Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


คอลัมน์: ราชภัฏสลับมุมคิด: แท็บเล็ตการศึกษาเสริมปัญญาจริงหรือ?




      

คอลัมน์: ราชภัฏสลับมุมคิด: แท็บเล็ตการศึกษาเสริมปัญญาจริงหรือ?

 

          ผู้ช่วยศาสตราจารย์ภักดี ขจรไชยกูล
          รองผู้อำนวยการสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ
          มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
          http://www.pnru.ac.th/offi/arit/
          ในสภาวการณ์ปัจจุบันนี้การสื่อสารและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ได้พัฒนาอย่างรวดเร็วประกอบกับความสะดวกในการใช้งานจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างแยกจากกันไม่ออกเห็นได้จากข้อมูลการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่และคอมพิวเตอร์ในทุกๆบ้านเมื่อการสื่อสารถูกนำมาผนวกรวมกับระบบคอมพิวเตอร์และเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้พลังของสื่อชนิดนี้กระจายครอบคลุมไปทั่วโลกเกิดเป็นสื่อเครือข่ายสังคมที่ทรงอิทธิพลในตัวเองดังเช่นการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คแท็บเล็ตผ่านเครือข่าย เป็นต้น
          กระแสความนิยมในเทคโนโลยีดังกล่าวที่เด่นชัดมากที่สุดน่าจะเป็นการใช้แท็บเล็ตเพื่อการสื่อสารรับส่งข้อมูลและใช้ทำงานแท็บเล็ตเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถพกติดตัวได้สะดวกใช้แทนสมุดบันทึกในปัจจุบันได้พัฒนาให้มีความสามารถใกล้เคียงหรือเทียบเท่ากับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเพียงแต่มีขนาดเล็กกว่ามากโความหมายดั้งเดิมของแท็บเล็ตคือแผ่นจารึกหรือแผ่นบันทึกข้อความที่ใช้เขียนบางท่านเรียกว่ากระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์เชื่อว่าในอนาคตแท็บเล็ตจะถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจและการแข่งขันมีแอพลิเคชั่นเกิดขึ้นมากมายเพื่อจูงใจและมีความสามารถเชื่อมต่อระบบเครือข่ายได้รวดเร็วขึ้น
          จากความสามารถและความสะดวกในการใช้งานของแท็บเล็ตจึงได้ถูกนำมาใช้ในระบบการศึกษาโดยการผนวกเอางานโสตทัศนศึกษากับงานระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์มาประยุกต์ใช้ร่วมกันเป็นนวัตกรรมทางการเรียนการสอนที่นักวิชาการหลายคนมองการณ์ไกลเพื่อไปสู่สังคมการเรียนรู้ในระบบการศึกษาแบบอัจฉริยะ (Smart Education) เป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างวุฒิภาวะให้เด็กส่งเสริมให้เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองเรียนได้ตลอดเวลาและทุกสถานที่ไม่จำกัดว่าอยู่ในห้องเรียนหรือที่บ้านซึ่งแนวคิดนี้เป็นสิ่งที่ดีถ้าสามารถทำได้แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักว่าแท็บเล็ตนั้นเป็นแค่สื่อการสอนประเภทหนึ่งที่ครูนำมาใช้เท่านั้นเหมือนกับเครื่องฉายภาพเครื่องรับโทรทัศน์อย่าคิดว่าสิ่งนี้จะมาทดแทนครูหรือผู้สอนได้อย่าพึงคิดว่าเด็กได้เรียนด้วยแท็บเล็ตจะเกิดการเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วเป็นสิ่งวิเศษที่สามารถเนรมิตอะไรหลายๆอย่างได้ทันทีหรืออาจคิดว่าแท็บเล็ตสามารถบรรจุเนื้อหาสาระในหลักสูตรการเรียนการสอนได้ทั้งหมดมีบทเรียนโปรแกรมให้เด็กได้เรียนรู้ทำให้เด็กมีสัมฤทธิผลทางการเรียนสูงการคิดและสรุปในลักษณะนี้เป็นความคิดที่ยังต้องรอการพิสูจน์ในอนาคตเพราะระบบการศึกษานั้นมีความละเอียดอ่อนไม่ว่าจะเป็นตัวครูวิธีการสอนสื่อการสอนหลักสูตรและองค์ประกอบอื่นๆอีกหลายประการเด็กต้องได้รับการปลูกฝังทางด้านทักษะอารมณ์สังคมจิตสำนึกและความรับผิดชอบนอกเหนือไปจากเนื้อหาการเรียนวิชาการแต่เพียงอย่างเดียว
          สิ่งที่น่ากังวลอีกประการหนึ่งก็คือแท็บเล็ตมีความสามารถในการเข้าถึงรายละเอียดข้อมูลผ่านเครือข่ายได้รวดเร็วเข้าไปดูเว็บไซต์ลามกเว็บไซต์พนันเกมและอื่นๆได้ง่ายมีความเป็นส่วนตัวสูงสามารถติดต่อกับใครก็ได้ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนอาจถูกล่อลวงเป็นอันตรายได้ดังนั้นครูต้องอบรมสั่งสอนสร้างสำนึกจริยธรรมให้เด็กมีความรับผิดชอบส่วนพ่อแม่ผู้ปกครองซึ่งเป็นครูคนแรกของเด็กก็ต้องดูแลกวดขันบุตรหลานของตนเองในการใช้แท็บเล็ตให้เป็นประโยชน์มิเช่นนั้นแล้วสิ่งดีๆที่ได้จากแท็บเล็ตก็จะกลับกลายมาทำลายบุตรหลานของท่านเอง

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



โพสเมื่อ : 01 มิ.ย. 55   อ่าน 1358 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
พัฒนาระบบฐานข้อมูลออนไลน์
09 มิ.ย. 58 | อ่าน 392 ครั้ง
แนะรับม.6 เข้าโครงการครูมืออาชีพ สร้างแรงจูงใจดึงคนเก่งเป็นครู ชี้แนวโน้มดีเด็กเก่งสนใจเยอะ
15 มิ.ย. 55 | อ่าน 1279 ครั้ง
มสด.เปิดอบรมภาษาญี่ปุ่น
06 พ.ค. 57 | อ่าน 590 ครั้ง
เปิด 4 ทางปรับแผนเงินเดือนพนง. สำนักงบฯตั้งงบเบิกจ่ายปี’57
18 ต.ค. 56 | อ่าน 648 ครั้ง
สอศ.โยกย้าย 33 ผอ.วิทยาลัย
23 ก.ค. 58 | อ่าน 684 ครั้ง
มรภ.สงขลาเพิ่มทักษะภาษาอังกฤษครูประถม
13 ส.ค. 57 | อ่าน 448 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.