Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ครูไทยก็เก่ง สาธิตจุฬาฯยัน แนะพ่อแม่ที่พลาด จอง’บริติช เคานซิล’เรียนพิเศษอังกฤษ




      

ครูไทยก็เก่ง สาธิตจุฬาฯยัน แนะพ่อแม่ที่พลาด จอง'บริติช เคานซิล'เรียนพิเศษอังกฤษ

 

          รอง ผอ.สาธิตจุฬาฯ แนะผู้ปกครองที่พลาดหวังจองที่เรียน บริติช เคานซิล ให้ลูก ไม่ต้องเสียใจ เรียนกับครูไทยมีคุณภาพเหมือนกัน ส่วนคนที่ได้มีสิทธิ์เรียนยาวถึง ป.6
          การเข้าคิวชนิดที่เรียกว่ามาราธอน เพื่อช่วงชิงโควตาสมัครเรียนโครงการภาษาอังกฤษบริติช เคานซิล ให้แก่บุตรหลานที่เรียนอยู่ชั้น ป.1 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมระยะเวลาตั้งแต่บ่ายวันที่ 6 กุมภาพันธ์ จนถึงเช้าวันรุ่งขึ้น รวม 17 ชั่วโมง ในที่สุดผู้ปกครองที่มุ่งมั่นก็ได้ยื่นใบสมัครกันครบตามโควตาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จำนวน 120 คน
          ทั้งนี้ บรรยากาศในช่วงเช้าหลังจากที่ประตูโรงเรียนเปิดขึ้นในเวลา 04.00 น. ผู้ปกครองที่มีทั้งนั่งและนอนอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบ และเสื่อที่ปูอยู่บนพื้นหน้าโรงเรียน ต่างพากันลุกขึ้น เตรียมตัวรอรับบัตรคิวที่ทางสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ นำมาแจกให้
          คุณยายของนักเรียนชั้น ป.1รายหนึ่ง กล่าวว่า ขณะที่มารับหลานที่โรงเรียน เห็นผู้ปกครองมารอจองคิวจำนวนมาก จึงโทรศัพท์เรียกให้แม่ของหลานมารับหลานกลับบ้าน ส่วนตนก็อยู่รอคิวตั้งแต่เวลา 14.30 น. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ จนกระทั่งเช้าได้รับบัตรคิวที่ 22 จากจำนวนที่เปิดรับ 120 คน ซึ่งถือว่าคุ้มค่า และพอใจวิธีการจองคิวแบบนี้ เพราะมีการเปิดให้ลงชื่อตั้งแต่บ่าย และตรวจสอบผู้ปกครองที่มาลงชื่อตั้งแต่บ่าย และตรวจสอบผู้ปกครองที่มาลงชื่อทุกๆ 45 นาทีจนกระทั่งดึกหากใครไม่อยู่จะถูกตัดสิทธิ์ทันที
          รู้มาว่าปีที่แล้วมีการจ้างคนมารอคิวแทนและบางคนเอาคิวไปขาย ปีนี้โรงเรียนจึงมีมาตรการให้ผู้ปกครองคล้องบัตรประจำตัวรับเด็กไว้ตลอดเวลา เหตุที่ยอมเข้าคิวข้ามคืน เพราะอยากให้หลานเข้าร่วมโครงการนี้ เนื่องจากอาจารย์ที่สอนเป็นเจ้าของภาษาโดยตรง ค่าเรียนถูกกว่าไปเรียนสถาบันข้างนอก เคยไปถามมา เรียน 3 ปีจ่ายประมาณ 8 หมื่นบาท ขณะที่การเรียนในโครงการจ่ายเพียง 1.5หมื่นบาท คุณยาวกล่าว
          ผู้ปกครองนักเรียน ป.2 รายหนึ่ง กล่าวว่ามารอคิวสลับกับภรรยาที่มารอตั้งแต่ช่วงบ่ายเพราะเกรงว่าจะพลาดเหมือนปีที่แล้วที่มาสมัครแต่คิวเต็มเสียก่อน ส่วนที่อยากให้ลูกเข้าโครงการนี้เพราะอยากเตรียมความพร้อมทางภาษาเนื่องจากไทยจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558
          คุณแม่นักเรียนชั้นป.1 รายหนึ่ง กล่าวว่าเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ มารับลูกช่วงเวลา 15.00 น. และให้คุณพ่อพาลูกกลับบ้าน ส่วนตนอยู่รอคิว ซึ่งถือว่าคุ้มมาก  เพราะได้บัตรคิวที่ 57 ซึ่งวิธีการนี้ถือว่าดีกว่าวิธีจับสลาก
          คุณพ่อผู้ปกครองนักเรียนชั้น ป.1 คนหนึ่งกล่าวว่า มาสลับกับแฟนเมื่อตอน 4 ทุ่ม และอยู่จนถึงเช้า ส่วนแฟนมารอตั้งแต่บ่าย เพราะต้องรับใบสมัคร ซึ่งแจกเวลา 04.00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่เลือกให้ลูกเรียนหลักสูตรนี้ เพราะการสมัครเรียนในครั้งนี้เรียนได้จนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
          โครงการนี้มีจัดทุกปีและทุกปีก็เป็นแบบนี้มาตลอด แต่ปีนี้ผู้ปกครองมารอเร็วมาก พอเห็นผู้ปกครองคนอื่นมารอ ก็รอด้วย กลัวลูกจะไม่ได้เรียนและอยากให้ลูกได้เรียนในสิ่งที่ดีๆ ก็ต้องมารอจนไม่ได้นอนแต่มันก็คุ้ม คุณพ่อรายเดิมกล่าว
          จากนั้นเวลาประมาณ 07.30 น. เจ้าหน้าที่เริ่มเรียนผู้ปกครองเข้ายื่นใบสมัครรอบละ 10 คน โดยเจ้าหน้าที่ได้กำชับผู้ปกครองด้วยว่า ปีหน้าให้ติดตามข่าวสารให้ดี เพราะแม้ว่าการสมัครครั้งนี้จะได้สิทธิ์ต่อเนื่องจนจบ ป.6 แต่หากไม่ติดตามข่าวสารของโครงการ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงเด็กก็อาจจะหลุดจากโครงการได้
          ผศ.เฉลิมพล ดาวเรือง รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการพิเศษ ร.ร.สาธิตจุฬาฯ ฝ่ายประถม กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดกระแสผู้ปกครองตื่นตัวมารอจองคิวเข้าร่วมโครงการตั้งแต่ช่วงบ่าย ทั้งที่เปิดรับสมัครเวลาเช้าของอีกวัน น่าจะเกิดจากผู้ปกครองส่วนหนึ่งต้องการให้ลูกหลานมีทักษะภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 ขณะที่บางคนอาจต้องการเปิดโอกาสให้ลูกหลานได้เรียนกับเจ้าของภาษา
          ผศ.เฉลิมพลกล่าวว่า การเปิดรับสมัครมีจำนวนจำกัด เพราะทางโรงเรียนและสมาคมผู้ปกครองและครูฯ ต้องการให้การเรียนการสอนเป็นไปอย่างมีคุณภาพจึงกำหนดสัดส่วนอาจารย์ 1 คน ต่อนักเรียน 20 คน หากรับเด็กทุกคนเข้าร่วมโครงการ จะไม่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิชาการของโรงเรียน ผู้จัดโครงการร่วมกับสมาคมผู้ปกครองและครูฯ จะประชุมหารือถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาการจัดคิวในปีการศึกษาหน้า โดยเบื้องต้นอาจมีการเปิดโครงการอื่นๆ เพิ่มเติม หรืออาจมีการปรับการรับจำนวนนักศึกษาให้เหมาะสมมากกว่านี้
          โครงการนี้เปิดมาหลายปีแล้ว และได้รับความสนใจเฉพาะช่วงแรก เนื่องจากตอนนั้นกระแสนานาชาติมาแรง ทำให้ผู้ปกครองสนใจแต่พอหลังจากนั้นผู้ปกครองก็สนใจน้อยลง จนกระทั่งกระแสอาเซียนเข้ามา ผู้ปกครองก็ตื่นตัวกันอีกรอบ อยากฝากพ่อแม่ผู้ปกครองว่าโครงการดังกล่าวเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ปกครองที่ต้องการเพิ่มทักษะภาษาให้แก่ลูกหลาน แต่ถ้าไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ครูไทย หรือครูต่างชาติที่สอนภาษาอังกฤษของเราอยู่ตอนนี้ต่างก็มีคุณภาพจบมาจากต่างประเทศ ดังนั้น อยากให้ผู้ปกครองมั่นใจว่าเรียนกับครูไทย หรือครูต่างชาติ เด็กก็มีคุณภาพเช่นเดียวกัน ผศ.เฉลิมพลกล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์คมชัดลึก



โพสเมื่อ : 08 ก.พ. 56   อ่าน 983 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ปิ๊งเปิดมหาลัยผลิตครูเฉพาะด้าน
13 ม.ค. 59 | อ่าน 323 ครั้ง
"อภิสิทธิ์"รุก ศธ.พัฒนาไอทีเป็นรูปธรรม
16 พ.ย. 53 | อ่าน 14378 ครั้ง
ม.รามฯยกระดับ ’ตลาดวิชา’ มุ่งคุณภาพรับเปิดเสรีอาเซียน
26 ส.ค. 56 | อ่าน 996 ครั้ง
ชงบอร์ดซิว’บิ๊ก-กก.คุรุสภา’21ก.ค. ปมเอี่ยวเปิดหลักสูตรม.อีสาน ’ชินวรณ์’ไฟเขี
19 ก.ค. 54 | อ่าน 45818 ครั้ง
ม.กรุงเทพธนบุรีเปิดรับ 34 กีฬาศึกษาต่อ
27 พ.ค. 57 | อ่าน 460 ครั้ง
เผยแท็บเล็ตช่วยให้เด็ก 67.9% เรียนดีขึ้น
30 ก.ย. 56 | อ่าน 446 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.