Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ยกเครื่องเด็กอาชีวะพัฒนาคน - ลบภาพรุนแรงรับเสรีอาเซียน




      

ยกเครื่องเด็กอาชีวะพัฒนาคน - ลบภาพรุนแรงรับเสรีอาเซียน

 

          คนพันธุ์ R รับคำท้าอาเซียน เปิดปรากฎการณ์เรียนรู้อาเซียนแค่เปลือกผ่านธงสัญลักษณ์ หวั่นอีก 2 ปีกระทบแรงงานระดับกลาง 50% ถูกต่างชาติแย่งงาน เตรียมเดินเครื่องพัฒนาอาชีวะไทย ยกระดับศักยภาพแรงงานเตรียมคนสู่อาเซียนในทางปฏิบัติลบภาพลักษณ์ความรุนแรง พร้อมเปิดภาพลักษณ์ใหม่ ชวนคนพันธุ์ R สร้างจิตอาสา ใช้ทักษะอาชีพ ทำดีเพื่อสังคม
          นายสมพงษ์ จิตระดับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สสค. กล่าวว่า แม้ว่าอัตราการว่างงานของเยาวชนไทยจะลดลง โดยผลสำรวจ ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2554 พบว่า เยาวชนมีอัตราการว่างงานลดลงจากร้อยละ 3.8 เป็นร้อยละ 2.9 เมื่อเทียบกับเดือนธันวาคมปี 2554 แต่กลับพบว่าแรงงานที่จบระดับอุดมศึกษากลับเป็นกลุ่มที่ตกงานสูงสุด จำนวนถึง 98,000 คน (ร้อยละ 1.4) ขณะที่ตำแหน่งงานว่าง 10 อันดับแรก กว่า 74,530 อัตรา จากข้อมูลของกรมการจัดหางานในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า ต้องการเด็กจบอาชีวศึกษาเกือบครึ่ง ได้แก่ แรงงานด้านการผลิต จำนวน 23,894 อัตรา ช่างเทคนิค 2,007 อัตรา ช่างไฟฟ้า 1,579 อัตรา เป็น ต้น ซึ่งภายใน 2 ปี จำเป็นต้องยกระดับทักษะฝีมือแรงงานของอาชีวศึกษา ไม่เช่นนั้นแรงงานระดับกลางกว่าครึ่งจะถูกแทนที่ด้วย แรงงานต่างชาติที่มีศักยภาพมากกว่า หากไม่เตรียมพร้อมเด็กไทย จะไม่มีพื้นที่ในการทำงาน เพราะถูกเด็กต่างชาติเข้ามาแทนที่
          นายสมพงษ์ กล่าวว่า ตนขอท้าคนพันธุ์ R ก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนใน 3 เรื่องคือ 1.เราต้องเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมสกปรกที่ก่อมลพิษเป็นอุตสาหกรรมสะอาด ฉะนั้นการผลิตทักษะแรงงานจำเป็นต้องมีศักยภาพมากขึ้น อาชีวศึกษาจึงต้องพร้อมที่จะเบียดตัวเองให้สำคัญกว่าสพฐ. 2.การก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนขณะนี้เป็นเรื่องของเปลือกอาเซียนจากการ สำรวจข้อมูล ใน 10 จังหวัด พบว่า เป็นเพียงปักธง ยกสัญลักษณ์ ในแต่ละสถานศึกษาเท่านั้น แต่การลงมือสู่วิธีการปฏิบัติและการขับเคลื่อน ยังไม่มี ตนจึงอยากให้จัดทำแผนแม่บทการจัดการเรียน รู้ของอาชีวะที่ลงสู่แนวทางปฏิบัติ เพราะขณะนี้ 50% ของวิทยาลัยอาชีวะเป็นเด็กไทย อีกครึ่งหนึ่งเป็นเด็กต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน เพราะเขารู้ว่าการศึกษาอาชีวะในต่างประเทศยังสู้ประเทศไทยไม่ได้ และเชื่อว่าเด็กกลุ่มนี้จะมีแนวโน้มการจ้างงานที่สูงกว่า เพราะมีค่านิยมสู้งานมากกว่าเด็กไทย และ 3.การเปลี่ยนภาพลักษณ์ความรุนแรง แม้จะมีเพียง 1-3% ของเด็กอาชีวะเท่านั้น แต่ควรแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุตั้งแต่ก่อนปิดเทอม ด้วยการชวนหัวโจกทำกิจกรรมโครงงานจิตอาสาและมีรายได้
          นางศรีวิการ์ เมฆธวัชชัยกุล อดีตรองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการศึกษาใน 10 กลุ่มประเทศอาเซียน พบว่า เด็กอาชีวะของไทยเป็นรองเฉพาะสิงคโปร์ แต่หากยังหลงระเริง ในสิ่งนี้จะเป็นอันตราย เพราะพม่าเพิ่งเปิดประเทศ จึงเน้นและให้ความสำคัญกับทักษะวิชาชีพ โดยจ้างบริษัทต่างประเทศเข้ามา สอนทั้งครูและนักศึกษา สำหรับการพัฒนาทักษะของเด็กยุคใหม่เพื่อเตรียมความพร้อมสู่อาเซียนนั้น เด็กไทยต้องมีทักษะด้าน ภาษา รู้จักทำงานเป็นทีม มีทักษะชีวิต และทักษะวิชาชีพ ซึ่งการ สร้างทักษะเหล่านี้ในระดับอาชีวะจะช้าเกินไป จึงต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่ระดับประถมศึกษา และการเพิ่มสัดส่วนเด็กที่เรียนอาชีว ศึกษานั้นสามารถทำได้ด้วยการจับมือร่วมกับสพฐ.ด้วยการสร้าง ห้องเรียนอาชีวะในโรงเรียนสพฐ.ซึ่งจะไม่เกิดปัญหาค่าใช้จ่ายราย หัว โดยอาชีวะเป็นผู้จ่ายให้กับสพฐ. และยังช่วยให้พ่อแม่รู้สึกปลอดภัยในการส่งลูกมาเรียนอีกด้วย
          นายไชยศิริ สมสกุล ประธานอาชีวศึกษาจังหวัดปทุมธานี ในนามสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า การจัดหลักสูตรการสอนสายอาชีพต้องมีการปรับเปลี่ยนตามความต้องการของตลาดแรง งาน และต้องมุ่งสู่มาตรฐานสากล โดยการระดมสมองกับสถานประกอบการเพื่อร่วมกันคิดหลักสูตร ตลอดจนการพัฒนาทักษะทางภาษา เพราะเด็กไทยแม้จะใช้เวลาเรียน ภาษาอังกฤษกว่า 10 ปี แต่ผลการสำรวจประสิทธิภาพด้านภาษาใน 44 ประเทศ พบว่า ประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 42 ดังนั้นเด็กยุคใหม่ต้องสื่อสารภาษาอังกฤษได้ รวมถึงการเรียนรู้ภาษาจากประเทศเพื่อนบ้าน
          นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศ ไทย) จำกัด กล่าวว่า ภาคเอกชนมีส่วนสำคัญ ในการสร้างและกำหนดคุณภาพแรงงานที่มีคุณภาพตั้งแต่ระดับเยาวชน เพราะมีองค์ความรู้ด้านวิชาชีพที่จะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรม ภาคเอกชนจึงควรร่วมมือกับภาครัฐ หรือองค์กรการศึกษาต่างๆ พัฒนาแรงงานให้ตรงกับความต้องการ ตลอดจนเป็นผู้นำองค์ความรู้ เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยกระตุ้นให้แรงงานไทยพัฒนาอย่างต่อ เนื่อง ซึ่งเยาวชนในกลุ่มอาชีวศึกษาถือเป็น กลุ่มบุคลากรสำคัญที่จะร่วมพัฒนาสังคม และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ จึงได้จัดกิจกรรมผ่านแนวคิด TOA Build Thailand ปีที่ 2 ประกอบด้วย 2 กิจกรรมคือ 1. สร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อเพิ่มพูนความรู้แก่นักเรียนอาชีวะและคณาจารย์ โดยร่วมกับ สอศ. พัฒนาหลักสูตรเถ้าแก่ช่างสี หรือการเป็นช่างสีมืออาชีพ เพื่อเป็นวิชาเลือก ให้แก่นักศึกษา และ 2.สร้างจิตอาสา โดยร่วมกับสสค.จัดโครงการ ปฏิบัติการจิตอาสา อาชีวะสร้างชาติ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียน อาชีวะร่วมกันส่งแนวคิดโครงการอาสาทำดีให้สังคม เพื่อรับเงินทุนสนับสนุนพร้อมอุปกรณ์ ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยสร้างทัศนคติที่ดีแก่สังคม ยังจะช่วยปลูกฝังจิตอาสาให้เกิดขึ้นอีกด้วย

          --สยามธุรกิจฉบับวันที่ 25 - 27 ก.ค. 2555--



โพสเมื่อ : 25 ก.ค. 55   อ่าน 1139 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
มรภ.เทพสตรีวิจัยพลังงาน ความร้อนแสงอาทิตย์-หนุนใช้ทางเลือกเพื่อลดค่าครองชีพ
11 พ.ย. 54 | อ่าน 59334 ครั้ง
ศธ.ทิ้งทวน 3 แสนล้าน สานต่อปฏิรูปรอบ 2
04 พ.ค. 54 | อ่าน 67867 ครั้ง
19 ม.ค.นี้ไม่เลื่อนสอบวีเน็ต
17 ม.ค. 57 | อ่าน 458 ครั้ง
แนะใช้มอส.เป็นบทเรียน ปรับปรุงอุดมศึกษาไทย
11 ต.ค. 55 | อ่าน 713 ครั้ง
ศธ.เตรียมแผนฟื้นฟูหลังน้ำท่วม
11 พ.ย. 54 | อ่าน 72034 ครั้ง
ประกาศ! ฝากส่งของทางไปรษณีย์ต้องแสดงบัตรประชาชนทุกครั้ง
03 มิ.ย. 58 | อ่าน 218 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.