Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


มอ.วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ฯ โรงเรียนฐานวิทย์ปรับสอนตามศักยภาพผู้เรียน



                                 

มอ.วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ฯ โรงเรียนฐานวิทย์ปรับสอนตามศักยภาพผู้เรียน

          เมื่อปี 2550 ภาครัฐมีโครงการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเรียนวิทยาศาสตร์ในโรงเรียน โดยการกำกับดูแลของมหาวิทยาลัย (วมว.) เพื่อเป็นการสร้างกำลังคนที่มีศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องไปจนถึงระดับอุดมศึกษา ซึ่งโครงการ ดังกล่าวดำเนินการมาครบ 5 ปี ใน ปี 2555 และด้วยความสำเร็จของโครงการจึง เกิดการสานต่อระยะที่ 2 เป็นระยะเวลา 10 ปี (2556-2565)
          ซึ่งผลพวงจากโครงการเป็นโมเดลให้กับโรงเรียนมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี ที่มองเห็นความสำเร็จจากโรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ โดยการกำกับดูแล ของ มอ.วิทยาเขตหาดใหญ่ ด้วยเด็ก ที่เรียนจบไปแล้วสอบเข้ามหาวิทยาลัย ได้ 100% โดย 50% เลือกเรียนต่อที่ มอ.วิทยาเขตหาดใหญ่ และ 1 ใน 4 ของ จำนวนนักเรียนทั้งหมดเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์
          รศ.ดร.เจริญ นาคะสรรค์ รองอธิการบดี มอ.วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิเพื่อการศึกษา โรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า โรงเรียนจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตรหลักของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจัดทำการเรียนการสอนตามหลักสูตร สพฐ. แต่มีการสอนเสริมวิชาภาษาจีน และเสริม ทักษะชีวิตผ่านการทำกิจกรรม และกีฬา ส่วนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายจะเปิดสอนเฉพาะสายวิทยาศาสตร์ เน้นวิธีสอนแบบ  Active Learning ให้ผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง และมีส่วนร่วมกับการเรียน ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดประสิทธิผล ด้วยจำนวนนักเรียนที่มีเพียง 35-40 คน ต่อห้องเท่านั้น
          ความแตกต่างจากโรงเรียนฐานวิทย์ของที่อื่นคือ การเรียนของเรายืดหยุ่นได้ อย่างนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หากเรียนไปแล้วไม่ชอบสามารถเปลี่ยนเส้นทางการเรียนได้ เราพัฒนาการเรียนรู้ตามศักยภาพของผู้เรียน ส่วนใหญ่แล้วนักเรียนจะเรียนรู้บทเรียนพื้นฐานจบ ในชั้น ม.5 แล้วถ้าเขาค้นพบว่าไม่อยากไปต่อด้านวิทยาศาสตร์ จะเปิดโอกาส ให้เขาเรียนตามที่ถนัดในชั้น ม.6 โดยเราจะเข้าไปสอนเสริมในด้านที่เกี่ยวข้อง เช่น ถ้าเขาอยากไปต่อรัฐศาสตร์ก็จะ สอนเรื่องการเมืองการปกครองเพิ่มเติมให้
          เบื้องต้นโรงเรียนเปิดรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย อย่างละ 4 ห้อง ชั้นละ 160 คน เปิดสอนในภาคการศึกษา 2556 โดย 3 ปีแรก ต้องใช้อาคารศูนย์ปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และเครื่องมือกลางของ มอ.วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี เป็นสถานที่เรียน หลังจากนั้นจะย้ายไปยังอาคารถาวรของโรงเรียน จนเมื่อถึงปี 2558 จะมีนักเรียนเต็ม ทุกระดับชั้น และโรงเรียนสามารถดูแลเด็กได้เต็มที่
          เรานำโครงการจัดตั้งโรงเรียนเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) สัญจรเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา โดย ครม.ได้อนุมัติ งบประมาณ 8.3 ล้านบาท ในการจัดซื้อครุภัณฑ์ตกแต่งห้องเรียน และได้ขอ งบประมาณของปี 2558 และ 2559 จำนวน 230 ล้านบาท ในการสร้างตึกและอาคารเรียนรวมถึงหอพัก ซึ่งโรงเรียนจะตั้งในพื้นที่ของมหาวิทยาลัย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการจัดทำคำขอเพื่อการอนุมัติจากสำนักงบประมาณ
          ทั้งนี้ นักเรียนสามารถใช้ทรัพยากรการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยได้ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุดปฏิบัติการด้านภาษา ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ ห้องวิจัย ศูนย์กีฬา และนันทนาการ โดยมีอาจารย์จากมหาวิทยาลัย รวมถึงนักศึกษาระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงบ่มเพาะด้านวิชาการให้ ทั้งการทำโครงงานหรือกิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งการดูแลแบบนี้จะทำให้นักเรียนได้ เรียนรู้ประสบการณ์โดยตรง
          อย่างไรก็ดี เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงานจึงจัดตั้งเป็นโรงเรียนเอกชน บริหารงานโดยมูลนิธิเพื่อการศึกษาโรงเรียน มอ.วิทยานุสรณ์ สุราษฎร์ธานี คณะกรรมการของมูลนิธิเป็นผู้บริหารที่ถูกแต่งตั้งเข้ามา ซึ่งจะเป็นคนจากมหาวิทยาลัยร่วมกับ คนจากองค์กรภายนอก เช่น หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด เป็นต้น
          เรานำคนจากภายนอกเข้ามาร่วมบริหารเพราะอยากให้เกิดความโปร่งใส โรงเรียนนี้เกิดจากความต้องการของคนในพื้นที่ หากมหาวิทยาลัยเข้ามาบริหารงานเองฝ่ายเดียวอาจทำให้เป้าหมายของคนในพื้นที่ ไม่ได้นำมาบรรจุในยุทธศาสตร์ของโรงเรียน ซึ่งต้องยอมรับว่า บางครั้งความคิดของมหาวิทยาลัยกับคนภายนอกไม่เหมือนกัน
          รศ.ดร.เจริญ บอกอีกว่า ส่วนใหญ่แล้วลูกหลานของคนในพื้นที่ที่มีศักยภาพต้องการไปเรียนต่อกรุงเทพมหานครหรือประเทศมาเลเซีย, สิงคโปร์ สวนทางกับความคิดของผู้ปกครองที่อยากให้ลูกหลานของตนได้เรียนในบ้านเกิด การก่อตั้งโรงเรียนนี้ก็เหมือนเป็นการตอบโจทย์ของผู้ปกครอง เพราะจากการก่อตั้งโครงการเป็นต้นมาได้รับการตอบรับดีมาก ซึ่งหากความต้องการเข้าเรียนมีมากขึ้นต่อเนื่องก็มีแผนขยายห้องเรียนเพิ่มเติมในอนาคต
          ซึ่งถือเป็นการปรับสอนตามศักยภาพของผู้เรียนเป็นสำคัญ

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 24 - 27 ม.ค. 2556--



โพสเมื่อ : 23 ม.ค. 56   อ่าน 811 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มข.-ก.พ.เสริมสร้างคุณภาพชีวิตขรก.ใต้จูงผ่อนคลายกายใจนอกพื้นที่-เก็บองค์ความรู้ใหม่
18 ก.พ. 56 | อ่าน 476 ครั้ง
ถือใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว จะเป็นครู ทำอย่างไร?
27 เม.ย. 58 | อ่าน 425 ครั้ง
จัดการประกวดและแข่งขันหุ่นยนต์ สพฐ. ชิงแชมป์ประเทศไทย
18 ก.พ. 57 | อ่าน 255 ครั้ง
ครม.อนุมัติพัฒนาศูนย์เป็นเลิศวิจัยชูศักยภาพมหา’ลัยคิดนวัตกรรม-คลุมศาสตร์ใหม่
09 พ.ค. 54 | อ่าน 59968 ครั้ง
’วรวัจน์’สั่งรื้อเขตมัธยมยึด’จว.’แทนยกเหตุคร่อมจังหวัดดูแลไม่ทั่วสพฐ.เล็งเพิ
05 ต.ค. 54 | อ่าน 43169 ครั้ง
ว1/2558 หลักเกณฑ์การย้ายผู้บริหารการศึกษา สังกัด สพฐ.
14 มิ.ย. 58 | อ่าน 308 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.