Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


52 มหา’ลัยใหม่อยากเป็น’ขรก.’ เหตุมั่นคง - โวยสถาบันใหญ่ชิงอาจารย์




      

52 มหา'ลัยใหม่อยากเป็น'ขรก.' เหตุมั่นคง - โวยสถาบันใหญ่ชิงอาจารย์

 

          รองเลขาฯกกอ.ชี้ต้องประณามมหาวิทยาลัยใหญ่ดูดบุคลากรทำไม่ถูก เหมือนตกปลาในบ่อเพื่อน เผยผลวิจัยพนักงานมหา'ลัย ราชมงคล-ราชภัฏ-ม.นครพนม-ปทุมวัน'ขอเป็นข้าราชการ สะท้อนได้รับการปฏิบัติจากสังคม-รัฐบาลต่างจากราชการ อาจารย์'มรภ.นครราชสีมา'ห่วงมหา'ลัยใหญ่ ทุ่มเงินเดือนสูงดึงอาจารย์
          นางสาวจิตราภา กุณฑลบุตร เลขานุการที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ(ทปอ.มรภ.) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาใหม่ ได้ทำการวิจัยเรื่องความต้องการดำรงสถานภาพในสถาบันอุดมศึกษากลุ่มใหม่
          ของพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งการวิจัยนี้ได้ศึกษาสอบถามพนักงานมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่52 แห่งเกี่ยวกับความต้องการดำรงสถานภาพของบุคลากร จำนวน 4,956 คน พบว่า    พนักงานมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ 73.57% ต้อง การเป็นข้าราชการ โดยสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันต้องการเป็นข้าราชการมากถึง 96.30%,มหาวิทยาลัยนครพนม จ.นครพนม 82.14%กลุ่ม มรภ. 76.32%, กลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) 65.10% โดยตัวแปรที่มีผลต่อการตัดสินใจเลือกสถานภาพคือ การสมรส จำนวนบุตรมาก คุณวุฒิสูงอายุงานมาก ยิ่งต้องการเป็นข้าราชการมากกว่าคนโสด คนไม่มีบุตรและผู้เริ่มงานใหม่
          งานวิจัยนี้ยังพบว่าความเสมอภาพและความเป็นธรรม ความมั่นคงในอาชีพและศักดิ์ศรีของผู้ปฏิบัติงานนั้น พนักงานมหาวิทยาลัยสะท้อนว่าได้รับการปฏิบัติจากรัฐบาล สังคม แตกต่างจากการเป็นข้าราชการมาก   โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ครูอาจารย์ในที่ทำงานเดียวกัน แต่จะมีตำแหน่งทางสังคมแตกต่างกัน รวมทั้งยังได้รับการปฏิบัติภายใต้กฎกติกา ที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อความรู้สึกของบุคลากรและส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานนอกจากนี้ยังมีเรื่องการประเมินผลซึ่งพนักงานมหาวิทยาลัยไม่มีความเชื่อมั่นในผลการประเมินของมหาวิทยาลัย ซึ่งส่งผลต่อสัญญาจ้างแต่ละครั้ง ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในอาชีพ
          เลขานุการ ทปอ.มรภ.กล่าวต่อว่า ข้อเสนอแนะที่ได้จากการสัมภาษณ์เจาะลึกบุคลากรพบว่าบุคลากรส่วนใหญ่เห็นว่า   หากต้องเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยก็ขอให้ได้รับศักดิ์ศรีความสำคัญเทียบเท่ากับข้าราชการเดิม ทั้งสิทธิประโยชน์ควรเสมอภาคกับข้าราชการเดิมและเสมอภาคกับพนักงานมหาวิทยาลัยทุกแห่งและข้อเสนอต่อรัฐบาลคือ รัฐควรจัดสรรงบประมาณเป็นกรณีพิเศษเร่งด่วนให้สถาบันอุดมศึกษากลุ่มใหม่ ในช่วง 5-10 ปี และที่สำคัญพนักงานมหาวิทยาลัยควรดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี มีรายได้ที่สามารถเลี้ยงตนเองได้ แม้ต้องทำงานเสริมก็ควรเป็นงานที่ใช้ภูมิปัญญา เช่น การทำงานวิจัย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปขายตรง โดยงานวิจัยดังกล่าวจะมีการนำเข้าทปอ.มรภ.ในปลายเดือนกรกฎาคมนี้
          นายเมธี กีรติอุไร อาจารย์ประจำคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า อยากให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำหนดเกณฑ์กลางที่เกี่ยวข้องกับพนักงานมหาวิทยาลัยเพื่อให้มหาวิทยาลัยเล็กและใหญ่อยู่ร่วมกันได้เพราะตอนนี้เกิดปัญหาว่ามหาวิทยาลัยเล็กๆ ที่มีรายได้ไม่มากจะถูกมหาวิทยาลัยใหญ่ดึงตัวอาจารย์เก่งๆ ไปหมด เนื่องจากให้ค่าตอบแทนที่สูงกว่า อย่าง มรภ.นครราชสีมา หากจบระดับปริญญาเอกมาทำงานเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยจะได้รับเงินเดือนประมาณ18,000 บาท แต่ก็มีมหาวิทยาลัยอื่นๆ ที่ให้ค่าจ้างที่สูงกว่าประมาณ 8 หมื่นบาทต่อเดือนทำให้อาจารย์หลายๆ คนก็ลาออกไป ซึ่งเรื่องนี้ยิ่งจะทำให้เกิดปัญหาคุณภาพกับมหาวิทยาลัยเล็กเพราะคนเก่งไปอยู่มหาวิทยาลัยที่ให้ค่าตอบแทนที่สูงหมด ดังนั้นมหาวิทยาลัยเล็กก็แย่
          นายสุมิตร สุวรรณ อาจารย์คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) ในฐานะประธานเครือข่ายพนักงานในสถาบันอุดมศึกษา กล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าการกลับไปเป็นราชการ เท่ากับกำลังเดินถอยหลัง ซึ่งแนวทางที่ถูก   คือควรจะทำระบบการดูแลพนักงานมหาวิทยาลัยให้ดีขึ้น ขณะเดียวกันสำหรับปัญหามหาวิทยาลัยใหญ่ดึงอาจารย์เก่งๆ จากมหาวิทยาลัยเล็กๆ ไปเป็นอาจารย์โดยให้เงินเดือนสูงเป็นแรงจูงใจนั้นเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมานานแล้ว ไม่ใช่เฉพาะมหาวิทยาลัยเล็กๆ เท่านั้น แม้แต่มหาวิทยาลัยใหญ่ๆ บางแห่งก็มี เพราะอาจารย์บางคนที่จบระดับปริญญาเอกก็ต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นนั่นหมายถึงการมีเงินเดือนที่สูงขึ้นมีสวัสดิการดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มั่นคงขึ้น ซึ่งแนวทางแก้ปัญหาเรื่องนี้รัฐบาลควรจะเพิ่มงบประมาณให้มหาวิทยาลัยเล็กๆ มีงบประมาณเพียงพอที่จะรักษาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเองไว้
          ผมเห็นว่า สกอ.อาจจะต้องถอยหลังกลับมาทบทวนว่าแผนอุดมศึกษาไทยที่ต้องการผลักดันให้มหาวิทยาลัยออกนอกระบบทั้งหมดนั้นมาถูกทางแล้วหรือไม่ ผมไม่ได้คัดค้านการที่มหาวิทยาลัยจะออกนอกระบบ แต่เห็นว่าควรจะออกนอกระบบแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ออกนอกระบบทั้งหมด ส่วนมหาวิทยาลัยเล็กๆที่ยังไม่มีความพร้อมก็ขอให้เป็นมหาวิทยาลัยของรัฐ เพื่อให้บุคลากรได้เป็นข้าราชการที่ได้รับการดูแล ไม่เช่นนั้นมหาวิทยาลัยเล็กๆ จะตายหมด เพราะไม่มีงบประมาณมารักษาบุคลากรที่มีความสามารถไว้เลย นายสุมิตรกล่าว
          นายกำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่ากรณีมหาวิทยาลัยดูดบุคลากรจากมหาวิทยาลัยอื่นไป ถือเป็นการตกปลาในบ่อเพื่อน ต้องช่วยกันประณาม เพราะกว่าที่มหาวิทยาลัยจะสร้างคนขึ้นมาได้ต้องใช้เวลา  หากมหาวิทยาลัยใดไปแย่งตัวมาเป็นสิ่งที่ทำไม่ถูกต้อง

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 09 ก.ค. 55   อ่าน 721 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ด่วนที่สุด ซักซ้อมการเลื่อนเงินเดือนข้าราชการและค่าจ้างลูกจ้างประจำ ครั้งที่ 2 (1 ตุลาคม 2556)
20 ส.ค. 56 | อ่าน 794 ครั้ง
ว9/2559 การปรับปรุงกรอบระยะเวลาในการย้ายผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสพฐ. (ที่ ศธ 0206.4/ว 9 ลง 11 สค. 5
17 ส.ค. 59 | อ่าน 568 ครั้ง
กางรายชื่อหน่วยพัฒนาตามโครงการนำร่องคูปองพัฒนาครู
20 ก.ค. 58 | อ่าน 432 ครั้ง
ยอดสมัครครูผู้ช่วย 2 วันแรกทะลุ 3 หมื่นคน
17 ก.ย. 58 | อ่าน 355 ครั้ง
แก้ป.บัณฑิตให้ทุกมหา’ลัยเสนอหลักสูตร-ชื่อนศ.ก่อนเรียน
27 ก.พ. 55 | อ่าน 28342 ครั้ง
’สุชาติ’ปิ๊ง!ขยายร.ร.ดังลดเด็กฝาก ดึงร.ร.เล็กรวมร.ร.ใช้ชื่อเดียวกัน-ที่นั่งเพิ่ม
21 พ.ค. 55 | อ่าน 892 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.