Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ฮือฮา!ไอเดียศึกษาฯ เปลี่ยน”คำสุภาษิต” รักวัวให้ผูกรักลูกให้กอด อ้างเติมเต็มในครอบครัว “สุชาติ”เตรียม




 

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ เลขาธิการสภาการศึกษา เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการการศึกษาปฐมวัยแห่งชาติ ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบยุทธศาสตร์การศึกษาปฐมวัย เสนอให้มีการเปลี่ยนสุภาษิตที่ระบุว่า  "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" เป็นสุภาษิตใหม่ "รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด" เนื่องจากต้องการให้เปลี่ยนค่านิยมคำพังเพยนี้ใหม่ เพื่อเติมเต็มความอบอุ่นในครอบครัวให้มีมากขึ้น

ทั้งนี้นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ จะเสนอแผนดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเร็วๆนี้  เพื่อกำหนดเป็นนโยบายดำเนินการตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นไป โดยจะได้วางแผนการใช้งบประมาณสำหรับดูแลเด็กปฐมวัยว่า  จะใช้ดำเนินการจำนวนเท่าไหร่   หรือหากมีเรื่องเร่งด่วนจำเป็นที่จะต้องดำเนินการก่อนก็อาจจะให้ใช้งบกลาง แทน เพื่อให้การทำงานมีความต่อเนื่อง  ส่วนงบประมาณจะใช้เท่าไหร่นั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะต้องทำไปทำแผนมาก่อน เพราะส่วนมากศูนย์เด็กเล็กจะสังกัดอปท.และมีเด็กก่อนวัยเรียนจำนวนมาก

"ที่ประชุมมีความห่วงใยถึงประเด็นการศึกษาปฐมวัยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเด็กที่มีอายุระหว่าง 0-6 ปี  ซึ่งจะดำเนินการอย่างไรให้สิทธิของเด็กแรกเกิดเท่าเทียมกันทุกเรื่องไม่ว่า จะเป็นด้านสุขอนามัย  การศึกษา เพราะถือว่าการพัฒนาเด็กปฐมวัยตั้งแต่แรกเกิดจนถึงช่วงอายุ 6 ปีมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากจะเป็นพื้นฐานในการสร้างอนาคตชาติด้วย จึงต้องมีความพร้อมทั้งด้านการศึกษาและสุขอนามัย ตั้งแต่วัยเรียน รวมถึงการดูแลจากพ่อแม่และการให้นมบุตรเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ซึ่งน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี  มีความประสงค์ที่จะให้ทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องนำนโยบายเรื่องการศึกษาปฐมวัย ไปปฎิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรมมากที่สุด" นายเอนก กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสุภาษิตที่ว่า "รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี" นั้นเป็นคำสุภาษิตไทยโบราณที่ มีความหมายว่า  ถ้ารักวัวก็ให้ผูกล่ามขังไว้ มิฉะนั้นวัวจะถูกลักพาหรือหนีหายไป   ส่วนรักลูกให้เฆี่ยน ก็หมายถึงให้อบรมสั่งสอนลูกและทำโทษลูกเมื่อผิด
ทั้งนี้หลังข่าวชิ้นดังกล่าวแพร่สะพัดออกไปตามเว็ปไซต์สำนักข่าวต่างๆ  ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยเพราะเห็นว่า สุภาษิตดังกล่าวใช้สืบต่อคู่สังคมไทยมานับร้อยปีจนกลายเป็นมรดกตกทอดทางภาษา ไปแล้ว   หากกระทรวงศึกษาฯต้องการสุภาษิตในลักษณะดังกล่าวก็ควรคิดคำสุภาษิตใหม่ขึ้น มา   เพื่อให้เป็นมรกดทางภาษาตกทอดต่อลูกหลาน แต่ไม่ใช้มาเปลี่ยนคำสุภาษิตโบราณเพราะมักง่ายเกินไป


โพสเมื่อ : 28 ส.ค. 55   อ่าน 3619 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ประกาศผลงานผู้เข้ารอบสุดท้าย 10 ผลงานในการประกวดตราสัญลักษณ์(โลโก้) วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2561
22 ก.ย. 60 | อ่าน 956 ครั้ง
"ชินวรณ์" เผยครูผู้ช่วยได้เงินเดือน 1.3 หมื่น
09 ก.ย. 53 | อ่าน 13942 ครั้ง
รมว.ศธ.รับเรื่องหลอกเรียนไต้หวัน แจงต้องให้ฝ่ายข้าราชการประสาน
19 ก.ย. 56 | อ่าน 487 ครั้ง
สพฐ.ประกาศรางวัลหนังสือดีเด่นปี 54 ไร้รางวัลดีเด่นถึง 7 ประเภท จาก 14 ประเภท
04 มี.ค. 54 | อ่าน 10870 ครั้ง
"บิ๊กตู่"ฮึ่มแบล๊กลิสต์"นักเรียน-นักเลง"เกณฑ์ทหารรับทันที ไม่ต้องลุ้นใบ"ดำ-แดง"
29 มิ.ย. 55 | อ่าน 1026 ครั้ง
เวทีรมว.ศธ.เอเชีย-ยุโรปขจัดว่างงาน ฟินแลนด์-เยอรมนีช่วยไทยปฏิรูป-แลกเปลี่ยนน.ศ.
19 มิ.ย. 58 | อ่าน 520 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.