Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


มรส.ผุด‘สมุยโมเดล’ ยกระดับการศึกษา สร้างค่านิยมใหม่ส่งลูกหลานเรียน ร.ร.ท้องถิ่น




      

มรส.ผุด‘สมุยโมเดล’ ยกระดับการศึกษา สร้างค่านิยมใหม่ส่งลูกหลานเรียน ร.ร.ท้องถิ่น

 

          ผศ.ดร.ณรงค์ พุทธิชีวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ มรส.ได้ลงนามความร่วมมือกับเทศบาลเมืองเกาะสมุย เพื่อร่วมกัน ส่งเสริมคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนใน อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี โดยสร้างเป็น สมุยโมเดล เพื่อเป็นต้นแบบในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนในท้องถิ่น ให้คนท้องถิ่นเกิดความเชื่อมั่นและเกิดเป็นค่านิยมใหม่ว่าไม่จำเป็นต้องส่งลูกหลานไปเรียนในเมืองก็มีคุณภาพได้ สำหรับที่มาที่ไปของความร่วมมือดังกล่าวนั้น สืบเนื่องมาจาก ในปี พ.ศ. 2552 เทศบาลได้รับการโอนย้ายโรงเรียนจำนวน4 โรงมาจากสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) คือ โรงเรียนเทศบาล 1 – 4 มีนักเรียนรวมกันประมาณ 1,000 คน ทางเทศบาลมีความต้องการที่จะยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนในโรงเรียนทั้งสี่ ต่อมาได้เห็นผลงานของ มรส.จากโครงการวิจัยและพัฒนาเครือข่ายเชิงพื้นที่เพื่อหนุนเสริมการพัฒนาการเรียนรู้(LLEN) ที่ได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) จึงต้องการให้ มรส.มาเป็นพี่เลี้ยงช่วยดูแลแนะนำและยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน โดยสมุยโมเดล จะ มี 4 องค์ประกอบด้วยกัน ได้แก่ บ้าน เทศบาล โรงเรียนและมหาวิทยาลัย โดยทั้งสี่ส่วนเป็นองค์ประกอบสำคัญที่เอื้อกันอยู่อย่างมีนัยสำคัญ กล่าวคือ บ้านหรือพ่อแม่ต้องเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเด็ก เทศบาลเป็นผู้ดูแลโครงสร้างหลัก โรงเรียนทำหน้าที่ในการจัดการเรียนการสอน และมหาวิทยาลัยเป็นกลไกเสริมในด้านต่าง ๆ เช่น หลักสูตร วิธีจัดการเรียนการสอน หากทั้งสี่องค์ประกอบนี้สอดประสานกันอย่างเข้มแข็ง การเรียนการสอนที่มีคุณภาพก็ย่อมไม่หนีไปไหนเสีย
          ผมเป็นชาวเกาะสมุย สมัยก่อนนั้นมีค่านิยมว่า ถ้าจะให้ลูกเก่งต้องส่งมาเรียนที่เกาะสมุย แต่ปัจจุบันกลับเกิดค่านิยมที่ตรงข้ามกัน ชาวสมุยเป็นฝ่ายส่งลูกหลานไปเรียนในเมือง เพราะคิดว่าจะมีคุณภาพมากกว่าโรงเรียนใกล้บ้าน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว พื้นฐานสำคัญยิ่งของการศึกษาก็คือครอบครัว โรงเรียนเป็นเพียงส่วนที่จะมาเติมเต็มเท่านั้น การที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายได้มีโอกาสดูแลลูกหลานอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญที่สุด การส่งเด็กไปอยู่ห่างไกลครอบครัวเพื่อมุ่งหวังให้เด็กได้เรียนในโรงเรียนมีชื่อจึงไม่ใช่คำตอบอธิการบดี มรส. กล่าว
          ด้าน ผศ.ดร.ประโยชน์ คุปต์กาญจนากุล รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มรส. และนักวิจัยจากโครงการ SRU.LLEN กล่าวว่า การก้าวเข้ามาเป็นพี่เลี้ยงของโรงเรียนในครั้งนี้ มีหลักสำคัญในการดำเนินการอยู่ 3ประการด้วยกัน ได้แก่ 1. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่ดีขึ้นของนักเรียน2. เน้นความยั่งยืนที่แม้ มรส.จะไม่ได้เป็นพี่เลี้ยงให้แล้ว แต่โรงเรียนก็ยังสามารถยืน อยู่บนขาของตัวเองได้ และ 3. พัฒนาจากงานประจำที่ครูทำ ยกระดับและพัฒนาไปสู่คุณภาพในการจัดการเรียนการสอน โดยที่ความก้าวหน้าในวิชาชีพของครูจะต้องมีนัยสำคัญต่อผลการเรียนของเด็ก

          ที่มา: http://www.naewna.com



โพสเมื่อ : 18 พ.ค. 55   อ่าน 2213 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
แห่สมัคร GAT-PAT วันแรก กว่า 9 หมื่นคน ทำระบบอืด สทศ.เร่งแก้
23 พ.ย. 60 | อ่าน 799 ครั้ง
กมธ.ศึกษาฯจี้สพฐ.กระจายอำนาจ ทำหน้าที่ส่งเสริมแทนจัดการศึกษา
07 มิ.ย. 56 | อ่าน 721 ครั้ง
แนวทางการจัดสรรอัตราว่างข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาจากผลการเกษียณอายุราชการเมื่อสิ้นปีงบประมาณ
22 ม.ค. 59 | อ่าน 886 ครั้ง
ชี้ตั้ง ก.อุดมหวังคุมมหาวิทยาลัย
28 มิ.ย. 60 | อ่าน 566 ครั้ง
ร้องวิทยฐานะเหลื่อมล้ำกลุ่มพีอาร์-นักวิชาการชงแก้ก.ม./สพฐ.จ่อย้ายผอ.ด้อยคุณภาพ
25 ต.ค. 56 | อ่าน 908 ครั้ง
วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ เตรียมพร้อมด้านภาษา เพื่อร่วมการก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
31 พ.ค. 55 | อ่าน 2194 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.