Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ม.ศรีปทุม ชู 4 จุดเด่นเตรียมพร้อมรับอาเซียน




      

ม.ศรีปทุม ชู 4 จุดเด่นเตรียมพร้อมรับอาเซียน

 

          มหาวิทยาลัยศรีปทุม ชูจุดเด่นหลักสูตรสู่อนาคต กระบวนการเรียนรู้ที่แตกต่าง สภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสู่อาเซียน เน้นการบูรณาการเพิ่มทักษะให้ทุกคณะอย่างเข้มข้น...
          เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ดร.รัชนีพร พุคยาภรณ์ พุกกะมาน อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยถึงความพร้อมในการรับนักศึกษาใหม่สำหรับปีการศึกษา 2555 ว่า จากการที่ในปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี (ASEAN ECONOMIC COMMUNITY – AEC) อย่างสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะทำให้สินค้าบริการ แรงงานฝีมือ การลงทุนและเงินลงทุน มีการเคลื่อนย้ายอย่างเสรี เพื่อการนำอาเซียนไปสู่การเป็นตลาดและฐานการผลิตร่วมกัน การสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันทางเศรษฐกิจของการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาคและบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก ทำให้คนไทยต้องเตรียมตัวในการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนให้ทัดเทียมกับประเทศอื่นๆ ในสมาชิกอาเซียนด้วยกัน ซึ่งมหาวิทยาลัยศรีปทุมได้มีการเตรียมความพร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มที่แล้ว โดยในปีการศึกษา 2555 นี้ ได้มีทิศทางอย่างชัดเจนในการให้ความสำคัญในการมุ่งมั่นพัฒนาสมรรถนะ และคุณภาพของบัณฑิตมืออาชีพของประเทศไทยให้สามารถเข้าสู่การแข่งขันในระดับนานาชาติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ทั้งนี้ จุดเด่นหลักของมหาวิทยาลัยที่จะเป็นสิ่งตอกย้ำ ได้แก่ 1. หลักสูตรสู่อนาคต โดยทางมหาวิทยาลัย ได้มีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ รวมถึงทำข้อตกลงกับหลากหลายมหาวิทยาลัยทั่วโลกเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน 2. เรียนรู้อย่างแตกต่าง มหาวิทยาลัยสนับสนุนให้นักศึกษาทำกิจกรรมเพื่อฝึกปฏิบัตินอกเหนือจากการเรียนแบบวิชาการ และสนับสนุนระบบการเรียนการสอนแบบ e-learning และ mobile learning ที่ทำให้นักศึกษาสามารถทบทวนบทเรียนได้ทุกที่ อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาแต่ละคณะได้ลองทำงานในรูปแบบบริษัทจริง 3. สภาพแวดล้อมเพื่อการเรียนรู้ มหาวิทยาลัยฯ ได้เตรียมอุปกรณ์และความพร้อมของมหาวิทยาลัย เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของนักศึกษาอย่างเต็มที่ อาทิ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการ และ 4. เตรียมความพร้อมให้นักศึกษาสู่อาเซียน โดยเน้นการเตรียมความพร้อมเพื่อการทำงาน อาทิ โครงการ สหกิจศึกษา และการสร้างเครือข่ายของมหาวิทยาลัยกับบริษัทเอกชน รวมถึงการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากแต่ละสาขาอาชีพเข้ามาสอนนักศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมนักศึกษาสำหรับการทำงานจริงในอนาคต
          ดร.รัชนีพร กล่าวว่า ในปีการศึกษา 2555 นี้ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ชู 4 คณะที่โดดเด่น ที่กำลังต้องการบัณฑิตเข้าสู่แรงงานในด้านนี้ ได้แก่ คณะดิจิทัลมีเดีย คณะศิลปศาสตร์ สาขาธุรกิจการบิน คณะนิเทศศาสตร์ และวิทยาลัยนานาชาติ โดยเฉพาะ คณะดิจิทัลมีเดีย ซึ่งมหาวิทยาลัยศรีปทุมกล้าประกาศตัวว่า เป็นคณะเดียวของเมืองไทยที่มีการพัฒนาการเรียนการสอนในสาขานี้ อย่างครบวงจรรวมถึงการเพิ่มหลักสูตรที่น่าสนใจในหลายๆ คณะเพื่อผลิตบัณฑิตมืออาชีพรองรับการทำงานหลากหลายสาขา
          ด้วยจุดเด่นของมหาวิทยาลัย 4 ประการ รวมถึงความพร้อมของมหาวิทยาลัยทุกด้าน เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะสามารถทำให้เด็กธรรมดาๆ คนหนึ่ง ได้เลือกเรียนในสาขาอาชีพที่ตนเองต้องการ และได้รับการเรียนการสอน ที่ทำให้ปรับตัวต่อโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งเรียนจบออกมาเป็นคนคุณภาพที่ยืนในแถวหน้าของทุกวงการ เราจึงมีความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าในการสร้างบัณฑิตใหม่ที่เป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงในโลกยุคปัจจุบัน เข้าสู่ตลาดแรงงานที่เปิดกว้างอย่างมากในอนาคตอันใกล้นี้ ดร.รัชนีพร กล่าว
          อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนว่า วันนี้มหาวิทยาลัยไม่สามารถผลิตบัณฑิตออกไป เพื่อเป็นบัณฑิตของประเทศเพียงอย่างเดียวได้ แต่ต้องผลิตให้เป็นบัณฑิตสากล ซึ่งมีศักยภาพที่สามารถแข่งขันได้กับบัณฑิตจากประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคอาเซียน มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีแนวทางในการเตรียมการความพร้อมบัณฑิต 4 ด้าน คือ 1. ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ 2. ความสามารถทางด้าน IT 3. ความเป็นนานาชาติ และ 4. ความรับผิดชอบต่อสังคม
          1. ความเชี่ยวชาญในวิชาชีพ (Professional Skill) เป้าหมายคือให้นักศึกษาที่จบออกไปแล้วพร้อมทำงานได้ทันที (Ready to Work) นับตั้งแต่การร่างหลักสูตร มหาวิทยาลัยได้เชิญภาคอุตสาหกรรม ภาควิชาชีพ เข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดองค์ความรู้ที่ภาคอุตสาหกรรมและผู้ใช้บัณฑิตต้องการ เช่น คณะดิจิทัลมีเดีย ที่มีเนื้อหาการออกแบบใช้โดยสื่อดิจิทัล องค์ความรู้ส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยจึงทำความร่วมมือกับบริษัทต่างๆ เพื่อให้เข้ามาร่วมผลิตบัณฑิตที่เขาต้องการร่วมกัน ประกอบกับการเรียนการสอนที่เน้นให้ผ่านกิจกรรม หรือมีลักษณะเป็นโครงงาน ทำให้นักศึกษาจะได้มีการฝึกทักษะและนำภาคทฤษฎีไปประยุกต์เป็นภาคปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตลอดหลักสูตร และท้ายสุดจะจบด้วยการส่งนักศึกษาไปทำงานในสถานประกอบการจริง 4 เดือนก่อนจบการศึกษา ซึ่งมีความร่วมมือในการดำเนินการในส่วนนี้กับบริษัทชั้นนำของประเทศ เช่น สาขาธุรกิจการบิน ก็ทำความร่วมมือกับ บมจ.การบินไทย สาขาการโรงแรมก็ทำความร่วมมือกับสมาคมโรงแรมไทย และโรงแรมในเครือเซ็นทารา สาขาการเงินการธนาคาร ก็มีความร่วมมือกับบริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
          2. ความสามารถทางด้าน IT ความที่โลกไร้พรมแดนในปัจจุบันทำให้การทำงานในทุกภาคส่วนนำเอา IT เข้ามาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยกันทั้งสิ้น มหาวิทยาลัยต้องการให้บัณฑิตของศรีปทุมมีความสามารถในการใช้ IT ทั้งในชีวิตประจำวันและในวิชาชีพ ดังนั้น ทุกหลักสูตรจะบรรจุวิชาทางด้าน IT ไว้ทั้งในส่วนของการใช้งานทั่วไป เช่น MS Office และโปรแกรมเฉพาะในวิชาชีพต่างๆ เช่น สาขาการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว ต้องเรียนโปรแกรม Amadeus และ Galieo สาขาการบัญชี ต้องเรียน โปรแกรม SAP นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังสร้างทักษะการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) ให้กับนักศึกษาผ่านระบบการศึกษาออนไลน์
          3. ความเป็นนานาชาติ มหาวิทยาลัยได้มีการพัฒนาการเรียนการสอนใหม่ในเรื่อง Activities Base เป้าหมายอยู่ที่ความสามารถในการสื่อสารได้จริง ความสามารถทางด้านภาษาอังกฤษจะทำให้บัณฑิตสามารถแข่งขันได้ จึงจะต้องมีภาษาที่ 3 ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นในประเทศที่จะไปทำงานหรือในบริษัทข้ามชาติที่เข้ามาในประเทศไทย ซึ่งในที่นี้ต้องรวมถึงบริบทของวัฒนธรรมของชาตินั้นๆ ด้วย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในประเทศต่างๆ ในภูมิภาค เพื่อจัดบุคลากรมาสอนภาษาและวัฒนธรรมที่มหาวิทยาลัยที่ได้ทำความร่วมมือ อาทิ มหาวิทยาลัยในเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และจีน นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยตั้งสถาบันภาษาและวัฒนธรรมนานาชาติขึ้นมา เพื่อดูแลนักศึกษาในเรื่องการพัฒนาทางด้านภาษาอังกฤษ ภาษาและวัฒนธรรมในภูมิภาค นอกเหนือจากนี้ยังมีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศเพื่อแลกเปลี่ยนนักศึกษาและอาจารย์ รวมทั้งทำหลักสูตรร่วมกัน เป็น Dual Degree เช่นหลักสูตรที่ทำร่วมกับมหาวิทยาลัยภาษาและวัฒนธรรมปักกิ่ง และมหาวิทยาลัยกุ้ยโจ เป็นต้น
          4. ความรับผิดชอบต่อสังคม มหาวิทยาลัยให้ความสำคัญต่อเรื่องนี้อย่างมาก เพราะต้องการผลิตคนเก่งและคนดีของสังคม มหาวิทยาลัยศรีปทุมเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ริเริ่มก่อตั้ง ตั้งหน่วยงาน University Social Responsibility (USR) นักศึกษาที่เข้ามาเรียนจะต้องผ่านกระบวนการพัฒนาความคิดในเรื่องการรับผิดชอบต่อสังคม มีกิจกรรมกลุ่มในเรื่องจิตอาสา ออกไปทำกิจกรรมช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่างๆ และทำเป็นโครงการโดยมหาวิทยาลัยเป็นผู้สนับสนุน ซึ่งจากความมุ่งมั่นนี้มหาวิทยาลัยจึงได้รับรางวัล SVN Awards จาก เครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมเอเชียในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยไทยที่ทำงานเพื่อสังคม.

          ที่มา: http://www.thairath.co.th



โพสเมื่อ : 23 มี.ค. 55   อ่าน 8606 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ด่วน สทศ.จัดสอบวัดสมรรถนะครู
05 ส.ค. 58 | อ่าน 1446 ครั้ง
มร.ชร.-มช.นำภูมิปัญญาท้องถิ่นสร้างสุขภาวะ
27 มี.ค. 57 | อ่าน 637 ครั้ง
ยุบศูนย์อาชีวะรวม164แห่งเหตุไร้คุณภาพ
17 ก.พ. 54 | อ่าน 10130 ครั้ง
ประกาศผล การประกวดคำขวัญวันครู
02 ม.ค. 57 | อ่าน 709 ครั้ง
มร.ปรับวิธีออกเกรดเป็นแบบสากล
09 พ.ย. 54 | อ่าน 51048 ครั้ง
มรภ.เชียงใหม่ลั่นรับน้องสร้างสรรค์
23 พ.ค. 55 | อ่าน 2222 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.