Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


’ภาวิช’ชี้’ม.ไทย’ขาดสารอาหาร เหตุได้งบฯน้อย - ต้องหากินเอง




      

'ภาวิช'ชี้'ม.ไทย'ขาดสารอาหาร เหตุได้งบฯน้อย - ต้องหากินเอง

 

          นายภาวิช ทองโรจน์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า จากการวิเคราะห์ผลการจัดอันดับ 400 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกของ Times Higher Education World Rankings ปี 2512-2513 ซึ่งมีมหาวิทยาลัยไทยเพียงแห่งเดียว ได้แก่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) ที่ติดอยู่ในกลุ่ม 351-400 โดยตัวบ่งชี้ที่ Times Higher Education World Rankings ใช้ในการจัดอันดับในปีนี้ มี 5 ด้าน ได้แก่ 1.การจัดการเรียนการสอน สัดส่วน 30% มจธ.ได้คะแนนในส่วนนี้ 11.3 คะแนน 2.ความเป็นนานาชาติ สัดส่วน 7.5% มจธ.ได้ 23 คะแนน 3.รายได้จากภาคอุตสาหกรรม สัดส่วน 2.5% มจธ.ได้ 60.2 คะแนน 4.การวิจัย สัดส่วน 30% มจธ.ได้ 12 คะแนน และ 5.การเป็นแหล่งอ้างอิง สัดส่วน 30% ซึ่ง มจธ.ได้คะแนนสูงมาก 68.4 คะแนน และได้สูงกว่ามหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ และฮ่องกง ที่ติดในอันดับที่ 29 และ 35
          โดยภาพรวมแล้ว มหาวิทยาลัยไทยอ่อนแอหลายเรื่อง อย่าง มจธ.ที่ติดอยู่ในกลุ่ม 351-400 ได้ 30.26 คะแนน ในขณะที่อันดับ 1 อย่าง California Institute of Technology ได้ 95.5 คะแนน ซึ่งคะแนนห่างกันมาก ส่วนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยมหิดล (มม.) ที่เคยติดในการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก ปีนี้กลับไม่ติด แสดงว่าจุฬาฯ และ มม.ได้ต่ำกว่า 30 คะแนน นายภาวิชกล่าว
          นายภาวิชกล่าวว่า ส่วนที่ผู้บริหารมหาวิทยาลัยระบุว่างบประมาณวิจัยน้อย เป็นเหตุให้มหาวิทยาลัยไทยหลุดจากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลกนั้น จะเห็นว่าตัวบ่งชี้ 3 ใน 5 เป็นเรื่องของงานวิจัยทั้งสิ้น ฉะนั้น มหาวิทยาลัยที่จะติดอยู่ในการจัดอันดับได้ จึงต้องเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย และประเทศไทยก็มีมหาวิทยาลัยวิจัยแห่งชาติ 9 แห่ง แต่ถูกแช่เย็นเอาไว้ และจากการวิเคราะห์งบฯด้านการศึกษาเทียบกับประเทศอื่นๆ พบว่า งบฯ ด้านอุดมศึกษาของไทยน้อยมาก อย่างปีงบฯ 2556 ได้รับเงินอุดหนุนเพียง 88,714 ล้านบาท แต่ต้องดูแลมหาวิทยาลัย 79 แห่ง และวิทยาลัยชุมชนอีก 20 แห่ง เมื่อเทียบกับงบฯที่รัฐบาลสิงคโปร์จัดสรรให้มหาวิทยาลัยเพียง 4 แห่ง สูงถึง 65,000 ล้านบาท ส่วนรัฐบาลมาเลเซียจัดงบฯ อุดหนุนมหาวิทยาลัย 20 แห่ง วงเงิน 120,000 ล้านบาท และเขตปกครองพิเศษฮ่องกง ที่อุดหนุนงบฯให้มหาวิทยาลัย 8 แห่ง 65,000 ล้านบาท
          เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ จะเห็นว่ามหาวิทยาลัยไทยได้รับงบฯน้อยมาก ทำให้มหาวิทยาลัยไทยเป็นโรคขาดสารอาหาร เพราะ 10 ปีที่ผ่านมา ต้องหากินกันเอง กิจกรรม และความสนใจของคนในมหาวิทยาลัยมุ่งแต่จัดการเรียนการสอน หาเงินเข้ามหาวิทยาลัย จัดการศึกษาในแนวราบ ขณะที่มหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกมีนักศึกษาปริญญาตรี-เอก เฉลี่ย 12,000-15,000 คน มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด 20,000 คน มหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน 7,000 คน แต่มหาวิทยาลัยขนาดใหญ่ของไทยมีนักศึกษา 30,000 คนขึ้นไป แถมยังเน้นปริญญาตรีมากกว่าโท และเอก เป็นการทำงานเชิงปริมาณ ไม่ใช่เชิงคุณภาพ ฉะนั้น ไม่อยากให้สำนักงบประมาณคิดว่าให้มหาวิทยาลัยไทยปั๊มเงินเอง เพราะเป็นความคิดที่ผิด และลดคุณภาพการศึกษาเข้าไปใหญ่ อดีตเลขาธิการ กกอ.กล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 22 ต.ค. 55   อ่าน 699 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
“ชินวรณ์” ขู่ “อาชีวะคู่เดือด” ยังไม่หายซ่าเจอปิดถาวรแน่
27 ม.ค. 54 | อ่าน 11293 ครั้ง
สรุปสมัครแอดมิสชั่นส์1.6แสนครั้ง
22 เม.ย. 54 | อ่าน 143231 ครั้ง
แนะใช้ผลงานน.ร.ประเมินครู
08 ม.ค. 56 | อ่าน 656 ครั้ง
สพฐ.เตรียมส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบปัญหาการใช้งานแท็บเล็ต หลังมีกระแสข่าวแท็บเล็ตมีปัญหาการชาร์ตไฟ
05 ก.ย. 55 | อ่าน 785 ครั้ง
สกอ.เบรกตั้ง’เฉลิมชัย’นั่งอธิการบดีมศวขอเวลาพิสูจน์ข้อร้องเรียนสรรหาคณาจารย์ค้าน’ว
17 มิ.ย. 54 | อ่าน 123184 ครั้ง
ครู 2 พันถูกฟ้องเหตุหนี้วิกฤต เล็งคุยแบงก์ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 5% ช่วย สกสค.ชี้ 4 แสนแม่พิมพ์มีหนี้
07 มิ.ย. 56 | อ่าน 710 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.