Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เด็กไทยพันธุ์ใหม่กับระเบิดสังคม




      

เด็กไทยพันธุ์ใหม่กับระเบิดสังคม

 

          รองศาสตราจารย์ ดร.สมพงษ์ จิตระดับ สุอังคะวาทิน  คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
          ในปี พ.ศ.2547 ผู้เขียนได้ค้นพบภาพชุดของเด็กไทยในอนาคตอันใกล้ (Scenario) คุณลักษณะของเด็กไทยที่ไม่พึงประสงค์  12 ข้อ คือระดับสติปัญญาของเด็กไทยมีแนวโน้มลดต่ำลง  ความเป็นวัตถุนิยม สภาพร่างกายที่อ่อนแอลง ความก้าวร้าวรุนแรง เพศวัยใส ติดยาเสพติด การเล่นเกมติดมือถือ การเห็นความสำคัญตนเองมากกว่าส่วนรวม ขาดรากเหง้าศีลธรรมศาสนา  วัฒนธรรม เครียดกดดันแข่งขัน การมองความสำเร็จเชิงตัวบุคคล มากกว่าหลักการ การเล่นพนัน และทำงานหนักไม่เป็น
          ผู้เขียนได้นำเสนอข้อห่วงใยว่าถ้าเราไม่มีวิสัยทัศน์ นโยบาย  มาตรการด้านเด็กและเยาวชนมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนชีวิตของเด็กไทยที่มีทุนทางสังคม ยิ้มง่าย ใจดี มีน้ำใจ ใฝ่สันติ  รักธรรมชาติ เป็นมิตรกับทุกคน จะถูกทดแทน (Replace) ด้วยต้นทุนทางวัตถุ เพศ ยาเสพติด ความรุนแรง เสพสื่ออันตราย  จนคุณภาพเกิดความเสี่ยงทั้งทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม
          ผู้เขียนได้นำเสนอบทความหลายเรื่องถึงผลอนาคตอันใกล้นี้ยุคเด็กทำร้ายเด็ก เด็กไทยใกล้เป็นโจร เด็กลอยล่อง และอื่นๆ
          ในปี พ.ศ.2555 ข่าวคราวปัญหาสังคมด้านเด็กและเยาวชนปะทุและระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง และมีแทบทุกวัน เด็กอาชีวะยกพวกตีกัน รุนแรงด้วยปืน มีด การทำร้ายร่างกายบาดเจ็บ สูญเสียชีวิต  เด็กวัยรุ่นหญิงชายมีเพศสัมพันธ์ สะวิงกิ้งตามโรงแรม รีสอร์ต โรงภาพยนตร์ สวนสาธารณะ เด็กเสพยาบ้า เดินยาขายยามีทุกตรอกทุกซอย เด็กฆ่าตัวตายเพราะต้นทุนชีวิตต่ำ แข่งขันสูง  เด็กแว้นเด็กสก๊อยมีทุกจังหวัด  ก่อความรำคาญในยามค่ำคืน  การฆ่าปล้นจี้ด้วยยุวอาชญากรที่ใช้รถมอเตอร์ไซค์มีแทบทุกวัน  เด็กติดเกม ติดเหล้าปั่น ติดห้าง ติดโต๊ะสนุกเกอร์ ติดผับ มีเห็นอยู่ทั่วไป
          นี่คือสังคมไทยที่ระเบิดเตือนเราแล้วว่าถ้าเรายังไม่ทำอะไรเพื่อเด็กไทยของเราแล้ว อนาคตของเยาวชนไทยเหล่านี้เมื่อเติบโตเป็นวัยรุ่น ผู้ใหญ่วัยฉกรรจ์ บ้านเมืองคงเต็มไปด้วยโจรผู้ร้าย ยุวอาชญากร ความปลอดภัย ความสงบสุขคงต้องลดลงอย่างมิต้องสงสัย
          ทำไมเด็กและเยาวชนมีแนวโน้ม กระทำผิดและเสี่ยงมากขึ้นทุกวัน สาเหตุ ล้วนมาจากผู้ใหญ่ที่มีมุมมองล้วนหาผลประโยชน์ แสวงหาผลกำไร กลุ่มเป้าหมาย และปล่อยปละละเลยในพื้นที่เสี่ยง :  พื้นที่ดี = 2:1 ร้านเกมผิดกฎหมายจ่ายค่าส่วย ตู้ละ 500 บาทต่อเดือน โรงเรียนมีลู่การ ศึกษาลู่เดียว เร่งแข่งขัน กวดวิชา ทิ้งเด็กมีปัญหากว่า 5 ล้านคน พ่อแม่สร้างฐานะ ไม่มีเวลาอบรมดูแลลูก  กอดลูกไม่เป็น ปรนเปรอ มือถือ รถมอเตอร์ไซค์ ของใช้ราคาแพง เจ้าหน้าที่ขาดการบังคับใช้กฎหมาย ปล่อยเด็กและเยาวชนเข้าสถานบันเทิงยามค่ำคืน ยาเสพติดหาง่าย มีการหาผลประโยชน์ทุกรูปแบบ สถาบันศาสนาเป็นพุทธพาณิชย์มากกว่าในอดีต สื่อทางเพศเข้าถึงกลุ่มเด็กและเยาวชนทางมือถือง่าย  สะดวก และราคาถูก
          สถานการณ์ของเด็กและเยาวชน สถิติตัวเลขที่เป็นด้านมืด พฤติกรรมเสี่ยงอันตรายติดอันดับสูงสุดแทบทุกด้าน อัตราการตั้งครรภ์อายุต่ำกว่า 18 ปี สูงสุดในเอเชียเป็นอันดับสองของโลก นักเรียน นิสิต นักศึกษา แต่งตัวเซ็กซี่ที่สุดในโลก การให้ยาเสพติด พฤติกรรมรุนแรงติดอันดับต้นของโลกแทบทั้งหมด ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอยู่เกือบท้ายสุดของทุกประเทศ ฯลฯ
          ผู้เขียนได้เฝ้าเตือน บอกอนาคต แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมาตลอดเวลา แต่แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นแม้แต่น้อยในแทบทุกรัฐบาล วิธีการที่นิยมนำมาใช้บ่อยครั้งแต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืนมีคุณภาพ มี 5 วิธีการ คือ
          1.การแก้ไขปัญหาเป็นรายกรณีที่รุนแรงเป็นข่าว (Cases) นับวันข่าวคราว เหตุการณ์ กรณีที่เกิดขึ้นจะรุนแรง ซับซ้อน และเพิ่มมากขึ้นทุกวัน เราจะเริ่มรู้สึกคุ้นเคย ชินชา และเสพจนเป็นเรื่องปกติ ทั้งๆ ที่ทุกกรณีเชื่อมโยงสลับซับซ้อนยากแก่การแก้ไขด้วยวิธีการและหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง กรณีรุนแรงเป็นข่าวจะแก้ปัญหาด้วยการให้มูลนิธิ สมาคม องค์กรทางสังคมรับต่อไปแก้ไขเยียวยาจนกว่าจะเกิดกรณีใหม่เป็นข่าวขึ้นอีก  กรณีตัวอย่างเหล่านี้แก้เป็นกรณีๆ ไป ยังมองไม่เห็นการเชื่อมโยงกับปัญหาเชิงโครงสร้างและระบบสังคมที่ป่วยและถดถอยมากนัก

          2.การวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาด้วยการสร้างค่านิยมใหม่ คุณธรรม  จริยธรรม ศาสนาด้วยการสอนในระบบโรงเรียน กระบวนการเรียนรู้ การปลูกฝัง การอบรมสั่งสอนจากครูบาอาจารย์ พ่อแม่ผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้อง เป็นสูตรสำเร็จการนำเสนอในแวดวงการประชุม สัมมนาทางวิชาการ การให้แนวทางข้อเสนอแนะที่มีหลักการ ถูกต้อง และเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ แต่ในข้อเท็จจริงแนวทาง วิธีการเหล่านี้แทบไม่ได้เฉียดเข้าใกล้ เชื่อมโยง ปลูกฝังอยู่ในระบบโรงเรียนเลยแม้แต่น้อย ระบบการศึกษาสร้างคุณค่า  สาระค่านิยมนี้แทบไม่ได้สานต่อเลยแม้แต่น้อย

          3.การรณรงค์ให้ข้อมูลแนวทางองค์ความรู้ การเตือนภัย การเตือนผ่านสื่อมวลชนแขนงต่างๆ เป็นการกระตุกสังคมให้ระมัดระวัง รู้เข้าใจถึงเภทภัยต่างๆ การได้ข้อมูลข่าวสารที่นำไปอบรมสั่งสอนบุตรหลานตนเอง การรณรงค์เป็นวิธีการที่ใช้มากที่สุดแต่ผลการเปลี่ยนแปลงให้ดียิ่งขึ้นมีเพียง 15-20% เท่านั้น การกระทบหรือมีผลเชิงนโยบายและการปฏิบัติเกิดขึ้นผิวเผิน วูบวาบ  และสุดท้ายก็หมดความสำคัญลงไป

          4.การจัดการแก้ไขในงานเทศกาล วันสำคัญที่สุ่มเสี่ยง (Events)  เป็นกิจกรรมที่นักการเมือง รัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ระดับสูง จะออกนโยบายห่วงเด็กและเยาวชนในเทศกาลต่างๆ เฉพาะวัน  เฉพาะกลุ่ม ดังเช่น เทศกาลวันวาเลนไทน์ มีการใช้ไฟฉายส่องหน้าเด็กที่จะไปมอบรักเสียตัวหน้าโรงแรม เคอร์ฟิวหลังสี่ทุ่ม นำเด็กแว้นไปแข่งรถในที่จัดให้ เราจะเห็นวิธีการนี้แทบทุกปีตามนโยบายรัฐมนตรีที่มาดูแลช่วงสั้นๆ เพื่อสร้างข่าวกระแส ภาพพจน์ตัวเอง สุดท้ายหลังเทศกาล Events ก็แทบไม่มีอะไรดีขึ้น
          5.การดูแลเด็กและเยาวชนแบบตัวใครตัวมัน เป็นวิธีการสุดท้ายที่รณรงค์ให้ข้อมูล เสนอแนะวิธีการปลูกฝังค่านิยมที่ถูกต้องแล้ว  ทำให้ดูเป็นตัวอย่างใน Events เฉพาะกิจ มีองค์ความรู้แนวทางที่ทุกฝ่ายควรไปสอนอบรมครบทุกด้าน ครอบครัวแต่ละครอบครัว  โรงเรียน ชุมชนแต่ละแห่งต้องรับผิดชอบกันเองในการดูแลบุตรหลาน นิสิตนักศึกษาให้ดี ไม่มีใครช่วยกันเพราะเป็นหน้าที่ที่ควรดำเนินการด้วยตนเอง หน่วยทางสังคมครอบครัว โรงเรียน  วัด ชุมชน แยกกันอยู่ ขาดการประสานงานเชื่อมโยงเป็นระบบ 

          สุดท้ายเด็กจึงขาดที่พึ่งพา ความไว้วางใจ และเสียสมดุลแห่งชีวิตเป็นจำนวนมาก

          สุดท้ายสังคมไทยและผู้ใหญ่นั่นเองเป็นแหล่งหล่อหลอม ตัวกำหนด เร่งสร้างเด็กไทยพันธุ์ใหม่ทั้งทางตรงและทางอ้อม ในข้อเท็จจริงเด็กไทยมีต้นทุนทางสังคมมากมายและมีจิตแรกเป็นจิตสะอาดที่รักดี เผื่อแผ่ ช่วยเหลือผู้อื่น แต่ที่เด็กไทยกำลังสร้างปัญหาระเบิดสังคมด้วยความรุนแรงพฤติกรรม
          คุณลักษณะที่ไม่พึงประสงค์ มาจากต้นตอของสภาพสังคมสิ่งแวดล้อมที่เทามืด อันตราย เสี่ยงรอบด้านที่เกิดจากน้ำมือของผู้ใหญ่ทั้งสิ้น ทั้งมองเป็นเหยื่อ กลุ่มเป้าหมายธุรกิจ ปล่อยสิ่งอันตรายรอบตัว มิหนำซ้ำยังขาดวิสัยทัศน์ นโยบาย มาตรการแก้ปัญหาอย่างรัฐบาลมืออาชีพ

          และที่ผ่านมาการจัดการกับระเบิดสังคม ปัญหาด้านเด็กและเยาวชนยังคงย่ำอยู่กับรณรงค์ เตือนภัย ปลูกค่านิยม แก้ปัญหาเป็นกรณี และ Events มานานนับ 10 ปี ไม่เปลี่ยนแปลงเลย ระเบิดสังคมจึงดังถี่มากขึ้นทุกวัน

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 13 ก.ค. 55   อ่าน 1137 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สกอ.ลุยสางปัญหามอส.
24 ธ.ค. 55 | อ่าน 774 ครั้ง
สอศ.-โคเซ็นพัฒนาอาชีวะฐานวิทย์ สร้างหลักสูตรเครือข่าย 5 วิทยาลัยผลิตวิศวะ
15 ม.ค. 57 | อ่าน 551 ครั้ง
สพฐ.เปิดแข่งขันประดิษฐ์หุ่นยนต์คัดเป็นตัวแทนไทยสู่โอลิมปิกที่รัสเซีย
24 มิ.ย. 57 | อ่าน 561 ครั้ง
’มศว’เจ้าภาพประชุมทปอ.ย้ำมหา’ลัยร่วมปฏิรูปไทย-อุดมศึกษา
21 ธ.ค. 53 | อ่าน 9395 ครั้ง
ดันเปิด-ปิดเรียนพร้อมกันทุกระดับ
19 ม.ค. 59 | อ่าน 937 ครั้ง
ก.ค.ศ.เสนอต่ออายุราชการครูเป็น 65 ปี
26 พ.ย. 56 | อ่าน 778 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.