Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: ครูดี...โรงเรียนเด่น: จากสระแก้ว ถึงโรงเรียนเรือนแพ...โตนเลนสาบกัมพูชา




      

คอลัมน์: ครูดี...โรงเรียนเด่น: จากสระแก้ว ถึงโรงเรียนเรือนแพ...โตนเลนสาบกัมพูชา

 

          ครูดี..โรงเรียนเด่นฉบับนี้ได้รับเกียรติจากดร.เจือจันทร์ จงสถิตอยู่ที่ปรึกษาสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.)และอดีตผู้ตรวจการกระทรวงศึกษาธิการ ถ่ายทอดเรื่องเล่าจากต่างแดนเมื่อครั้งเดินทางไปศึกษาดูงานด้านการศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมเด็กเยาวชนสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเมื่อเร็วๆ นี้


          ก่อนเดินทางไกลจากสระแก้ว..คณะเราได้รับฟังการเตรียมความพร้อมจากหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดสระแก้ว โดยมีรองผู้ว่าราชการฯ เป็นประธาน ทำให้ทราบว่าสระแก้ว เป็นตัวอย่างที่ดีในการตื่นตัวเรื่องประชาคมอาเซียน (AEC) จากทุกภาคส่วน สถานศึกษาต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน และทั้งในระบบและนอกระบบดำเนินการต่างๆ โรงเรียนหลายแห่งในสระแก้ว ได้จัดหลักสูตรการเรียนการสอนให้ความรู้เกี่ยวกับประชาคมอาเซียน แม้กระทั่งสำนักงาน กศน. ก็เริ่มสอนภาษาเพื่อนบ้านอย่างภาษากัมพูชา ให้แก่ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้า


          ข้อสังเกตประการหนึ่ง คือทุกหน่วยงานตื่นตัวในการเตรียมความพร้อมสู่ AEC แต่ไม่มีการบูรณาการเพื่อทำงานร่วมกัน แต่ละหน่วยงานไม่รู้ว่าใครทำอะไรที่ไหน อย่างไรบ้าง หากสามารถเชื่อมงานในภาพรวม หรือแผนรวมในการพัฒนาร่วมกันได้ คงจะทำให้การเตรียมความพร้อมสู่อาเซียนได้ดีขึ้น เช่นมหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งมีวิทยาเขตอยู่ที่สระแก้ว หรือฝ่ายผลิตที่เป็นสถานศึกษาน่าจะประสานงานกับฝ่ายใช้ คือสถานประกอบการต่างๆ หรือกับหอการค้า คงจะช่วยให้เศรษฐกิจของสระแก้วไปได้ดียิ่งขึ้น ดร.เจือจันทร์ กล่าวที่น่าสนใจอีกส่วนคือโรงเรียนบริเวณชายขอบในสระแก้ว หรือโรงเรียนกันชน (Buffer school) ซึ่งมีที่ตั้งติดชายแดน จะมีหลักสูตรพิเศษเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างที่โรงเรียนคลองน้ำใสวิทยาคาร ที่เป็นโรงเรียนกันชน ต้องชมผู้อำนวยการฯซึ่งมีวิสัยทัศน์จ้างครูกัมพูชามาสอนและไม่ได้สอนเฉพาะภาษา แต่รวมเรื่องวัฒนธรรมด้วยนักเรียนสามารถใช้ภาษากัมพูชาได้เป็นอย่างดี ที่น่าทึ่งคือใช้คอมพิวเตอร์ที่ใช้ภาษากัมพูชาได้ด้วย


          ถึงบันเตียเมียนเจย กัมพูชา..สำหรับการศึกษาในกัมพูชานั้น คณะดูงานเดินทางไปถึงมหาวิทยาลัยบันเตียเมียนเจย ที่ จ.บันเตียเมียนเจย เดิมเคยเรียกว่า จ.ศรีโสภณ มหาวิทยาลัยแห่งนี้เปิดการเรียนการสอนมาได้ประมาณ 5 ปีแล้ว มีรูปแบบการเปิดรับนักศึกษาเข้าเรียนต่ออยู่โดยมีทุนให้สองประเภทคือ ทุนสำหรับนักศึกษาเรียนดี และทุนสำหรับนักศึกษาผู้หญิงที่ด้อยโอกาสและห่างไกล ซึ่งจะมีหอพักให้อยู่ และผู้อยู่ใกล้เคียงก็ไป-กลับ ที่มหาวิทยาลัยนี้มีอาจารย์คนหนึ่งมาเรียนที่มหาวิทยาลัยไทย พูดภาษาไทยได้คล่อง จึงทำหน้าที่เป็นล่ามให้ ที่น่าสนใจคือเคยมาบวชเรียนที่วัดในไทยด้วย


          นอกจากนี้ ดร.เจือจันทร์ ยังมีโอกาสได้เยี่ยมเยือนโรงเรียนในทะเลสาบน้ำจืด (โตนเลนสาบ) ในกัมพูชาโรงเรียนแพแห่งแรก ที่ไปเยือนเป็นเรือนแพลอยน้ำขนาดใหญ่ โดยในอดีตโรงเรียนเรือนแพนี้จะล่องตามน้ำไปเรื่อยๆ แต่ขณะนี้จอดอยู่ริมตลิ่ง ซึ่งในแพจะประกอบด้วยชั้นเรียน สนามฟุตบอล และสนามเด็กเล่นที่กว้างใหญ่ประมาณสนามบาสเกตบอล โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากหลายส่วนจากองค์กรอิสระเช่น องค์กรยูนิเซฟ และเพื่อนบ้าน เช่นญี่ปุ่น เกาหลี และเงินบริจาค จากนักท่องเที่ยวที่แวะเยี่ยมโรงเรียน


          ทั้งโรงเรียนมีครูประจำ 11 คน มีเด็กนักเรียนตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 มาเรียน 2 ผลัดคือ เด็กเล็กเรียนช่วงเช้าและเด็กโตเรียนช่วงบ่าย ทำให้สามารถสอนเด็กได้รวมราว 400 คนเพราะแบ่งเป็น 2 ผลัดซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระให้โรงเรียนเรื่องอาหารกลางวันสำหรับเด็ก ให้ครอบครัวได้รับผิดชอบเอง ซึ่งส่วนหนึ่งก็ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลกัมพูชา โดยครูผู้สอนจะได้รับค่าจ้างประมาณ 2,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับไทยถือว่าน้อยมาก แต่สำหรับกัมพูชา ครูยังเป็นอาชีพที่มีเกียรติ ครูทำงานหนักเพราะต้องสอนสองผลัด แต่ครูก็เต็มใจเพราะได้รับเงินเพิ่ม


          ส่วนโรงเรียนในทะเลสาบแห่งที่สอง เป็นเรือนแพกลางน้ำ ซึ่งเราต้องลงเรือแล่นไปสักระยะหนึ่ง เป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนเป็นชาวกัมพูชาเชื้อสายเวียดนาม โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนคริสต์มีนักเรียนไม่มากนัก ห้องเรียนไม่แออัดเท่าโรงเรียนแรก ผู้ปกครองจะพายเรือมาส่งลูกเรียนและมารับกลับเช่นเดียวกันการเรียนจะมีสองผลัด คือผลัดเช้าและบ่าย ก็แก้ปัญหาเรื่องอาหารกลางวันได้ดี และเรื่องห้องเรียนด้วย


          โรงเรียนเรือนแพทั้งสองแห่งนี้ถือเป็นโรงเรียนสำหรับเด็กยากจนด้อยโอกาส ที่อาศัยอยู่ในโตนเลนสาบหรือบริเวณรอบๆฉะนั้นไม่ต้องถามเรื่องความพร้อมอาเซียน แค่ให้อ่านออกเขียนได้ มีสุขภาพแข็งแรงก็น่าจะดีที่สุด


          ...ปัญหาที่พบในกัมพูชาจึงคล้ายๆ กับไทยสำหรับเด็กยากจนเด็กด้อยโอกาส แต่โรงเรียนเรือนแพก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสมขณะนี้อย่างน้อยให้เด็กมีที่เรียน แม้ห้องเรียนจะแออัดเพราะด้วยสถานที่จำกัดและแม้ว่าจัดสองผลัด ซึ่งช่วยลดภาระเรื่องอาหารกลางวัน ฉะนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับเด็กไทย จึงถือมีโอกาสดีกว่ามากเพราะมีโครงการอาหารกลางวัน/นมกล่องแจกจ่ายแต่ก็อีกนั่นแหละเด็กไทยของเราที่ไม่อยู่ในระบบโรงเรียน ขาดแคลนความรู้ และโภชนาการที่ดีก็มีอยู่มากเช่นกัน

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 21 ก.พ. 56   อ่าน 723 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
งบฯศธ.ปี 59 พุ่งเกิน 5 แสนล้าน
26 พ.ค. 59 | อ่าน 347 ครั้ง
มรภ.สข.ติวครูสอนภาษาอังกฤษ
11 พ.ค. 54 | อ่าน 124052 ครั้ง
มอบทุนการศึกษา เยาวชนประกวดเรียงความ ’เดินตามรอยพระราชา’
27 มี.ค. 57 | อ่าน 2095 ครั้ง
ร่างกรอบทิศทางแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 - 2574 (ฉบับปรับปรุง 1 เม.ย. 2559)
07 เม.ย. 59 | อ่าน 372 ครั้ง
วิจัยภาษาอังกฤษในกลุ่มอาเซียน สกศ.เชิญตัวแทนนานาชาติร่วมหารือ
13 มี.ค. 55 | อ่าน 10885 ครั้ง
หนังสือสพฐ. ด่วนที่สุด ลว.31มี.ค.2558 เรื่องการสอบบรรจุครูผู้ช่วย ปี พ.ศ.2558
01 เม.ย. 58 | อ่าน 440 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.