุ้นเปิดเทอม เล่าประสบการณ์’น้ำท่วม’
17 พ.ย. 54 | อ่าน 42636 ครั้ง
"ดาว์พงษ์" เร่งซ่อมบ้านพักครูเสร็จปี 60
08 ก.ค. 59 | อ่าน 379 ครั้ง
พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2561
23 พ.ย. 61 | อ่าน 200 ครั้ง
ร้องขาดครูตกประเมินสมศ.
08 มี.ค. 55 | อ่าน 11197 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.