Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


แนะมหา’ลัยถกปั๊มแม่พิมพ์เกินชี้รัฐหนุนผลิตสาย’วิทย์-คอมพ์’




      

แนะมหา'ลัยถกปั๊มแม่พิมพ์เกินชี้รัฐหนุนผลิตสาย'วิทย์-คอมพ์'

 

          เมื่อวันที่ 7 มกราคม นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการปาฐกถาพิเศษเรื่อง ผลกระทบของประชาคมอาเซียน (เอซี) ต่อระบบการศึกษาไทย ที่ห้องประชุมสุธรรม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ว่า การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 อาจเป็นผลเพียงส่วนน้อยต่อนักเรียน นักศึกษา ที่จะเลือกเรียนต่อระดับอุดมศึกษา แต่การจะเลือกเรียนสาขาวิชาไหน ควรขึ้นอยู่กับความถนัดของเด็กด้วย และนอกจากความถนัดแล้ว ต้องดูว่าเรียนอะไรแล้วดี มีอนาคต ซึ่งภาพการศึกษาของไทยที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยต่างๆ ได้ผลิตบัณฑิตในสาขาที่หลากหลาย แต่การผลิตดังกล่าวเป็นมุมของผู้ผลิต หรือมหาวิทยาลัย ไม่ได้มาจากมุมมองของผู้ใช้บัณฑิต อยากให้แต่ละแห่งควรมองความต้องการในการใช้บัณฑิต และควรต้องจัดระบบระหว่างสถาบันด้วย เพราะหากผลิตบัณฑิตจำนวนมาก ก็อาจว่างงาน หรือไม่ก็ทำงานในสาขาที่ไม่ตรง ซึ่งเป็นความสูญเสียโอกาสของนักศึกษา อย่างไรก็ตาม สำหรับสาขาวิชาที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมอย่างจริงจัง คือ สายวิทยาศาสตร์และคอมพิวเตอร์ เพราะมีความต้องการจากโครงการต่างๆ ด้านเศรษฐกิจของไทย เช่น การผลิตด้านยานยนต์ของไทยที่อยู่ในระดับโลก เป็นต้น
          แม้การเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จะมีบางสาขาอาชีพที่จะเคลื่อนย้ายไปทำงานในกลุ่มประเทศอาเซียนได้เพิ่มขึ้น แต่อาจารย์แนะแนวควรต้องศึกษา และดูรายละเอียดต่างๆ ด้วยว่าการเข้าไปทำงานมีเงื่อนไขอะไรเพิ่มหรือไม่ เช่น อาจต้องรู้ภาษาของประเทศนั้นๆ เงื่อนไขอุปสรรคต่างๆ เพื่อจะได้แนะแนวนักเรียนในการเรียนต่อได้ อยากฝากให้มหาวิทยาลัยผลิตบัณฑิตเป็นผู้ประกอบการใหม่ด้วย ไม่ใช่ออกมากทำงานเพียงอย่างเดียว เพราะการมีผู้ประกอบการใหม่จะสร้างงานเพิ่มให้กับบัณฑิตคนอื่นด้วย ส่วนบัณฑิตจากประเทศอื่นๆ ในอาเซียน จะเข้ามาทำงานในไทย หมายความว่าบัณฑิตไทยจะต้องแข่งขันกับบัณฑิตต่างชาติ และอาจกระทบกับความต้องการบัณฑิตที่เคยประมาณการกันไว้ นายพงศ์เทพกล่าว
          นายพงศ์เทพกล่าวอีกว่า ส่วนการผลิตบัณฑิตครุศาสตร์/ ศึกษาศาสตร์ที่มีจำนวนมากในแต่ละปีนั้น ตัวเลขการ ผลิตครูที่สภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทยให้มา กับข้อมูลที่ ศธ.มีอยู่ยังไม่ตรงกัน และแม้ว่าข้อมูลจะต่างกัน แต่สิ่งที่พบคือข้อมูลการผลิตของสภาคณบดี ยังเกินความต้องการอยู่ และหากรวมกับผู้ที่จบด้านครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ก่อนหน้านี้อยู่แล้ว จำนวนยิ่งเกินมาก ฉะนั้น เมื่อผลิตเพิ่มอีก จำนวนบัณฑิตจะล้นงาน ซึ่งจะไม่เป็นผลดีต่อผู้เรียน และอาจส่งผลต่อคุณภาพของผู้ที่จะเข้าไปเรียนให้ลดลงด้วย ดังนั้น แต่ละมหาวิทยาลัยที่ผลิตครูต้องมาคุยและหารือกันในเรื่องจำนวนการผลิตครู โดย ศธ.จะเป็นเจ้าภาพหลักในเรื่องนี้ และคาดหวังว่าจะดำเนินการให้ทันในปีการศึกษา 2556

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 08 ม.ค. 56   อ่าน 772 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
อย่าเป็นแค่ปัดสวะ
13 ก.พ. 58 | อ่าน 421 ครั้ง
อสค.ยืนยัน ’นมโรงเรียน’ เพิ่มโภชนาการเด็กไทย
29 ก.ค. 56 | อ่าน 1861 ครั้ง
คุรุสภาคิดหนักปรับหลักเกณฑ์ฝึกสอน
14 พ.ค. 57 | อ่าน 423 ครั้ง
ลดขั้นเงินเดือนครูสวนกุหลาบ “ตุ๋ยเด็ก”
14 มิ.ย. 61 | อ่าน 412 ครั้ง
สกศ.จัดสมัชชาคุณวุฒิแห่งชาติเพื่อชี้แจง 4 ภาค
08 พ.ค. 55 | อ่าน 864 ครั้ง
"กฤษณพงศ์" วอนมหาลัยเลิกกินเด็ก
18 มิ.ย. 58 | อ่าน 255 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.