Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ผลวิจัยใช้แท็บเล็ตม.1 ชี้แทนครูไม่ได้




      

ผลวิจัยใช้แท็บเล็ตม.1 ชี้แทนครูไม่ได้

 

          เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ที่โรงเรียนหอวัง กรุงเทพ รศ.ดร.สยาม เจริญเสียง หัวหน้าโครงการวิจัยนำร่องการประยุกต์และบูรณาการคอมพิวเตอร์แท็บเล็ตเพื่อการเรียนการสอนในระดับชั้น ม.1 เปิดเผยความคืบหน้าการวิจัยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดอบรมครูนำร่องใช้แท็บเล็ต ม.1 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2555 จากนั้นได้มอบหมายให้ครูแต่ละวิชาหลัก ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศึกษา เตรียมทำแผนการสอน และเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนแผนการสอนกันระหว่างโรงเรียนนำร่อง 4 แห่ง ได้แก่ รร.วัดราชาธิวาส กับ รร.ทวีธาภิเษก ที่ทดลองใช้แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ส่วน รร.สามเสนวิทยาลัย และ รร.หอวัง ทดลองระบบปฏิบัติการไอโอเอส
          รศ.ดร.สยาม กล่าวต่อไปว่า การวิจัยเริ่มดำเนินการในเดือนมกราคม 2556 ใช้วิธีสังเกต การณ์ สัมภาษณ์ และประเมินผลหลังการใช้แท็บเล็ต ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงการสัมภาษณ์  คาดว่าจะวิจัยเสร็จสิ้นพร้อมประกาศผลได้ในเดือนมีนาคมนี้  ทั้งนี้เบื้องต้นพบว่าแท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนการสอน แต่จะนำมาใช้แทนครูผู้สอนไม่ได้ โดยแท็บเล็ตช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กได้ดี ทำให้เด็กรู้จักวางแผน มีการตั้งสมมุติฐาน ฝึกให้เด็กได้คิด มีความคิดสร้างสรรค์ รู้จักการทำงานเป็นกลุ่ม ซึ่งถือว่าตรงตามเป้าหมายที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) วางไว้ นอกจากนี้ยังพบว่าทำให้เด็กได้เรียนรู้นอกห้อง เรียนมากขึ้น  ส่วนเรื่องสุขภาพ จากการสอบถามเด็กส่วนใหญ่ระบุว่า ถ้าใช้แท็บเล็ตต่อเนื่องเป็นเวลานานตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไปจะเริ่มปวดตา และบางครั้งเกิดอาการนิ้วล็อกด้วย ขณะที่เนื้อหาที่จะบรรจุใส่แท็บเล็ตนั้น ขณะนี้จะใช้จากการโหลดแอพฯฟรีเท่านั้น ซึ่งยังมีน้อย ดังนั้นในระยะยาวผู้วิจัยมองว่าควรมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการจัดทำเนื้อหาเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น
          ดร.สุริยา นัฏสุภัคพงศ์ นักวิจัย ในฐานะผู้ดูแลโครงการนำร่องฯ รร.หอวัง กล่าวว่า ในการวิจัยจะให้อิสระนักเรียนในการครอบครองแท็บเล็ตตลอดระยะเวลาวิจัย ทั้งในห้องเรียนและนำกลับบ้าน ผ่านข้อตกลงว่าหากเกิดความเสียหาย นักเรียนและผู้ปกครองต้องรับผิดชอบ ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่ปรากฏปัญหาอะไร มีเพียงการลืมแท็บเล็ตไว้ที่บ้านบางราย โดยเราใช้แท็บเล็ตเป็นอุปกรณ์เสริมใน 5 วิชา จึงใช้ประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อวัน และให้เด็กไปสืบค้นข้อมูลเพื่อการศึกษาเท่านั้น
          ผลการศึกษาเบื้องต้น พบว่าครูยังเป็นองค์ประกอบสำคัญในห้องเรียน เพราะเป็นผู้ดำเนินการจัดการเรียนการสอน ขณะที่แท็บเล็ตเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีการเท่านั้น ดังนั้นจะต้องมีการเตรียมพร้อมครูให้ดี เพื่อให้สามารถทำแผนการสอนที่จะนำแอพพลิเคชั่นมาประยุกต์ใช้สอนได้ นอกจากนี้ยังพบว่าแต่ละวิชาที่นำร่องยังไม่มีวิชาใดโดดเด่นเหมาะกับการเรียนด้วยแท็บเล็ตมากกว่ากัน เพราะยังขึ้นอยู่ที่เทคนิคการสอนของอาจารย์เป็นสำคัญ ดร.สุริยา กล่าว
          ด้าน นายณัฐชัย ชัยปรารถนา ผู้ปกครอง กล่าวว่า จากการติดตามการใช้แท็บเล็ตของลูกเมื่อนำมาใช้ที่บ้าน พบว่าเป็นเรื่องดี เพราะเด็ก ๆ สนใจเรียนรู้มากขึ้น  ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ อาทิ ค้นหาข้อมูล ฝึกฟังและออกเสียงภาษาอังกฤษ เป็นต้น แต่มีข้อเสียคือไม่ได้ฝึกเขียนเลย จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย ส่วนที่กังวลว่าเด็กจะเข้าเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมนั้น เท่าที่สังเกตยังไม่พบปัญหานี้.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์



โพสเมื่อ : 13 ก.พ. 56   อ่าน 508 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
อจ.หนุนแก้หลักสูตรซ้ำซ้อน ’พงศ์เทพ’ยันปีนี้ยังไม่รื้อศธ.
29 ม.ค. 56 | อ่าน 731 ครั้ง
อธิการฯ มรส.ชี้ราชภัฏต้องภูมิใจปั้นดินให้เป็นดาว
23 มี.ค. 55 | อ่าน 8283 ครั้ง
"สพฐ." ผนึก "มศว" นำร่อง "ห้องเรียนกลับทาง"
20 ก.พ. 57 | อ่าน 426 ครั้ง
จุฬาฯ - ม.เกษตร คว้าทุนวิจัยแกนนำสวทช.
16 พ.ย. 55 | อ่าน 800 ครั้ง
ทวง"ศธ."สานต่อ"อ่านแห่งชาติ"
10 ต.ค. 54 | อ่าน 57850 ครั้ง
ศธ.แจ้งแนวปฏิบัติสถานศึกษาจัดปีใหม่-คริสต์มาส
14 ธ.ค. 59 | อ่าน 601 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.