Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ครูสอบตกเลื่อนชั้น’รอง-ผอ.’ร.ร. ผ่านไม่ถึง10%-หวั่นขาดผู้บริหาร




      

ครูสอบตกเลื่อนชั้น'รอง-ผอ.'ร.ร. ผ่านไม่ถึง10%-หวั่นขาดผู้บริหาร

 

          วิกฤตผู้บริหารโรงเรียน สอบคัด'ผอ.-รอง'ไม่เข้าเป้า ผ่านไม่ถึง 10% ทำให้เหลืออัตราว่าง 800 ตำแหน่ง สพฐ.เร่งถกหาทางออก เหตุกระทบสถานศึกษาขาดผู้นำติดหลักเกณฑ์ ก.ค.ศ.ที่สอบใหม่มีผลให้ยกเลิกบัญชี หวั่นทำให้ฟ้องร้องตามมาได้ชี้ไม่เคยเกิดปัญหาลักษณะนี้มาก่อน
          เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน แหล่งข่าวระดับสูงจากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศรับสมัครสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสถานศึกษาทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 3-9 เมษายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า มียอดผู้สมัครประมาณ 15,000 คน และได้มีการจัดให้สอบข้อเขียนแบบปรนัยเมื่อ วันที่ 23 พฤษภาคม และประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเมื่อ วันที่ 30 พฤษาคมที่ผ่านมานั้น ปรากฏว่ามีผู้ที่สอบผ่านเกณฑ์และรอการอบรมและบรรจุแต่งตั้ง จำนวน1,300 คน คิดเป็นผู้สอบผ่านไม่ถึง 10% ขณะที่มีอัตราว่างที่บรรจุได้ 2,170 กว่าตำแหน่ง ดังนั้นจึงทำให้อัตราที่ว่างประมาณ 800 ตำแหน่งไม่สามารถหาผู้ไปบรรจุและแต่งตั้งเป็นรองผู้อำนวยการและผู้อำนวยการสถานศึกษาได้
          แหล่งข่าวกล่าวว่า ขณะนี้ สพฐ.กำลังหาแนวทางแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ว่าจะใช้วิธีการใด เพราะ สพฐ.ไม่สามารถเปิดสอบบรรจุใหม่ได้เนื่องจากติดหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)กำหนดไว้ว่า หากมีการเปิดสอบบรรจุและแต่งตั้งใหม่ จะมีผลทำให้บัญชีที่เปิดสอบไว้ทั้งหมดจะต้องยกเลิกไปในทันที ฉะนั้น สพฐ.เกรงว่าจะเกิดปัญหาฟ้องร้องตามมาอย่างแน่นอนหากเปิดสอบบรรจุใหม่ ทั้งนี้ สพฐ.กำลังเร่งหารือกับ ก.ค.ศ.ในเรื่องนี้ว่า จะหาทางออกได้อย่างไร เพราะหากไม่เร่งแก้ไข จะเกิดปัญหาทำให้โรงเรียนที่มีอัตราว่าง 800 อัตรา ไม่มีผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาประมาณ 1 ปีซึ่งย่อมส่งผลกระทบกับการบริหารจัดการโรงเรียนอย่างแน่นอน
          การที่มีผู้สอบบรรจุและแต่งตั้งผ่านกันน้อย สพฐ.ได้วิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นพบว่าข้อสอบที่ออกโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยนั้นอาจมีความยากเกินไปจนทำให้มีผู้สอบผ่านกันน้อยมาก ซึ่งที่ผ่านมา สพฐ.ยังไม่เคยมีปัญหาในลักษณะนี้ แหล่งข่าวระดับสูง สพฐ.กล่าว
          ด้านนายศิริชัย กาญจนวาสี คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ยืนยันว่าจุฬาฯออกตามกรอบมาตรฐานหลักสูตรตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด ด้วยเหตุที่เป็นข้อสอบแข่งขัน จึงต้องมีความยากระดับหนึ่ง โดยภายหลังจุฬาฯได้กรอบหลักสูตรจาก ก.ค.ศ. จุฬาฯ ได้ให้ผู้ทรงคุณวุฒิของจุฬาฯ วิเคราะห์ข้อสอบว่าผู้ที่จะเป็นผู้อำนวยการและรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ควรต้องรู้อะไรบ้าง ซึ่งยืนยันว่า ข้อสอบที่จุฬาฯออกครอบคลุมทั้งกรอบแนวคิด ภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด โดยเฉพาะภาคปฏิบัตินั้น ศธ.ส่งผู้เชี่ยวชาญมาร่วมออกข้อสอบกับจุฬาฯด้วย ส่วนที่ผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการสถานศึกษาทำข้อสอบผ่านได้น้อยนั้น ส่วนตัวไม่รู้สึกแปลกใจ เพราะเป็นข้อสอบแข่งขัน จึงต้องมีความยากระดับหนึ่ง ฉะนั้นอาจมีเปอร์เซ็นต์ผู้ผ่านไม่สูงมากนัก แต่ยืนยันว่าข้อสอบของจุฬาฯได้มาตรฐานตามกรอบหลักสูตรของ ก.ค.ศ.
          การที่ผู้บริหารสถานศึกษาสอบผ่านไม่เต็มตามอัตราที่เปิดรับ 2,170 กว่าตำแหน่งนั้น อาจประกอบด้วย 3 ปัจจัย คือ 1.ปัจจัยข้อสอบ โดยเป็นข้อสอบแข่งขัน จึงต้องมีความยากระดับหนึ่งเพื่อคัดผู้ที่มีความรู้ความสามารถและสมรรถนะถึงจริงๆ 2.การทำข้อสอบได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับผู้สอบ โดยผู้สอบต้องใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ส่วนตัวที่มีอยู่ ซึ่งกรอบหลักสูตร กำหนดให้มีทั้งแนวคิด ทฤษฎี และภาคปฏิบัติ และ 3.ทราบว่าการสอบครั้งนี้ มีการติวและกวดวิชากันมาก ฉะนั้นเมื่อติวไม่ตรงกับข้อสอบก็อาจจะต้องผิดหวัง การที่สอบผ่านไม่ผ่านสะท้อนว่าผู้บริหารหวังพึ่งกวดวิชากันมากทั้งที่ควรศึกษาด้วยตนเอง เพราะการพึ่งกวดวิชาผมก็ไม่รู้ว่าจะติวกันถูกทิศถูกทางหรือไม่ คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ กล่าว
          ขณะที่นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่าเมื่อเร็วๆ นี้ สพฐ.ได้ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสรรหาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการ และผู้อำนวยการสถานศึกษาใน2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทั่วไป และกลุ่มประสบการณ์หลังจากนี้ผู้ผ่านการสรรหาทุกคน จะต้องเข้ารับการอบรมผ่านหลักสูตรการพัฒนาไม่น้อยกว่า180 ชั่วโมง ทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ สมรรถนะทางการบริหารเจตคติที่ดี รวมถึงได้รับการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมและจรรยาบรรณวิชาชีพก่อนเข้ารับราชการ
          วันที่ 26-27 มิถุนายนนี้ จะเป็นมหกรรมที่จะให้ผู้ผ่านการสรรหาได้เลือกโรงเรียนที่จะบรรจุและแต่งตั้ง โดยจะเรียงลำดับตามคะแนนจากผู้ที่ได้คะแนนมากไปหาน้อย ทั้งนี้ จะให้ผู้ที่ได้ลำดับคะแนนที่สูงสุดเป็นผู้มีสิทธิได้เลือกโรงเรียนก่อนการเรียงลำดับคะแนน จะเรียงเท่ากับตำแหน่งที่ว่างในปัจจุบัน และจำนวนที่คาดว่า จะว่างจากการเกษียณอายุราชการใน 2 ปีงบประมาณ โดยการขึ้นบัญชีจะมีอายุไม่เกิน 2 ปีนับจากวันที่ประกาศ เว้นแต่จะมีการประกาศขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาครั้งใหม่ ถึงจะยกเลิกการขึ้นบัญชีผู้ผ่านการสรรหาทุกบัญชี เลขาธิการ กพฐ.กล่าว

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 05 มิ.ย. 55   อ่าน 1074 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
จี้โละยึดเกรด-เงื่อนไขกู้ยืมเรียน
12 ก.ย. 59 | อ่าน 382 ครั้ง
มหกรรมรับโอนนศ.ม.อีสานกลุ่มที่ยื่นจำนงแล้วต้องแจ้งใหม่ - เช็กข้อมูลป.โท อนุมัติจบย้อนหลัง
08 พ.ย. 55 | อ่าน 1002 ครั้ง
คุรุสภามีมติเห็นชอบร่าง เรื่อง การรับรองปริญญาและประกาศนียบัตรเพื่อประกอบวิชาชีพ
26 ธ.ค. 56 | อ่าน 561 ครั้ง
คอลัมน์: รายงาน: สสวท. จุดประกายครู สอนวิทย์ผ่านเรื่องใกล้ตัว
23 ม.ค. 56 | อ่าน 913 ครั้ง
"ชินวรณ์" เดินหน้าพัฒนาคุณภาพการเรียนผ่าน e-Learning
19 ต.ค. 53 | อ่าน 9256 ครั้ง
ส่งอัยการตรวจสัญญาแท็บเล็ต เตรียมทดสอบ 2 พันเครื่องนำร่อง
30 มี.ค. 55 | อ่าน 8719 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.