Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


สพฐ.เผย ยอดสะสมเด็กออกนอกระบบการศึกษากว่า 4 แสนคน สาเหตุเพราะยากจน ปัญหาครอบครัว



                               

อึ้ง! ยอดเด็กนอกระบบศึกษามากถึง 4 แสนคน เหตุยากจน

          สพฐ.เผย ยอดสะสมเด็กออกนอกระบบการศึกษากว่า 4 แสนคน สาเหตุเพราะยากจน ปัญหาครอบครัว แนะ ร.ร.ปรับวิธีการยืดหยุ่นขึ้น
          วานนี้ (30 ม.ค.) นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) กล่าวภายหลังการเสวนาทิศทางและยุทธศาสตร์การแก้ไขเด็กออกกลางคันในอนาคต ว่า สพฐ.ได้เก็บข้อมูลอัตตราการคงอยู่ของนักเรียนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งภารกิจหลักของ สพฐ.คือ ต้องการที่จะให้เด็กทุกคนที่อยู่ในวัยการศึกษาภาคบังคับได้เข้าเรียนทุกคน และทุกคนจะต้องมีโอกาสเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับ แต่อย่างไรก็ตาม ในสภาพความเป็นจริงมีนักเรียนที่ออกจากการเรียนกลางคันจำนวนหนึ่ง นักวิชาการจึงได้ตั้งข้อสังเกตของการออกกลางคันว่าเด็กในวัยเรียนมีปัญหาในการอยู่นอกสถานศึกษาเป็นจำนวนมาก เช่น เด็กที่อยู่ตามร้านเกม รวมถึงเด็กที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรซึ่งมีจำนวนเป็นแสนราย
          อย่างไรก็ตาม จากการเก็บสถิติ การขึ้นทะเบียนเด็กใหม่เข้าสู่ระบบด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่ชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่6 พบว่า เด็กนักเรียนที่เข้าเรียน ป.1 ตั้งแต่ปี 2544 จำนวน 1,073,212 คน อัตราการคงอยู่ของเด็ก ป.1 เมื่อเลื่อนชั้นถึง ป.6 ในปี 2549เหลือเพียง 974,265 คน พบว่า ช่วงเวลานี้เด็กมีอัตราคงอยู่ถึง 90.75% ออกกลางคัน 98,947คน และเมื่อเด็กเข้าสู่ระดับชั้น ม.ต้น อัตราคงอยู่ 873,970 คน หรือ 93.13% ในปี 2552 มีนักเรียนออกกลางคัน 100,295 คน และอัตราการคงอยู่ชั้น ม.ปลาย เหลือเพียง 643,821 คน หรือ 93.04% มีนักเรียนออกกลางคันในช่วงนี้ถึง 230,149 คน รวมแล้วอัตราคงของของนักเรียนทั้ง 12 ปี พบว่า มีนักเรียนที่หลุดออกนอกระบบ 429,391 คน หรือ 59.99% ซึ่งในจำนวนตัวเลขนี้ยังไม่รวมโรงเรียนที่อยู่ในการดูแลของสังกัดอื่น
          จากสถิติอัตราการคงอยู่ของนักเรียนทั้งช่วงชั้น พบว่า สูงขึ้นจาก 90 % เป็น 95% ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงขึ้น และพบว่า จำนวนที่เด็กออกกลางคันลดลงในช่วงเวลา 10 ปีที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อมาดูจำนวนนักเรียนที่ออกกลางคัน พบว่า จำนวนที่ออกการคันก็ยังเป็นหลักแสน เพราะมีการสะสมมาหลายปี ดังนั้น คิดว่าประเด็นนี้ทุกฝ่ายต้องมาร่วมมือกันป้องกันและแก้ไข เลขาธิการ กพฐ.กล่าว
          นายชินภัทร กล่าวต่ออีกว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุการออกกลางคัน พบว่า มีสาเหตุหลัก คือ ความยากจน ปัญหาครอบครัว ปัญหาในการปรับตัวของนักเรียน ปัญหานักเรียนต้องคดี ปัญหาการเจ็บป่วยหรือได้รับอุบัติเหตุ รวมถึงการอพยพเพื่อติดตามผู้ปกครองและการหาเลี้ยงครอบครัว ทั้งนี้ ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากตัวนักเรียน ครอบครัว และโรงเรียน ในเรื่องของนักเรียนและครอบครัวนั้น ทางเราคงจะต้องอาศัยหลายๆ ฝ่ายเข้ามาช่วย ซึ่งการแก้ปัญหาให้สำเร็จ โรงเรียนต้องเข้าถึงกลุ่มเสี่ยง โดยต้องมีระบบข้อมูลที่สามารถชี้ได้ว่า มีนักเรียนที่เป็นกลุ่มเสียงกี่คน มีใครบ้าง เพื่อที่จะได้เข้ามาดูแลช่วยเหลือนักเรียนทั้งด้านการเรียน ซึ่งจากนี้ไปการเรียนการสอนจะไม่ตรึงเกินไป เพราะ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติปี 2542 บอกว่าสถานศึกษาสามารถจัดได้ 3 ระบบ โรงเรียนหลายแห่งจัดการการสอน 1 โรงเรียน 3ระบบ ซึ่งนักเรียนสามารถเรียนหนังสือได้ครบตามหลักสูตร ในขณะเดียวกัน ก็สามารรถหารายได้ระหว่างเรียนได้
          ต่อไปจะต้องมีการปรับระบบข้อมูลที่สามารถที่จะติดตาม และข้อมูลที่เจาะลึกในรายพื้นที่ จำเป็นต้องมีรายละเอียดที่มีคุณภาพที่สามารถกำหนดกลุ่มเป้าหมายต่างๆ ได้ เพื่อการติดตามและให้ความช่วยเหลือนักเรียน และถึงเวลาที่เราจะทบทวนวิธีการเรียนการสอนที่มีรูปแบบที่หลากหลาย ไม่เน้นเฉพาะวิชาการเพียงอย่างเดียว ควรจะมีหลักสูตรที่เป็นทางเลือกให้กับนักเรียน และรูปแบบวิธีการเรียนให้เป็นทางเลือกให้กับนักเรียน เพื่อให้เด็กสามารถเรียนในระบบให้ครบตามของบังคับต่อไป นายชินภัทร กล่าว

 



โพสเมื่อ : 31 ม.ค. 56   อ่าน 571 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
“สุชาติ” ไฟเขียว ยกร่าง พ.ร.บ.พนักงานมหา’ลัย ชี้ เพื่อประกันคุณภาพชีวิต
25 ก.ค. 55 | อ่าน 739 ครั้ง
มทส.รับนร.พิการเรียนต่อ
30 พ.ย. 53 | อ่าน 13753 ครั้ง
"บิ๊กหนุ่ย"สั่งสพฐ.แปลงงบฯ500ล.ซื้อยางสร้างสนามกีฬา-ฟุตซอล-ตะกร้อ-วอลเลย์
12 ม.ค. 59 | อ่าน 205 ครั้ง
ส่งอัยการตรวจสัญญาแท็บเล็ต เตรียมทดสอบ 2 พันเครื่องนำร่อง
30 มี.ค. 55 | อ่าน 8615 ครั้ง
สร้างบ้านพัก 4หมื่นหลัง ของขวัญครู
14 ม.ค. 59 | อ่าน 750 ครั้ง
เชื่อ มอส.ฮึดสู้ขอคืนมหา’ลัย
12 ม.ค. 55 | อ่าน 104313 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.