Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


1 ในมหาวิทยาลัยศูนย์กลางอาเซียน




      

1 ในมหาวิทยาลัยศูนย์กลางอาเซียน

 

          ในฐานะคนจังหวัดจันทบุรี มีบรรพบุรุษทุกท่านอยู่ในจังหวัดจันทบุรี และตราด ผมขอขอบคุณคณะรัฐมนตรีชุดที่มีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีมติเมื่อ 6 ธันวาคม 2554 เห็นชอบแนวทางการจัดตั้งมหาวิทยาลัยของรัฐโดยการหลอมรวม ยุบรวม สถาบันอุดมศึกษา เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการจัดการอุดมศึกษาของประเทศ
          ด้วยมติของคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ จังหวัดจันทบุรีจึงเตรียมเสนอร่างพระราชบัญญัติการรวมสถาบันการศึกษาในจังหวัดจันทบุรีเพื่อเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อว่า มหาวิทยาลัยพระปกเกล้า-รำไพพรรณี ซึ่งผมเชื่อว่าหากร่างพระราชบัญญัตินี้เข้าสภาผู้แทนราษฎร ก็จะได้รับการสนับสนุนจากบรรดาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้อุบัติมหาวิทยาลัยมาตรฐานเพื่อลูกหลานของประชาชนคนในจังหวัดจันทบุรีและจังหวัดใกล้เคียง
          ผู้อ่านท่านครับ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงมีความสนพระทัยในกิจการทางการศึกษามาก ในรัชสมัยของพระองค์ท่าน มีการปรับปรุงหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยแยกหลักสูตรออกเป็น 3 แผนกคือ แผนกกลาง แผนกภาษา และแผนกวิทยาศาสตร์ พระองค์ทรงยกเลิกการเก็บเงินศึกษาพลีจากราษฎร โดยใช้เงินอุดหนุนจากกระทรวงพระคลังมหาสมบัติเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา
          พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้ประกาศใช้แผนการศึกษาชาติ พ.ศ.2475เพื่อให้ประชาชนได้รับการศึกษาตามอัตภาพ จัดแบ่งชั้นประถมศึกษาเป็น 6 ชั้น สามัญศึกษา 4 ชั้น และวิสามัญศึกษา 2 ชั้น มัธยมศึกษาแบ่งเป็น 2 ตอนคือ มัธยมต้น 4 ปี มัธยมปลาย 4 ปี
          ที่สำคัญก็คือ ในยุคนี้นี่แหละครับ ที่มีการขยายการศึกษาชั้นประถมและมัธยมออกไปทั่วประเทศ ขยายการศึกษาขั้นมหาวิทยาลัยและยกฐานะครูประชาบาลขึ้นเป็นข้าราชการ มีการตั้งมหาวิทยาลัยวิชาธรรมศาสตร์และการเมือง เมื่อ พ.ศ. 2477
          พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าหญิงรำไพพรรณี สวัสดิวัตน์ ภายหลังได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ผู้คนในจังหวัดจันทบุรีมีความผูกพันกับสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีมาก เพราะพระองค์ประทับที่สวนบ้านแก้วอยู่เป็นเวลานาน ปัจจุบันทุกวันนี้สวนบ้านแก้วของประเทศองค์ท่านก็คือ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี จังหวัดจันทบุรี นั่นเองครับ
          จันทบุรีเหมาะที่จะเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการศึกษาอาเซียน เพราะมีพรมแดนประชิดติดกับหลายจังหวัดของพระราชอาณาจักรกัมพูชา มีท่าเรือที่จะเดินทางไปถึงหลายจังหวัดของกัมพูชาและจังหวัดทางตอนใต้ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม
          ปัจจุบันจันทบุรีมีสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยราชภัฏ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาลัยพยาบาล ฯลฯ หากรวมสถาบันการศึกษาที่การบริหารกระจัดพลัดพรายกันอยู่อย่างนี้มาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ก็จะทำให้มีการพัฒนาง่ายขึ้น
          นอกจากจะเป็นสถาบันการศึกษาของคนไทยแล้ว มหาวิทยาลัยพระปกเกล้า–รำไพพรรรณียังจะเป็นสถาบันสำคัญของเยาวชนคนกัมพูชาและเวียดนามได้อีกด้วย นักศึกษาญวนจากจังหวัดทางภาคใต้ของเวียดนามอย่างเกิ่นเธอ เคียนเกียง ซ็อกตราง ด๊งทัป ด๊งไน ด๊ากโนง เดี่ยนเบียน ตร้าวิญ ตายนิญ นิญถ่วน ลามดอง อันเกียง เตี่ยงยาง ฯลฯ ซึ่งขณะนี้ เมื่อจบการศึกษาระดับมัธยมปลายแล้ว ยังไม่มีที่ศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีอีกหลายหมื่นคน ก็จะได้เข้ามาเรียนต่อในมหาวิทยาลัยพระปกเกล้า–รำไพพรรณี ที่จังหวัดจันทบุรี
          เยาวชนคนญวนในภาคใต้ของเวียดนามอยากเรียนเกษตรกรรมในประเทศไทยกันมาก เพราะที่นั่นมีความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตว์เหมือนเรา ผมทราบเรื่องนี้เมื่อนานมาแล้ว ตอนผมอายุครบ 15 ปี พ่อพาผมไปฉลองและทำบุญวันเกิดในจังหวัดเกิ่นเธอและซ็อกตราง และยังพาผมนั่งรถเลยไปถึงจังหวัดเตี่ยงยางตรงสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง ที่นี่มีผลไม้ประเภทเดียวกันกับที่ปลูกกันในจังหวัดจันทบุรี ตราด สระแก้ว ฯลฯ ไม่ว่าจะมะม่วง เงาะ ทุเรียน ฯลฯ แต่องค์ความรู้ด้านการเกษตรกรรมทางโน้นยังมีน้อยกว่าเรามาก หรืออย่างเมืองด่องไน ซึ่งเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรมมากที่สุดของประเทศและเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบเกษตรเพื่อป้อนอุตสาหกรรมการเกษตร ผู้บริหารของที่นั่นก็เคยปรารภกับคุณพ่อผมถึงเรื่องการส่งคนเข้าไปศึกษาในประเทศไทยเพื่อขอรับความรู้ด้านการเกษตรที่เรามีสูงกว่า
          สถาบันการศึกษามาตรฐานในจังหวัดจันทบุรีจะเป็นที่พึ่งของเยาวชนคนกัมพูชาในจังหวัดที่มีพรมแดนประชิดติดกับจันทบุรี ตราดและสระแก้ว อย่างจังหวัดเกาะกง บันเตียเมียนเจย พระตะบอง กรุงไพลิน ฯลฯ เดี๋ยวนี้มีถนนหนทางอย่างดีจากจันทบุรี ตราด สระแก้ว เชื่อมต่อไปได้ในทุกจังหวัดในกัมพูชา เยาวชนคนที่มาเรียนที่จันทบุรีสามารถนั่งรถกลับบ้านได้ในวันเสาร์-อาทิตย์และมาเรียนใหม่ในวันจันทร์ถึงศุกร์ ไม่ว่าจะจังหวัดที่ผมเรียนเขียนชื่อไปแล้ว หรืออย่างจังหวัดกัมปอตตะเกว กัมปงสปือ กรุงแกบ กรุงพระสีหนุ ฯลฯ
          หากร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยใหม่ที่จะตั้งในจังหวัดจันทบุรีนี้เข้าสภา ผมเชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะ ส.ส.ในซีกรัฐบาลเท่านั้นที่จะสนับสนุน แม้แต่ ส.ส. ฝ่ายค้านก็น่าจะมองเห็นประโยชน์ของมหาวิทยาลัยแห่งใหม่นี้ด้วยเหมือนกันนะครับ.
          คุณนิติ นวรัตน์

          ที่มา: http://www.thairath.co.th



โพสเมื่อ : 15 มิ.ย. 55   อ่าน 1923 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
กรมการศาสนาเล็งเทียบโอนหลักสูตรธรรมกับโรงเรียน
22 ส.ค. 56 | อ่าน 648 ครั้ง
ผลสอบโอเน็ตป.6-ม.3 สูงขึ้นเกือบทุกวิชา
29 มี.ค. 59 | อ่าน 293 ครั้ง
สกอ.ปัดดูแลป.บัณฑิตมจษ.
05 มี.ค. 55 | อ่าน 10953 ครั้ง
สพฐ.ถก เขตพื้นที่ขับเคลื่อนนโยบาย "บิ๊กตู่"
20 มิ.ย. 61 | อ่าน 152 ครั้ง
ตั้ง 11 ประธานอนุกรรมการคุรุสภา
01 ก.ค. 56 | อ่าน 373 ครั้ง
ออกปฏิทินสอบ’แอดมิชชั่น’ปี57
29 ต.ค. 55 | อ่าน 918 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.