Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ศธ.ชูผลงาน’แทบเล็ตป.1’ ลุยแจก’ม.1’เพิ่ม 7 แสนเครื่อง




      

ศธ.ชูผลงาน'แทบเล็ตป.1' ลุยแจก'ม.1'เพิ่ม 7 แสนเครื่อง

 

          ผลงาน 1 ปี 31 นโยบายด้านการศึกษา  ได้ชูการแจกแทบเล็ตให้นักเรียนชั้น ป. 1 เป็นผลงานที่โดดเด่นและเตรียมที่จะเดินหน้าแจกแทบเล็ตเด็ก ม. 1 โดย นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว. กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จะเริ่มเดินหน้าแจกแทบเล็ต ม. 1 ประมาณ 700,000 กว่าเครื่อง ซึ่งได้ของบประมาณไว้แล้ว คาดว่าจะแจกได้ในเดือน พ.ย.นี้ เป็นต้นไป นอกจากนั้น ยังมีนโยบายให้มีการจัดให้มีการสอบ NT (National Test) หรือการสอบประเมินคุณภาพการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน ทุกระดับชั้นด้วย เพื่อเป็นการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษา จากเดิมที่สำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะจัดสอบ NT เฉพาะชั้น ป. 2 , ป. 5 , ม. 2 และ ม. 5
          ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า นโยบายของ รมว.ศึกษาธิการ ที่จัดต้องการนักเรียนทุกคนทุกชั้นปีสอบ NT นั้น ถ้านำมาดำเนินการจริง ก็จะเป็นมหกรรมการสอบที่ใหญ่มากๆ ต้องเตรียมคน เตรียมสถานที่ให้พร้อม ที่สำคัญ ต้องมีการจัดทำคลังข้อสอบรองรับให้เพียงพอด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่ใหญ่ และ สพฐ.จะต้องพิจารณาให้รอบคอบก่อน
          ทั้งนี้ สพฐ.พยายามหาแนวทางปฏิบัติในรูปแบบต่างๆ ที่จะสามารถสนองนโยบายดังกล่าวของ รมว.ศึกษาธิการได้แนวทางหนึ่งที่เป็นไปได้สูงและสอดคล้องกับสิ่งที่ สพฐ.ดำเนินการอยู่ คือ การยกระดับการประเมินวัดผลของโรงเรียนให้ได้มาตรฐาน ทำให้การวัดผลของโรงเรียนเข้าข่ายการประเมินวัดผลระดับชาติ หรือ NT แนวทางนี้สามารถทำให้ สพฐ.ตอบโจทย์ของ รมว.ศึกษาธิการ ได้โดยไม่ต้องเป็นภาระด้านงบประมาณเพิ่มเติมมากนัก
          อย่างไรก็ตาม ในวันเดียวกันที่อาคารรัฐสภา 2 คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุคนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา จัดเสวนา แจกแทบเล็ตเด็ก ป. 1 ลดหรือเพิ่มปัญหาสังคม
          นายอโณทัย ฤทธิ์ปัญญาวงศ์ ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมและกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุคนพิการและผู้ด้อยโอกาส วุฒิสภา กล่าวว่า ที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคมได้ติดตามปัญหาสังคมมาต่อเนื่อง และมีความเป็นห่วงประเด็นการแจกเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา หรือแทบเล็ต ให้กับเด็กชั้น ป. 1 ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมและหลังจากในเครือข่ายออนไลน์มีการเผยแพร่ภาพที่อ้างว่ามาจากแทบเล็ตที่รัฐบาลแจกให้กับเด็ก ป. 1 สามารถการเข้าถึงเว็บไซต์ลามกอนาจารได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ รัฐบาลระบุว่ามีการบล็อกการเข้าถึงเว็บไซต์หมดแล้ว ทำให้ผู้ปกครอง นักวิชาการ และผู้ที่อยู่ในแวดวงคนที่ทำงานเด็กมีความกังวลว่า
          ในประเด็นดังกล่าว นายวรพัฒน์ ทิวถนอม รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เด็ก ป. 1 สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ลามกอนาจารได้นั้นยังไม่ทราบข้อเท็จจริงว่า เป็นเด็ก ป. 1 นำเครื่องแทบเล็ตไปเข้าเว็บไซต์นั้นจริงหรือไม่ ซึ่งข้อเท็จจริงเครื่องแทบเล็ตเป็นอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อโลกออนไลน์ได้เหมือนโน้ตบุ๊คและมือถือสมาร์ทโฟนทั่วไป อยู่ที่ผู้นำไปใช้เมื่อสามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตก็สามารถเข้าดูเว็บไซต์ต่างๆ ได้ ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงไอซีทีพยายามจะกวาดล้างและบล็อกเว็บไซต์ต่างๆ แต่ก็ยังมีคนพยายามจะเปิดเว็บไซต์เพิ่มเปิดขึ้นมาใหม่อีก ดังนั้น มองว่าหากจะป้องกันไม่ให้เด็กเข้าดูเว็บที่ไม่เหมาะสม ทางโรงเรียนควรจะต้องประสานกับเครือข่ายสัญญาณอินเทอร์เน็ตหรือไวไฟที่ใช้บริการให้ทำการบล็อกเว็บไซต์บางเว็บไซต์ หรือให้สามารถเข้าดูเว็บไซต์ได้บางเว็บไซต์ได้เท่านั้น
          ส่วนปัญหาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพนั้น พญ.จันทร์เพ็ญ ชูประภาวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมองและพัฒนาการเด็ก กล่าวว่า ไม่อยากพูดว่าการใช้แทบเล็ตกับเด็ก ป. 1 หรือเด็กปฐมวัยลดหรือเพิ่มปัญหาสังคม แต่อยากให้สังคมเข้าใจก่อนว่าพัฒนาการทางสมองของเด็กปฐมวัยควรจะมีการพัฒนาอย่างไรจึงจะเหมาะสม และตนมองว่าพ่อ แม่ผู้ปกครองควรจะเข้าใจพื้นฐานของการพัฒนาสมอง เนื่องจากเด็กปฐมวัยในช่วง 6 ปีแรก ควรได้รับการพัฒนาสมองในแบบที่เด็กควรได้รับจากประสาทสัมผัสทั้ง 6
          และควรได้รับการพัฒนากล้ามเนื้อ การมองเห็น การได้สัมผัสการได้ยินเสียง การลิ้มรส และการสื่อสารภาษาแม่ เด็กต้องสื่อสารรู้เรื่องเข้าใจ ถ้าส่วนนี้เด็กยังไม่สามารถพัฒนาได้การจะพัฒนาภาษาที่ 2 ก็จะมีปัญหา ส่วนเทคโนโลยีควรจะเป็นขั้นสุดท้ายที่เด็กวัยนี้จะนำมาใช้ในการพัฒนาสมอง และต้องใช้ในวัยที่เหมาะสม เช่น ในช่วงอายุ 12 ปีขึ้นไป ซึ่งตนเสนอว่าในช่วงที่เด็กปฐมวัยต้องการพัฒนาการทางสมองที่เหมาะสม จึงไม่ควรทำลายพัฒนาการสมองเด็กด้วยเทคโนโลยี
          ด้านพ.อดิศักดิ์ ผลิตผลการพิมพ์ หัวหน้าศูนย์วิจัยเพื่อสร้างเสริมความปลอดภัยและป้องกันการบาดเจ็บ กล่าวว่า จากที่ได้ติดตามการป้องกันภัยที่เกิดกับเด็กจะพบว่า ที่ผ่านมา สังคมมักจะเป็นห่วงเรื่องของกายภาพ เช่น เด็กใช้คอมพิวเตอร์เล่นเกมมากจะทำให้เสียสายตา หรือเป็นโรคนิ้วล็อก มากกว่าการพูดถึงเรื่องของพฤติกรรมที่เด็กกลุ่มนี้แสดงออก โดยขณะนี้ จะพบว่าจำนวนเด็กประถมที่ติดเกมออนไลน์เพิ่มมากขึ้น
          จากการสำรวจพบว่าเด็กอายุ 6 ปีกว่า 60% ใช้คอมพิวเตอร์ และในจำนวน 10% เป็นเด็กที่เล่นเกมออนไลน์ทุกวัน วันละมากกว่า 6 ชั่วโมง ซึ่งมองว่าสถานการณ์เด็กติดเกมออนไลน์ยังน่าเป็นห่วงมาก เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่มักคิดว่าร้านเกมเหล่านี้เป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับเด็ก เพราะเด็กไม่ต้องไปวิ่งเล่นไกลหูไกลตา แต่ไม่มองว่าจะส่งผลอย่างไรต่อพฤติกรรมของเด็ก ขณะเดียวกัน ธุรกิจเกมออนไลน์ก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นห่วงว่าต่อไปถ้าเด็ก ป. 1 นำเครื่องแทบเล็ตไปใช้อาจจะเป็นตัวชักนำไปสู่การติดเกมออนไลน์ได้ง่ายขึ้น
          อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลได้แจกแทบเล็ตให้กับเด็ก ป. 1 ไปแล้ว จึงขอเสนอว่าควรจัดทำระบบการลงทะเบียนเข้าใช้อินเทอร์เน็ตทั้งผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องแทบเล็ต โดยใช้เลข 13 หลักจากบัตรประชาชนของเด็กเข้ารหัสใช้งานอินเทอร์เน็ต หรือจะเข้าเล่นเกม ให้สามารถใช้ได้ไม่เกิน 2 ชั่วโมง และบล็อกเว็บไซต์บางเว็บไซต์สำหรับเด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี เพื่อเป็นการป้องกันไว้ตั้งแต่ต้นทาง
          ด้านนางอรุณี อัศวภาณุกุม ผู้แทนผู้ปกครองเด็ก ป. 1 โรงเรียนบ้านหนองบอน (นัยนานนท์อนุสรณ์) ได้รับแจกเครื่องแทบเล็ต กล่าวว่า ลูกสาวได้รับแจกเครื่องแทบเล็ตจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ซึ่งขณะนี้ ลูกสาวยังไม่ได้ใช้แทบเล็ตในการเรียนการสอนในห้องเรียนแต่อย่างใด เนื่องจากโรงเรียนยังไม่พร้อมในส่วนของโครงสร้างพื้นที่ ทั้งปลั๊กไฟเสียบชาร์จแบตและระบบอินเทอร์เน็ต ทำให้วันที่ได้รับเครื่องแทบเล็ตมาวันแรก ผู้ปกครองและเด็กสามารถทดลองใช้ได้เพียง 1 ชั่วโมง เพราะยังไม่ได้มีการชาร์จไฟในครั้งแรก 8 ชั่วโมงก่อนที่จะนำมาใช้งาน ซึ่งมองว่า เมื่อรัฐบาลจะให้เด็กใช้แทบเล็ตแต่โรงเรียนก็ยังไม่มีความพร้อม ขณะที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็กังวลว่าทางโรงเรียนจะดูแลความปลอดภัยให้กับเด็กอย่างไรในการใช้งานเครื่องแทบเล็ต ทั้งเรื่องการชาร์จไฟ

          เป็นห่วงว่าต่อไป'ถ้าเด็ก ป. 1 นาเครื่องแทบเล็ต ไปใช้อาจจะเป็นตัวชักนาไปสู่การติดเกมออนไลน์

          ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ



โพสเมื่อ : 06 ก.ย. 55   อ่าน 1061 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คอลัมน์: สถานี ก.ค.ศ.: สอบบรรจุบุคลากรทางการศึกษาอื่นตามมาตรา 38 ค. (2)
04 เม.ย. 54 | อ่าน 41712 ครั้ง
มช.-แม่โจ้ แจงให้นศ. รับน้องโดยไม่บังคับ-ไม่ใช้ความรุนแรง-ห้ามจัดต่างจังหวัด
05 ส.ค. 58 | อ่าน 635 ครั้ง
สอศ.เฮ! ก.ค.ศ.เพิ่มตำแหน่ง "ผู้อำนวยการ" ให้สถาบันอาชีวะ 322 อัตรา
28 ม.ค. 59 | อ่าน 2119 ครั้ง
เปิดใจ'ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์'ชู'อาชีวะ จิตอาสา'ร่วมโครงการ'34 ปี มติชน'
17 ม.ค. 54 | อ่าน 8192 ครั้ง
เปิดประมูลแท็บเล็ตสัปดาห์นี้
11 ก.พ. 57 | อ่าน 394 ครั้ง
องค์กรครูจี้ศธ.ลดดอกเบี้ยแก้หนี้ครู
23 พ.ย. 58 | อ่าน 313 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.