Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ชงก.ค.ศ.แก้เกณฑ์ย้ายผอ.โรงเรียนลดขนาดโรงเรียน ’มัธยมใหญ่พิเศษ’ 1.5 พันคน ส่อล้มกันตำแหน่




      

ชงก.ค.ศ.แก้เกณฑ์ย้ายผอ.โรงเรียนลดขนาดโรงเรียน 'มัธยมใหญ่พิเศษ' 1.5 พันคน ส่อล้มกันตำแหน่งว่าง - ผ่าน 60 % ขึ้นบัญชี

 

          เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) วันที่ 31 กรกฎาคมนี้ จะมีการเสนอร่างหลักเกณฑ์และวิธีการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ที่ประชุมพิจารณา ซึ่งร่างดังกล่าวได้กำหนดการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา 3 กรณี ดังนี้ 1.การย้ายกรณีปกติ ได้แก่ การย้ายเพื่ออยู่ร่วมกับคู่สมรส การย้ายเพื่อดูแลบิดามารดา การย้ายเพื่อกลับภูมิลำเนา การย้ายด้วยเหตุผลอื่น 2.การย้ายกรณีพิเศษ ได้แก่ เจ็บป่วยร้ายแรง ถูกคุกคามต่อชีวิต เพื่อดูแลบิดา มารดา หรือคู่สมรสซึ่งเจ็บป่วยร้ายแรง และ 3.การย้ายเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ได้แก่ เพื่อแก้ปัญหาการบริหารจัดการในสถานศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา การย้ายไปดำรงตำแหน่งในสถานศึกษาที่มีวัตถุประสงค์พิเศษหรือคุณภาพพิเศษ
          เลขาธิการ กพฐ.กล่าวต่อว่า สำหรับการกำหนดขนาดสถานศึกษาเพื่อใช้ในการย้าย สพฐ.เสนอให้แบ่งขนาดสถานศึกษาใหม่ แยกเป็นระดับประถมฯ 4 ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็ก มีนักเรียนตั้งแต่ 299 คนลงมา ขนาดกลาง 300-599 คน ขนาดใหญ่ 600-1,499 คน และขนาดใหญ่พิเศษตั้งแต่ 1,500 คนขึ้นไป ส่วนระดับมัธยมฯ มี 4 ขนาด ได้แก่ ขนาดเล็ก ตั้งแต่ 499 คนลงมา ขนาดกลาง 500-999 คน ขนาดใหญ่ 1,000-1,499 คน และขนาดใหญ่พิเศษ ตั้งแต่ 1,500 คนขึ้นไป ซึ่งการพิจารณาย้ายจะอนุญาตการย้ายในขนาดที่ใกล้เคียงกันก่อน โดยจะพิจารณาสถานศึกษาในขนาดเดียวกันก่อน แต่กรณีการย้ายต่างขนาด จะต้องไม่ต่างกัน 1 ระดับ สำหรับการพิจารณาขนาดโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษและโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ที่จัดการเรียนการสอนแบบอยู่ประจำและไปกลับ จะมีหลักพิจารณา 3 กรณีคือ 1.หากมีนักเรียนที่อยู่ประจำเกิน 60% การคิดขนาดของโรงเรียน ให้นำจำนวนนักเรียนคูณด้วยสามและบวกด้วยนักเรียนไปกลับและได้จำนวนออกมาเท่าไรให้นำไปเทียบกับขนาดโรงเรียนที่กำหนดไว้ข้างต้น แต่หากมีนักเรียนประจำต่ำกว่า 60% การคิดขนาดของโรงเรียน จะให้นำจำนวนนักเรียนคูณด้วยสองและบวกด้วยนักเรียนไปกลับ ทั้งนี้ สำหรับโรงเรียนวัตถุประสงค์พิเศษที่จัดการศึกษาสำหรับคนพิการ ให้นำนักเรียนประจำคูณด้วยสี่และบวกด้วยจำนวนนักเรียนไปกลับ
          การให้คะแนนผู้บริหารสถานศึกษาที่ขอย้าย ได้เสนอให้มีรายละเอียดที่ชัดเจนเพื่อลดการพิจารณาด้วยดุลยพินิจของคณะกรรมการที่ดูแลการรับย้ายในเขตพื้นที่ฯ ให้น้อยที่สุด ซึ่งจะมีองค์ประกอบหลัก 5 ด้าน เช่น ความรู้ความสามารถในการพัฒนาสถานศึกษา 25 คะแนน ผลการปฏิบัติงานในสถานศึกษาจะดูจากผลที่เกิดขึ้นกับนักเรียน 30 คะแนน การรักษาวินัยและจรรยาบรรณวิชาชีพ 10 คะแนน เป็นต้น โดยทั้งหมดนี้จะต้องให้ที่ประชุม ก.ค.ศ.เห็นชอบ นายชินภัทรกล่าว และว่า ร่างหลักเกณฑ์นี้ได้เสนอนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พิจารณาแล้วในสัปดาห์ที่ผ่านมา
          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับขนาดโรงเรียนมัธยมฯ เดิมกำหนดให้โรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ ต้องมีจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 2,500 คนขึ้นไป แต่ร่างใหม่ ได้ลดขนาดเหลือเพียง 1,500 คนขึ้นไป เพื่อเปิดโอกาสในการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาให้มีความหลากหลายมากขึ้นเพราะเดิมโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ จะมีเฉพาะผู้บริหารโรงเรียนที่มีชื่อเสียงเท่านั้นที่จะมีการโยกย้ายกันภายในกลุ่ม ทั้งนี้ เกณฑ์ใหม่คาดว่าจะนำมาใช้ภายในเดือนสิงหาคมนี้
          ด้านนายวันศักดิ์ คำแหง ครูโรงเรียนเชียงยืนวิทยา จ.นครพนม กล่าวว่า ตนขอความเป็นธรรมในการสอบบรรจุผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งนี้ สพฐ. มีหนังสือที่ ศธ 04009/ว 2759 และออกประกาศ กพฐ. เรื่องผลคะแนนผู้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ได้ขึ้นบัญชี 1,658 คน จากอัตราว่าง 2,495 อัตรา ในจำนวนนี้มีบุคลากรสังกัด สพม.ที่สอบผ่านเกณฑ์ 1,385 ราย แต่กลับได้ขึ้นบัญชีเพียง 577 ราย
          กลุ่มผู้เสียสิทธิ จึงขอให้ 1.สพฐ.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 60 เป็นบัญชีที่ 2 ระยะเวลา 2 ปี ซึ่งจะไม่กระทบสิทธิผู้ขึ้นบัญชีแรก และให้มีผลบังคับใช้เมื่อได้เรียกบรรจุผู้ที่ขึ้นบัญชีแรกจนครบหมดแล้ว และ 2.สพฐ.ควรให้เขตพื้นที่ฯ รายงานตำแหน่งว่างของผู้บริหารสถานศึกษาใน 2 ปีงบประมาณ คือ ปี 2555-2556 เพื่อบรรจุและแต่งตั้งครบร้อยละ 100 ส่วนการย้ายผู้บริหารสถานศึกษาภายในเขตพื้นที่ฯ หรือระหว่างเขตพื้นที่ฯ ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนบรรจุแต่งตั้งผู้บริหารสถานศึกษาในรอบนั้น เพราะถ้า ก.ค.ศ. และ สพฐ. ยังดำเนินการในแนวทางเดิมที่ให้กันตำแหน่งว่าง เพื่อรอรับย้ายร้อยละ 50 และบรรจุแต่งตั้งร้อยละ 50 เมื่อเขตพื้นที่ฯรับย้ายผู้บริหารเสร็จสิ้นแล้ว สถานศึกษาก็จะมีตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่ย้ายไปว่างลงอีกร้อยละ 50 ซึ่งจะส่งผลเสียหายต่อการจัดการศึกษาชาติ นายวันศักดิ์กล่าว
          ด้านนายอนันต์ ระงับทุกข์ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า การขึ้นบัญชี 2 คงเป็นไปไม่ได้เพราะอยู่เหนือหลักเกณฑ์ อีกทั้งจะมีทั้งผู้ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ซึ่งผู้เสียประโยชน์อาจฟ้องร้องได้ อย่างไรก็ตาม ได้หารือนอกรอบกับฝ่ายการเมืองและผู้บริหารสำนักงาน ก.ค.ศ. เห็นตรงกันว่าแนวโน้มควรต้องแก้หลักเกณฑ์การสอบผู้บริหารสถานศึกษาครั้งต่อไป โดยจะให้ผู้สอบผ่านเกณฑ์ขึ้นบัญชีได้ทั้งหมด นอกจากนี้จะเปิดให้เรียกบรรจุข้ามกลุ่มระหว่างกลุ่มประสบการณ์และกลุ่มทั่วไปได้ถ้าอีกกลุ่มมีบัญชีไม่พอ ส่วนที่ให้ยกเลิกการกันตำแหน่งว่างเพื่อรอรับย้ายร้อยละ 50 นั้น คงต้องทบทวนเช่นกัน เพราะการรับย้ายจะต้องเสร็จก่อนการเรียกบรรจุอยู่แล้ว การกันตำแหน่งว่างไว้จึงอาจไม่จำเป็นแต่ทั้งนี้ข้อสรุปจะเป็นอย่างไรคงต้องรอข้อยุติจากที่ประชุม ก.ค.ศ.

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 31 ก.ค. 55   อ่าน 1123 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ทั่วโลกตั้งเป้าผลิตครู5.24ล้านคน-แอฟริกาใต้ขาดแม่พิมพ์มากสุด9แสน
30 ก.ย. 57 | อ่าน 781 ครั้ง
มหา’ลัย-ร.ร.ฮิตเปิดสอน’เกาหลี’มอ.ชี้ขาดองค์กรหนุน-ผู้เชี่ยวชาญ
17 ส.ค. 54 | อ่าน 115188 ครั้ง
คลอดปฏิทินรับม.1 ปี’56 เรียนต่อม.4 ต้องเกรด 2 ขึ้น
16 ต.ค. 55 | อ่าน 933 ครั้ง
วิทย์จุฬาฯนำร่องชงปรับวิธีสอนนิสิต
09 ม.ค. 56 | อ่าน 636 ครั้ง
การจัดสรรอัตราว่างตำแหน่ง รอง ผอ.สพท.(ตำแหน่งชั่วคราวและมีเงื่อนไข)ฯ
10 พ.ย. 57 | อ่าน 307 ครั้ง
ครม.แต่งตั้งผู้ตรวจราชการ ศธ. 4 ตำแหน่ง
30 มี.ค. 55 | อ่าน 8408 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.