Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


การตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกในสตูล การพัฒนาที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม




      

การตั้งมหาวิทยาลัยแห่งแรกในสตูล การพัฒนาที่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม

 

          สุทธิพงศ์ คลังข้อง
          นักศึกษาปริญญาตรี
          ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์
          คณะวิทยาการจัดการ
          มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

          จังหวัดสตูลเป็นจังหวัดเล็กๆ จังหวัดหนึ่งในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างในทะเลฝั่งอันดามัน
          ในห้วงระยะเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมาจังหวัดสตูลถูกพูดถึงเป็นอย่างมากจากผู้คนจากหลากหลายวงการ โดยเฉพาะจากหน่วยงานของรัฐบาล ซึ่งในที่นี้การพูดถึงจังหวัดสตูลมิได้
          พูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวแต่อย่างใด แต่ประเด็นที่ถูกพูดถึงส่วนใหญ่นั้น คือการมีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ลงมาในจังหวัดถึง 2 โครงการคือ โครงการท่าเทียบเรือ น้ำลึกปากบาราในพื้นที่ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู และโครงการก่อสร้างมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูลในพื้นที่ตำบลละงู อำเภอละงูเช่นกัน
          แต่ที่กล่าวมาโครงการท่าเทียบเรือน้ำลึกปากบารานั้นค่อนข้างมีปัญหาอย่างมากในการดำเนินการเพราะได้รับแรงต่อต้านอย่างหนักจากประชาชนชาวจังหวัดสตูล
          ในทางตรงกันข้ามการก่อสร้างมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา วิทยาเขตสตูลนั้น ได้รับความนิยมชมชอบอย่างมากจากประชาชนภายในจังหวัด
          โดยจุดประสงค์หลักในการสร้างคือการรองรับนักเรียนนักศึกษาทั้งในพื้นที่จังหวัดสตูลและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่และได้เปิดสอนในระดับปริญญาตรีไปแล้ว ในสาขาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมาตั้งแต่ปีการศึกษา 2553 และจะทยอยเปิดอีกหลายคณะต่อไป
          โดยในปัจจุบันได้ใช้สถานที่วิทยาลัยการอาชีพละงู เป็นสถานที่ศึกษาไปพลางก่อน ส่วนสถานที่ที่จะเป็นวิทยาเขตนั้นกำลังก่อสร้าง โดยสถานที่อยู่ใกล้กับที่ว่าการอำเภอละงู เนื้อที่กว่า 346 ไร่ การคมนาคมทางรถยนต์จะสะดวกสบาย อยู่ห่างจาก อำเภอเมืองสตูลประมาณ 50 กิโลเมตร โดยมีกระทรวงศึกษาธิการและศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้การสนับสนุนในด้านงบประมาณการก่อสร้าง
          ขณะนี้ได้มีการอนุมัติงบประมาณกว่า 200 ล้านบาทในการก่อสร้างอาคารเรียนและหอพักนักศึกษาและเชื่อว่าระยะเวลาประมาณไม่เกิน 8 ปีหลังจากนี้ทุกๆ อย่าง จะเสร็จสมบูรณ์พร้อมสำหรับการรองรับการขยายตัวในทุกๆ ด้านต่อไป
          การก่อสร้างมหาวิทยาลัยในพื้นที่จังหวัดสตูลนั้นหลายคนมองว่ามีประโยชน์อย่างมากกับคนในพื้นที่ เพราะสิ่งที่จะตามมานั้นคือความเจริญเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ มีอัตราการสร้างงานที่สูงขึ้น มีการส่งเสริมการศึกษา และส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในตัวจังหวัด ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นดูเหมือนจะมีแต่ผลดีแก่คนในพื้นที่สำหรับการสร้างมหาวิทยาลัย
          แต่สิ่งที่เราต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่าทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้นั้นย่อมมีสองด้านเสมอ โดยเฉพาะจากการดำเนินโครงการพัฒนาต่างๆ นั้นพื้นที่อาจมีความเจริญเติบโตในด้านโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป แต่สิ่งที่ขาดหายไปนั้นคือการลดน้อยถอยลงของการพัฒนาในด้านจิตในภายในตัวบุคคลที่อาจเกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน
          แน่นอนการสร้างมหาวิทยาลัยเป็นสิ่ง ที่ดี เพราะเป็นแหล่งให้ความรู้แก่ปัญญาชนทุกคน แต่สิ่งที่น่ากลัวในอนาคตต่อไปชาวบ้านในพื้นที่จะยอมรับและปรับตัวได้หรือไม่อย่างไรกับหลายสิ่งหลายอย่างที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
          ความเป็นพื้นที่มุสลิมจำนวนมากจะยอมรับได้หรือไม่กับบางอย่าง เช่น ปัญหา ยาเสพติดที่อาจเพิ่มมากขึ้น ปัญหาการอยู่หอนอกห้องเดียวกันของนักเรียนชายหญิง ที่ผิดหลักการศาสนา การไหลบ่าของความทันสมัยในทุกๆ ด้านที่ลงไปในพื้นที่ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นความจริงในปัจจุบันที่ชาวบ้านจะต้องพบเจออย่างแน่นอน
          จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ชาวบ้านจะต้องเรียนรู้ถึงสิ่งเหล่านี้ด้วยเช่นเดียวกัน
          สิ่งสำคัญที่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและมหาวิทยาลัยเองจะต้องให้ความสำคัญและต้องปฏิบัติเพื่อดึงดูดนักเรียนนักศึกษาและประชาชนภายในพื้นที่ในเรื่องของความเชื่อมั่นคือ การปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์ วิถีวัฒนธรรมชุมชนและความเหมาะสมทางภูมิศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาวบ้านต้องการ
          หากมองในด้านการกำหนดคณะสาขาวิชาไม่ว่าจะมีการเปิดสอนกี่สาขาก็ตาม แต่ที่จำเป็นและที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องที่จะขาดไม่ได้นั้นคือ สาขาอิสลามศึกษา ที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมี
          เนื่องจากจังหวัดสตูลหรืออาจรวมไปถึง จังหวัดอื่นๆ ในพื้นที่ภาคใต้มีโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา (ปอเนาะ) อยู่จำนวนมาก เมื่อเด็กเหล่านี้จบไปหากสนใจจะไปเรียนต่อทางด้านอิสลามศึกษา ก็ต้องไปเรียน ต่อที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยา เขตปัตตานี เพียงแห่งเดียว เพราะไม่มีมหาวิทยาลัยอื่นของรัฐที่เปิดสอน
          หรือไม่ก็ต้องเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก
          และอีก 2 สาขาที่จะขาดไม่ได้เหมือนกันคือ 1.สาขาด้านศึกษาศาสตร์ เพราะต้องยอมรับว่าชาวจังหวัดสตูลก็เหมือนกันกับคนจังหวัดอื่นๆ ที่มีค่านิยมปลูกฝังให้ลูกหลานประกอบอาชีพข้าราชการครูกันเป็นจำนวนมาก 2.สาขาด้านการท่องเที่ยวซึ่งเป็นสาขาที่จำเป็นต้องจัดตั้งขึ้นตามสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย แม้เดิมสาขานี้จะมีอยู่แล้วแต่อาจจำเป็นที่จะต้องพัฒนาให้มีความหลากหลายมากขึ้น เช่น อาจจะให้มีการเรียนการสอนในด้านการจัดการการโรงแรมเพื่อเป็นการต่อยอดและช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดไปอีกช่องทางหนึ่งด้วย
          ดังนั้น ไม่ว่าจะทำการใดก็แล้วแต่หากเราสร้างความพร้อมในหลายๆ ด้านสำหรับการพัฒนาและในขณะเดียวกันเราก็ควรสร้างเกราะป้องกันผลเสียที่อาจมาพร้อมกับการพัฒนานั้นด้วย เพื่อเป็นกรอบแห่งการเรียนรู้ในการที่จะอยู่ร่วมกับสิ่งที่มีทั้งดีและไม่ดีในอนาคตที่จะมาถึงนั้นได้
          และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสร้างมหาวิทยาลัยในจังหวัดสตูลนี้จะมีส่วนช่วยให้ประเทศชาติของเราพัฒนาและเดินไปข้างหน้าในเวทีโลกได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน
          แต่เหนือสิ่งอื่นใดประเทศชาติจะพัฒนาได้นั้น คนในประเทศจะต้องมีการพัฒนาในด้านความรู้ และจริยธรรมที่ควบคู่กันไปด้วยเช่นเดียวกัน

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 26 พ.ย. 55   อ่าน 1686 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สพฐ.ตั้งกก.ทบทวน ‘ว13’รายบุคคล ดึงก.ค.ศ.ร่วมกก.กลั่นกรอง หลังครูโวยใช้บรรทัดฐานต่างกัน
26 มิ.ย. 61 | อ่าน 306 ครั้ง
ติวเข้มครูศิลปะจังหวัดชายแดนใต้
15 ส.ค. 57 | อ่าน 574 ครั้ง
คุรุสภายกย่องครู1แสนคนเตรียมรับรางวัล“หนึ่งแสนครูดี”
04 ส.ค. 54 | อ่าน 74001 ครั้ง
เล็งครม.อนุมัติบำเหน็จบำนาญ7ขั้นครูตายในหน้าที่
02 พ.ค. 54 | อ่าน 20217 ครั้ง
ชี้มหาลัยขาดอาจารย์คุณภาพ
14 ก.ย. 58 | อ่าน 409 ครั้ง
ปรับหลักสูตรวิทยาลัยชุมชนนราธิวาสทดสอบกับองค์กรวิชาชีพเพื่อเน้นคุณภาพ
08 ธ.ค. 54 | อ่าน 64278 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.