Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สช.วางมาตรการการป้องกันเหตุทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา



        ปัจจุบันการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษา นับเป็นปัญหาสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชน ตลอดจนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างให้ความสำคัญกระทรวงศึกษาธิการ จึงมีนโยบายให้
สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายเร่งหามาตรการป้องกันและแก้ไข โดยให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักในการประสานและจัดทำแผนปฏิบัติการ เพื่อให้การขับเคลื่อนเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
ที่ผ่านมาสมาคมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยได้วางแนวทางในการดำเนินการป้องกันปัญหาไว้ 2 แนวทางได้แก่ 1.ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุทะเลาะวิวาทและ 2.เมื่อเกิดเหตุทะเลาะวิวาทต้องควบคุมให้สงบโดยเร็ว ในการป้องกันการเกิดเหตุทะเลาะวิวาทนั้น แบ่งออกเป็น
การป้องกันภายใน ซึ่งมุ่งเน้น 2 ส่วน คือการให้โรงเรียนจัดการเรียนการสอนตามมาตรฐานการอาชีวศึกษาอย่างเคร่งครัดและการให้ครูมีความใกล้ชิดและเข้าใจนักเรียน นักศึกษามากขึ้น ส่วนการป้องกันภายนอก มุ่งให้โรงเรียนมีการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เช่น ตำรวจชุมชน เครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อช่วยกันสอดส่องดูแล และวางระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพและรองรับทุกสถานการณ์ได้
ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา สช. ร่วมกับสมาคมโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนแห่งประเทศไทยได้จัดให้มีการอบรมให้ความรู้แก่โรงเรียนที่มุ่งเน้นทางด้านคุณธรรม จริยธรรม โดยสมาคมได้พยายามผลักดันและเชิญชวนให้โรงเรียนทั่วประเทศได้เข้ารับการอบรม เพื่อจะได้ช่วยแก้ปัญหาสังคม ที่สำคัญขณะนี้ทางราชการมีโครงการสำคัญ เช่น การอบรมเชิงปฏิบัติการระบบคุณธรรมในสถานศึกษา การอบรมตามนโยบายสถานศึกษา 3D ภายใต้แผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ทั้งนี้ หนึ่งในกิจกรรมหลักที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ คือการนำนักเรียน นักศึกษาแกนนำจากโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลจำนวน 600 คนไปร่วมทำกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ที่ อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี โดย สช. เป็นหน่วยงานหลักในการจัดกิจกรรมดังกล่าว
กิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อให้นักศึกษาในส่วนของโรงเรียนอาชีวศึกษาเอกชนได้รับความรู้ความเข้าใจ และพัฒนาภาวะความเป็นผู้นำที่ดีที่ใช้วิธีการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ฝึกความมี
วินัยในตนเอง มีคุณธรรม จริยธรรม รู้รัก สามัคคี
รู้จักบทบาทและหน้าที่ของตนและใช้
เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ในเชิงสร้างสรรค์ต่อตนเองและส่วนรวม อีกทั้งยังเป็นการสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้นำนักเรียนซึ่งจะส่งผลต่อการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีและมีเครือข่ายในการร่วมมือป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งและยุติการใช้ความรุนแรงให้ลดน้อยลง รู้จักนำสันติวิธีมาสร้างความรักความสามัคคีระหว่างสถาบันให้เกิดขึ้น กิจกรรมแบ่งออกเป็น 5 รุ่น รุ่นละ 150 คน รุ่นที่ 1 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-19 กันยายน 2553 รุ่นที่2 วันที่ 24-26 กันยายน 2553 รุ่นที่ 3  วันที่29-31 ตุลาคม 2553 รุ่นที่ 4 วันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2553 และ  รุ่นที่ 5 วันที่ 19-21 พฤศจิกายน 2553 โดย รมว.ศธ.และผู้บริหารองค์กรหลักร่วมให้โอวาทแก่นักเรียน นักศึกษาก่อนไปจัดกิจกรรมร่วมกัน ณ ค่ายลูกเสือป่าสักแคมป์ นอกจากนี้ยังได้นำระบบการจัดการคุณภาพที่ดีประกอบด้วยระบบหลัก 3  ระบบมาใช้ในการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนนักศึกษาในโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษาให้เป็นคนเก่ง คนดี และมีความสุข ประกอบด้วย1.ระบบการเรียนรู้ หรือระบบการเรียนการสอน
2.ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน และ
3.ระบบกิจกรรมนักเรียน ทั้ง 3
ระบบนี้จะมีกระบวนการพัฒนา
คุณภาพอย่างต่อเนื่องและสัมพันธ์กัน ซึ่งจะทำให้การผลิตนักเรียนนักศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
หากโรงเรียนเอกชนประเภทอาชีวศึกษามีระบบการจัดการคุณภาพที่ดี จะทำให้โรงเรียนผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของสังคมและลดปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียน นักศึกษาได้ จากผลการประเมินพบว่าปัจจัยและสาเหตุหลักของการทะเลาะวิวาทเกิดจาก 1.พฤติกรรมส่วนตัวของนักเรียนนักศึกษาตามสภาพวัย 2.ปัญหาจากครอบครัวฐานะทางเศรษฐกิจ และการเลี้ยงดูที่ไม่เหมาะสม3.ปัญหาการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ผิดพลาด
ของรุ่นพี่ในสถานศึกษา
แนวทางการแก้ไข
ปัญหาดังกล่าว ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากผลกระทบเมื่อเกิดเหตุจากการทะเลาะวิวาททุกภาคส่วน เช่น โรงเรียน ครูผู้ทำหน้าที่ผู้ปกครอง นักเรียน นักศึกษา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานประกอบการ ฯลฯ จะต้องร่วมมือในการป้องกัน แก้ไข ส่งเสริม และพัฒนานักเรียน นักศึกษาอาชีวศึกษา
โดยมีวิธีการที่เหมาะสมและจริงจัง และรัฐบาลต้องถือเป็นวาระสำคัญของชาติในปัจจุบันในส่วนของโรงเรียนนั้นมีแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหา ดังนี้ 1.ต้องมีระบบบริหารจัดการคุณภาพในการจัดการศึกษา และมีวิธีการปฏิบัติที่ชัดเจน สามารถตรวจสอบได้2.กำหนดแนวทางปฏิบัติป้องกัน เช่น จัดทำแฟ้มประวัติรายบุคคล มีศูนย์ประสานงาน(Call Center) จัดหาบุคลากรที่มีความเข้าใจการแก้ปัญหาและมีทักษะการดูแลวัยรุ่น
มีระบบการตรวจสอบติดตามผลที่มีประสิทธิภาพ และมีเครื่องมืออุปกรณ์สนับสนุนในการตรวจติดตามนักเรียนนักศึกษาที่มีพฤติกรรมเสี่ยง 3.มีมาตรการป้องกันและแก้ไขการก่อเหตุเช่น กวดขันวินัยความประพฤติการแต่งกาย จัดครูเวรดูแลพฤติกรรมทุกจุดที่เป็นจุดเสี่ยง ตรวจค้นอาวุธ
และสิ่งต้องห้าม เมื่อมีผู้กระทำผิดต้องสอบสวนลงโทษทันที หากผิดกฎหมายต้องดำเนินการตามกฎหมาย และแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทุกครั้ง ส่งเสริมกิจกรรมที่สร้างความสมานฉันท์หรือจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน  ฯลฯ
นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทุกภาคส่วนต่างให้ความสำคัญในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนนักศึกษา ซึ่งหากทุกฝ่ายได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างจริงจังและต่อเนื่องก็จะเป็นพลังผลักดันให้การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบังเกิดผลสำเร็จดังที่มุ่งหวังไว้ต่อไป

สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน โทร. 0 2628 7000 สายด่วน 1693www.opec.go.th

ที่มา : ข่าวสด ฉบับวันที่ 24 ก.ย. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 23 ก.ย. 53   อ่าน 20191 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
"ดาว์พงษ์"วาดภาพครูในศตวรรษที่ 21
30 ก.ย. 59 | อ่าน 460 ครั้ง
การกลั่นแกล้งกล่าวหา ร้องเรียน หรือฟ้องร้องผู้อื่นโดยปราศจากความเป็นจริงมีผลอย่างไร
05 ม.ค. 58 | อ่าน 428 ครั้ง
สังคมหวัง “ครู” เป็นไอดอลเด็ก "ไม่คอร์รัปชั่น"
16 ม.ค. 55 | อ่าน 84537 ครั้ง
ร่างยุทธศาสตร์การผลิตและพัฒนาครู
23 มิ.ย. 58 | อ่าน 252 ครั้ง
“ดาว์พงษ์” ตีกลับแผนศึกษาชาติสั่งทำใหม่เสร็จ ก.ค.
09 มิ.ย. 59 | อ่าน 362 ครั้ง
หนุนเด็กอาชีวะกู้กยศ.เพิ่ม
09 มิ.ย. 54 | อ่าน 94886 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.