Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ใช้’ใบปฏิบัติการสอน’ สมัคร ’ครูผช.’ได้ ก.ค.ศ.เชื่อช่วยดึงคนเก่งหลากสาขาสอน ศ




      

ใช้'ใบปฏิบัติการสอน' สมัคร 'ครูผช.'ได้ ก.ค.ศ.เชื่อช่วยดึงคนเก่งหลากสาขาสอน ศาลไต่สวนคดีสอบ 'รอง-ผอ.ร.ร.' 19 ต.ค.

 

          เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม นายสุชาติ ธาดา ธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อเร็วๆ นี้ เห็นชอบอนุมัติปรับปรุงมาตรฐานตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาตำแหน่งครูผู้ช่วยใหม่ โดยได้ปรับคุณสมบัติเฉพาะจากเดิมที่ ก.ค.ศ.กำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะมีสิทธิเข้ารับการสรรหาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งครูผู้ช่วยจะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เปลี่ยนเป็นมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู หรือใบอนุญาตปฏิบัติการสอน การปรับเปลี่ยนดังกล่าวเป็นเพราะปัจจุบันผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรีขึ้นไป มีหลากหลายสาขาที่จำเป็นต่อการจัดการเรียนการสอน เช่น วิศวกรรม สถาปัตยกรรม เครื่องยนต์ เครื่องกล เป็นต้น ซึ่งสำคัญต่อการพัฒนาการศึกษา เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และผู้ที่จบสาขาวิชาเหล่านี้ไม่ได้จบวิชาชีพครู แต่หน่วยงาน และสถานศึกษาจำเป็นต้องใช้บุคลากรเหล่านี้ เข้ามาจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษา ฉะนั้น จึงควรเปิดโอกาสให้บุคคลเหล่านี้ที่มีใบอนุญาตปฏิบัติการสอนจากคุรุสภา แต่ยังไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู มีสิทธิเข้ารับการสรรหาเพื่อบรรจุและแต่งตั้ง
          ต่อไปนี้ ผู้ที่จะสมัครสอบเป็นครูผู้ช่วย ไม่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูก็สอบบรรจุได้ แต่ต้องมีใบอนุญาตปฏิบัติการสอน และระหว่างปฏิบัติงานในตำแหน่งครูผู้ช่วยภายใน 2 ปี จะต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู แต่ถ้าไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ก็ไม่สามารถเป็นข้าราชการต่อได้ ผมเชื่อว่าการเปิดโอกาสครั้งนี้ จะแก้ไขปัญหาครูขาดแคลน และทำให้ได้คนเก่งๆ ในสาขาต่างๆ เช่น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เป็นต้น เข้ามาสอบได้ โดยเฉพาะในระดับอาชีวศึกษาที่ขาดแคลนมาก แม้จะมีคนเก่งทางด้านช่างเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้เรียนครู จึงเป็นครูไม่ได้ ฉะนั้นการปรับมาตรฐานนี้จะเปิดช่องให้ได้คนเก่งเข้ามาเป็นครูผู้สอนมากขึ้น ซึ่งมาตรฐานตำแหน่งนี้จะมีผลบังคับใช้ในการสรรหาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งในตำแหน่งครูผู้ช่วยในสถานศึกษาสังกัด ศธ.ทั่วประเทศเลย นายสุชาติกล่าว
          นายสุชาติกล่าวต่อว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบกรณีคุณสมบัติของอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) วิสามัญว่าหากมีอายุครบ 70 ปีบริบูรณ์ จะต้องพ้นจากการเป็นอนุกรรมการใน อ.ก.ค.ศ.วิสามัญ ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 8 (2) แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 กำหนด และเป็นไปตามแนวทางเดียวกับคณะกรรมการ ก.ค.ศ.ที่ระบุไว้ว่า กรรมการจะต้องอายุไม่เกิน 70 ปี ส่วนอนุกรรมการพิเศษที่อ่านผลงานในการเลื่อนวิทยฐานะนั้นจะอายุเกิน 70 ปีได้ เพราะตั้งมาเพื่ออ่านผลงานเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกับผู้อ่านผลงานทางวิชาการในระดับมหาวิทยาลัย
          แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คนหนึ่ง กล่าวว่า ในวันที่ 19 ตุลาคม เวลา 15.30 น.ศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนคดีที่นายชานนท์ วันดีรัมย์ ในฐานะผู้เข้ารับการสรรหาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้เป็นรองผู้อำนวยการ (ผอ.) สถานศึกษา และ ผอ.สถานศึกษา กับพวกรวม 15 คน ฟ้องคณะกรรมการ ก.ค.ศ.และพวกรวม 2 คน ในกรณีการสรรหาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งรอง ผอ.สถานศึกษา และ ผอ.สถานศึกษาในสังกัด สพฐ.ที่ได้ดำเนินการคัดเลือก และประกาศผลสอบไปเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 19 ต.ค. 55   อ่าน 921 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ม.เอกชนขอมีเอี่ยวรับตรงกลาง
04 พ.ค. 54 | อ่าน 73230 ครั้ง
'ศธ.'แก้กฎใหม่นักเรียนหญิงเฮ!เลิกห้ามซอยผม
16 พ.ค. 56 | อ่าน 761 ครั้ง
ถกเวทีระดับชาติอีเลิร์นนิ่ง สกอ.บูรณาการแนวทางเรียนรู้อาเซียน
31 ก.ค. 55 | อ่าน 873 ครั้ง
จี้สกสค.ช่วยครูเอกชน น้ำท่วมรายละ2พันบ.
16 พ.ย. 54 | อ่าน 50522 ครั้ง
มรส.ร่วม 6 สพท. พัฒนาครูระบบพี่เลี้ยง ตั้งเป้าสร้างแม่พิมพ์เก่งครบคุณภาพ-คุณธรรม
28 มี.ค. 56 | อ่าน 2519 ครั้ง
เตรียมให้เด็กป.1-3เรียนภาษาอังกฤษทุกวัน
01 เม.ย. 59 | อ่าน 1194 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.