Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


แนะทำวิจัยหาจำนวนปีเรียนครูที่เหมาะสม



          กลุ่มคณบดีคุณครุศาสตร์ฯ-ทวท.ไม่มั่นใจข้อเสนอปรับสัดส่วนองค์ประกอบแอดมิส ชั่นส์กลาง จะลดปัญหารับตรง ที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาฯ มีมติให้ทำวิจัยหาจำนวนปีเรียนหลักสูตรครูที่เหมาะสม ด้านมศว เผยยังไม่พร้อมเปิดครู 4+2 ครู 6 ปี ในปี 54 ย้ำต้องทำหลักสูตรให้รอบคอบ ไม่เห็นแก่ทุนรัฐบาลจนลืมคุณภาพ
          เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นายศิริชัย กาญจนวาสี คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย(16 สถาบัน) เปิดเผยถึงผลการประชุมที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์ฯ เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ที่ประชุมมีมติให้ทำโมเดลการประเมินหลักสูตรครู 5 ปีเพื่อให้คณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ของแต่ละมหาวิทยาลัยนำโมเดลดังกล่าว ไปใช้ประเมินหลักสูตรครู 5 ปีของตัวเอง โดยจุฬาฯ และมหาวิทยาลัยหลักใน 4 ภูมิภาค จะร่วมกันทำโมเดลดังกล่าว
          ทั้งนี้เนื่องจากมีการใช้หลักสูตรครู ผลิตนิสิตนักศึกษาจบออกไปแล้ว 2 รุ่น แต่ยังไม่เคยมีการประเมิน จากนั้นจะผลการประเมินหลักสูตรครู 5 ปีของมหาวิทยาลัยต่างๆ มาสังเคราะห์หาจุดดีจุดด้อยเพื่อใช้ในการกำหนดทิศทางหลักสูตรผลิตครูในระดับ นโยบายต่อไปว่าหลักสูตรครูที่เหมาะสมและตอบสนองต่อหน่วยงานใช้ครูอย่าง โรงเรียนประถมศึกษาและโรงเรียนมัธยมศึกษาควรเป็นหลักสูตรผลิตครูปริญญาตรี หรือควรเป็นหลักสูตรปริญญาตรีควบปริญญาโท และควรเป็นกี่ปี โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปทั้งหมดในเดือนกันยายนนี้ ทั้งนี้เนื่องจากการตัดสินใจที่ผ่านมาไม่มีงานวิจัยรองรับ
          นายศิริชัย กล่าวต่อไปว่า ส่วนกรณีคณะทำงานศึกษาแอดมิสชั่นส์ฟอรั่มของที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศ ไทย(ทปอ.) มีข้อเสนอต่อทปอ.วันที่ 12 กุมภาพันธ์ โดยให้กลุ่มคณะต่างๆ ไปปรับสัดส่วนขององค์ประกอบแอดมิสชั่นกลาง เพื่อลดปัญหามหาวิทยาลัยต่างๆ หนีไปรับตรงซึ่งส่งผลกระทบต่อนักเรียนและผู้ปกครองที่ต้องวิ่งรอกสอบหลายที่ นั้น ที่ประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาแห่งประเทศไทย(16 สถาบัน) จะยังไม่มีการหารือเรื่องนี้เพราะกำหนดการประชุมอีกครั้งในเดือนพฤษภาคม
          อีกทั้งตนมองว่าข้อเสนอให้กลุ่มคณะไปคิดสัดส่วนขององค์ประกอบแอดมิสชั่น ส์กลางเอง เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่ใช้แค่ความรู้สึกส่วนตัว แต่ไม่ได้ทำอยู่บนฐานแห่งงานวิจัย ส่วนตัวมองว่าควรจะต้องมีการทำวิจัยว่าสัดส่วนของแต่ละองค์ประกอบของแต่ละ กลุ่มคณะควรเป็นสัดส่วนเท่าใดถึงจะตอบสนองต่อการคัดเลือกนิสิตนักศึกษาได้ อย่างเหมาะสม แม้การทำวิจัย อาจต้องใช้เวลา 1-2 ปี แต่ตนก็คิดว่าเหมาะสมกว่าการตัดสินใจโดยไม่มีงานวิจัยรองรับ อย่างไรก็ตามปัญหาแอดมิสชั่นส์และการรับตรง ตนคิดว่าควรจะต้องพูดคุยกันในเชิงนโยบายระดับชาติเพื่อหาทางแก้ไขปัญหา
          นางละออศรี เสนาะเมือง คณบดีคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในฐานะอดีตประธานที่ประชุมคณบดีวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย(ทวท.) กล่าวถึงข้อเสนอของคณะทำงานศึกษาแอดมิสชั่นส์ฟอรั่ม กำหนดให้กลุ่มคณะต่างๆ ปรับสัดส่วนขององค์ประกอบแอดมิสชั่นส์กลางได้เอง ว่า ทวท.ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ อาจจะหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุย แต่ตนไม่มั่นใจว่าจะทำให้มหาวิทยาลัยต่างๆ ลดสัดส่วนการรับตรงได้หรือไม่ เพราะการรับตรงเป็นนโยบายของแต่ละมหาวิทยาลัยที่จะเป็นผู้กำหนดว่าควรมีสัด ส่วนเท่าใด
          อีกทั้งที่ผ่านมามหาวิทยาลัยต่างๆ ไม่มั่นใจในข้อสอบของแอดมิสชั่นส์กลาง จึงได้หันไปรับตรงเอง เพราะสามารถออกข้อสอบคัดเลือกเด็กได้เอง เช่น คัดเลือกเด็กด้วยวิชาเคมี 100 คะแนน ฟิสิกส์ 100 คะแนน เป็นต้น ซึ่งทำให้มั่นใจได้ว่าได้เด็กที่ถนัดทางวิทยาศาสตร์จริงๆ มาเรียน นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสาขาและมหาวิทยาลัยที่เป็นที่นิยมด้วย ถ้าสาขาและมหาวิทยาลัยที่เป็นที่นิยมเหล่านั้นยังคงแยกสอบ ก็คงไม่ได้ช่วยลดปัญหาเด็กวิ่งรอก แต่หากรวมกลุ่มสอบคัดเลือกด้วยกัน เช่น มหาวิทยาลัยในกลุ่มภาคอีสาน รวมกลุ่มกันจัดสอบ ก็จะช่วยลดปัญหาเด็กวิ่งรอกสอบหลายที่ได้
          ด้านนายองอาจ นัยพัฒน์ คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กำลังเร่งให้สถาบันอุดมศึกษาเปิดหลักสูตรการผลิตครูเป็น 4+2 คือสำเร็จวิชาเอกอื่นๆ มา จากนั้นมาเรียนต่ออีก 2 ปี สำเร็จการศึกษาปริญญาโท ตลอดถึงการเปิดรับนิสิตศึกษาศาสตร์ในหลักสูตร 6 ปี ซึ่งเป็นการเรียนจนสำเร็จปริญญาโทอย่างต่อเนื่องรวดเดียวว่ามศว ไม่พร้อมที่จะเปิดทำการเรียนการสอนในปี 2554 เพราะมศวต้องทำหลักสูตร อีกทั้งต้องประชุมสัมมนาร่วมกับคณะร่วมผลิตซึ่งได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ พลศึกษา สังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ เราเน้นความรอบคอบและต้องเข้มงวดเพื่อให้หลักสูตรออกมาสมบูรณ์และมี ประสิทธิภาพ ดังนั้น มศว จะพร้อมรับนิสิตในหลักสูตร 4+2 และ หลักสูตรครู 6 ปี ในปี 2555
          “ผมได้พูดในที่ประชุมคณบดีคณะศึกษาศาสตร์/ครุศาสตร์แห่งประเทศไทยว่า การจะทำหลักสูตรเพื่อรับนิสิตนักศึกษาให้ทันในปี 2554 นั้น ทำลำบากมาก หากสถาบันการศึกษาใดจะทำก็ต้องทำอย่างรอบคอบ และไม่ควรจะคิดเพียงแค่สถาบันใดเปิดรับนิสิตได้ในปี 2554 นิสิต นักศึกษาจึงจะมีโอกาสได้รับทุน และหากสถาบันใดเปิดรับนิสิตไม่ได้ ก็ไม่มีโอกาสได้รับทุน ไม่อยากเห็นศธ. สกอ. หรือแม้กระทั่งรัฐบาลเอง หากจะให้ทุนและใช้กฎเกณฑ์หรือระเบียบในลักษณะเช่นนั้นมันอาจจะส่งผลเสีย มากกว่าผลดีก็ได้ อย่าลิมว่าการจะเปิดการเรียนการสอนในสาขาวิชาใดๆ นั้น หลักสูตร ผู้สอน มีความพร้อมมากแค่ไหร กระบวนการผลิต การลงพื้นที่เพื่อฝึกสอน การนิเทศนิสิต นักศึกษาเป็นเรื่องสำคัญมาก จะเห็นว่ามันมีรายละเอียดอย่างมาก” นายองอาจ กล่าว

          ที่มา: http://www.komchadluek.net


โพสเมื่อ : 10 ก.พ. 54   อ่าน 9283 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คุรุสภา ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการรับรองความรู้โดยการเทียบโอนฯ
25 ส.ค. 58 | อ่าน 331 ครั้ง
’ลูกเสือ’กิจกรรมสร้างคนดี
04 ก.ค. 54 | อ่าน 55788 ครั้ง
ดาว์พงษ์สั่งแก้ไข ประกาศเรียนฟรี สตาร์ทอนุบาล-ม.6
07 มิ.ย. 59 | อ่าน 264 ครั้ง
กศน.เล็งปรับการเรียนการสอนอุ้มรากหญ้า
08 มี.ค. 56 | อ่าน 550 ครั้ง
25 ก.ค.ประกาศผลครูมืออาชีพ
24 ก.ค. 57 | อ่าน 951 ครั้ง
สพฐ.ย้ำแนวปฏิบัติงดไปเมืองนอก
16 มี.ค. 58 | อ่าน 428 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.