Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


5 ขั้นตอน พ่อ-แม่รู้เท่าทัน ’อินสตาแกรม’




      

5 ขั้นตอน พ่อ-แม่รู้เท่าทัน 'อินสตาแกรม'

          หากคิดว่ามีเฟซบุ๊กเสียอย่างก็จะตามเทรนด์และเรื่องฮอตๆได้ไม่ตกหล่น กรุณาคิดใหม่เสียแต่ตอนนี้ เพราะมีผู้เขียนเรียนรู้ เทรนด์ของสังคมออนไลน์ผ่านสายตาของหลานสาววัย 11 ขวบเมื่อเร็วๆนี้ จึงคิดว่าทั้งคุณและตัวผู้เขียนเองมีอะไรที่ต้องตามกันเยอะเลยทีเดียว
          ผู้เขียนเริ่มต้นระบุว่า ฉันเห็นเพื่อนๆโพสต์รูปลงเฟซบุ๊กผ่านอินสตาแกรมกันมากมาย ฉันว่ามันเจ๋งและง่ายดีในการแชร์รูป ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นภาพถ่ายโพลารอยด์สมัยวันวานของพวกเรา มันเป็นเช่นนั้นและเป็นมากกว่านั้น มาดูรายละเอียดกันดีกว่า
          1.เหมือนเฟซบุ๊ก 101 สำหรับเด็กก่อนวัยรุ่น
          ต้องเรียกว่า อินสตาแกรม นั้นโดนใจเด็กๆ เข้าอย่างจัง มันเป็นประตูนำพวกเขาเข้าสู่สังคมออนไลน์ไม่รู้จบ ทำไมน่ะหรือ? เพราะอินสตาแกรมเป็นมากกว่าการโพสต์รูปโชว์ภาพ เพียงเดี๋ยวเดียวเด็กๆ ก็จะเรียนรู้ที่จะโพสต์ความเห็น กด ไลค์ และท่องไปในโลกอินสตาแกรม ดูว่าเพื่อนๆของเขาทำอะไรกันอยู่ และเนื่องจากจุดแข็งของอินสตาแกรมคือรูปภาพ จึงเป็นมากกว่าการแสดงสเตตัสด้วยคำพูด หรือจะจำกัดความอินสตาแกรมด้วยประโยคประเภท ดูสิ ฉันทำอะไรอยู่ หรือ เห็นมั้ย ฉันมีอะไร หรือ ทายสิว่าตอนนี้ฉันอยู่ไหน มันเป็นโลกของการโพสต์รูปภาพพร้อมกับการเขียนข้อความกำกับ
          เด็กๆ ไม่เดือดร้อนหรอกหากพวกเขาไม่มีเฟซ บุ๊ก หลานสาวของฉันบอกว่าเฟซบุ๊กนั้น เอาต์ แล้ว ส่วนอินสตาแกรมกำลัง อิน
          2.รวดเร็วทันใจ
          เด็กๆ แค่กดถ่ายรูปจากโทรศัพท์มือถือ และเมื่อกดอีกครั้งภาพนั้นก็จะไปปรากฏในโลกที่คนอื่นๆเห็นได้ เป็นการประหยัดขั้นตอนกว่าการเลือกและอัพโหลดรูปลงเฟซบุ๊กมากทีเดียว ส่วนการตอบสนองต่อภาพที่มีคนโพสต์ขึ้นอินสตาแกรม ก็แค่กดดับเบิลคลิกบนภาพนั้นเพื่อแสดงไลค์ ช่างต่างกับโลกสมัยที่เราเป็นเด็ก เราต้องขออนุญาตผู้ปกครองเพื่อขอใช้โทรศัพท์ และหากมีอะไรเกิดขึ้นกับสมาชิกในบ้านหรือเพื่อนๆอาจใช้เวลาเป็นวันๆ กว่าจะสื่อสารถึงกันได้
          3.ข้อมูลส่วนตัวถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
          ข้อมูลส่วนตัวของคุณจะตั้งเป็นแบบส่วนตัวหรือสาธารณะก็ได้ ส่วนตัว (Private) หมายความว่า เฉพาะเพื่อนๆของคุณเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ดูรูปและข้อมูลของคุณได้ ส่วนสาธารณะ (Public) หมายความว่าใครๆ ก็ดูรูปและข้อมูลของคุณได้ และนี่คือสิ่งที่น่ากลัว พวกโรคจิตหรือคนที่มีพฤติกรรมน่ารังเกียจอาจติดตามลูกหลานของคุณผ่านอินสตาแกรมได้ เด็กๆ ส่วนมากมักจะโพสต์ข้อมูลส่วนตัวลงไปในอินสตาแกรม โดยที่บางครั้งก็คิดไปเองว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่มีใครเห็น คราวนี้ก็ต้องมานั่งภาวนากันว่าพวกเขาจะไม่เขียนที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ โรงเรียน หรือเลขห้องเรียนลงไปในอินสตาแกรม
          4.ใครกันแน่ที่เป็นเพื่อนคุณ?
          สิ่งที่น่ากังวลอีกอย่างคือ จำนวนเพื่อนในอินสตาแกรมของเด็กๆ จะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว บางคนมีเพื่อนออนไลน์ถึงกว่า200 คน และอีกมากที่เป็นเพื่อนของเพื่อนแต่ฉันพอนึกออกเลยว่าเด็กๆ แค่คลิกคนนั้นคนนี้เป็นเพื่อนเพื่อจะทำจำนวนตัวเลขเพื่อนให้มากเข้าไว้และสำหรับฉันแล้ว คำว่า เพื่อนก็ควรจะมีอายุที่รุ่นราวคราวเดียวกัน ถึงจะเรียกว่าเพื่อนพ้องจริงๆจึงขอแนะนำว่าก่อนที่ลูกหลานของคุณจะมีบัญชีอินสตาแกรม คุณควรจะมีเสียก่อน ตั้งชื่อปลอมขึ้นมาก็ได้แล้วจัดการหาทางเป็นเพื่อนกับหนูน้อยของคุณเสีย เพื่อที่คุณจะติดตามได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาในแต่ละวันผ่านอินสตาแกรม
          5.โอกาสติดสูง
          ความนิยมในอินสตาแกรมมีมากขนาดไหนคงไม่ต้องสาธยาย เมื่อฉันพิมพ์แค่อักษรตัวi ลงในกูเกิล อินสตาแกรมปรากฏขึ้นมาเป็นอันดับ 2 เป็นรองแค่ iPhone เท่านั้น เพราะฉะนั้นยิ่งต้องจับตาดูความเคลื่อนไหวอินสตาแกรมของลูกคุณให้ดีไม่เชื่อคุณลองเล่นดู แล้วจะรู้ว่ามันติดจริงๆ และโดยเฉพาะนิสัยการเสพติดเทคโนโลยีที่ไม่เป็นมิตรต่อสุขภาพนั้น จะยิ่งเลิกยากกว่าสิ่งอื่น
          คุณควรทำอย่างไรกับอินสตาแกรม
          อย่างไรก็ดี อินสตาแกรมยังมีข้อจำกัดบางอย่าง อยู่ อายุขั้นต่ำต้อง 13 ปีขึ้นไปถึงจะมีบัญชีอินสตาแกรมได้ แต่ไม่ว่าเด็กๆ จะสมัครอินสตาแกรมได้หรือไม่ เราก็ไม่สามารถเกาะติดพวกเขาได้ตลอดเวลา เมื่อไม่มีอินสตาแกรมมันก็มีอย่างอื่นเข้ามาในชีวิตพวกเขาอยู่ดี เราต้องดูว่าเด็กๆ ของเราทำอะไรกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เหล่านี้ มีสิ่งดีๆ ที่ซึมซับเข้าไปในตัวเด็กบ้างหรือไม่ เช่น ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการแก้ปัญหาต่างๆ ความเคารพนับถือผู้อื่นที่นำจากชีวิตจริงมาใช้ในโลกออนไลน์ และเราอาจต้องคอยดูอยู่เสมอว่าเทรนด์ของเทคโนโลยีได้เปลี่ยนไปในทิศทางไหน อย่างไร
          ผู้เขียนทิ้งท้ายว่า หากคุณไม่มีหลานสาวอายุ 11 ปีเหมือนฉัน ก็ควรหาแหล่งข้อมูลดีๆ โดยด่วน.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์



โพสเมื่อ : 21 ม.ค. 56   อ่าน 1654 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
กำชับ สพป.ทั่วปท.ติดตามผลการเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม
24 ธ.ค. 61 | อ่าน 289 ครั้ง
ขรก.-รัฐวิสาหกิจ-ทูต ระทึก! รัฐบาลเล็งเอาผิดพวกเกียร์ว่าง "บิ๊กตู่"สั่งประเมินใหม่
13 ม.ค. 59 | อ่าน 407 ครั้ง
ม.ขอนแก่น ชูสมาร์ทแคมปัสสู่ มหา’ลัยชั้นนำโลก ผู้บริหาร ม.เทคโนฯมหานคร เล็งปรับสอน น.ศ.
21 ก.พ. 60 | อ่าน 337 ครั้ง
มสด.ผนึก ม.มาลัง อินโดฯ
26 ก.ค. 55 | อ่าน 1589 ครั้ง
’วิจิตร’ค้านปิดการสอนนอกที่ตั้ง
04 ก.ค. 54 | อ่าน 52900 ครั้ง
รัฐเผย3แนวทางจัดงานปีใหม่60
26 ธ.ค. 59 | อ่าน 1503 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.