Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


เชิดชู’ครูสอนดี’ สุภาณี มะหมีน




      

เชิดชู'ครูสอนดี' สุภาณี มะหมีน

 

เด็กกลุ่มนี้เป็นเด็กที่น่ารัก แล้วเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งที่สังคมอาจจะมองข้าม ถ้าเรานำเด็กกลุ่มนี้มาอยู่รวมกัน แล้วสร้างกิจกรรมที่ดีๆ ให้กับเขาสอนทักษะชีวิต สอนให้เขาคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น เชื่อว่าเขาสามารถอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขได้ แต่ถ้าไม่มีใครยอมรับเขา ไม่ให้โอกาสเขา พวกเขาจะไปอยู่ตรงไหน
          แนวคิดของ สุภาณี มะหมีน หรือ ครูไหมครูผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับทุนครูสอนดีตามโครงการ สังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ยกย่อง เชิดชู ครูสอนดี เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนการสอนหรือ ครูสอนดี ที่ขับเคลื่อนโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพเยาวชน (สสค.) เพื่อมุ่งปฏิรูปค่านิยมที่สังคมมีต่อครู ด้วยการเชิดชูยกย่อง และมอบรางวัลให้แก่ครูสอนดีเพื่อเป็นต้นแบบแก่ครูท้องถิ่นและครูทั้งประเทศ
          ครูไหมจบจากคณะศึกษาศาสตร์ เอกการศึกษาชนบท มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์(วิทยาเขตปัตตานี) เริ่มต้นวิชาชีพครูในโรงเรียนปอเนาะ จังหวัดปัตตานี 3 ปี จากนั้นย้ายตามครอบครัวมาทำงานที่จังหวัดระนอง เป็นครูสอนเด็กชาวเลบนเกาะเหลาราว 1 ปี ก่อนมาเป็นครูประจำศูนย์การเรียนรู้ชุมชนฯ โดยมีศาลาประจำหมู่บ้านและศาลาวัดเป็นห้องเรียน
          ครูไหมมีหน้าที่ดูแลการเรียนการสอนจนผลักดันให้ลูกศิษย์ในชุมชนที่มีอายุคราวลุงป้าน้าอา ที่ใฝ่เรียนรู้ได้เรียนจบสำเร็จการศึกษาไปหลายรุ่นเป็นผู้บริหาร ทำงานระดับท้องถิ่นก็มาก
          จากนั้นได้ชักชวนวัยรุ่นในท้องถิ่นที่ออกจากโรงเรียนเนื่องจากปัญหาสังคมผ่านเพื่อนฝูงผู้ปกครองให้ส่งเด็กกลับเข้าสู่ระบบการเรียนแบบเปิดกว้างที่กศน.เขานิเวศน์ จ.ระนองเน้นจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานให้เหมาะสมกับผู้เรียน ผ่านกิจกรรมสอดแทรกความรู้พื้นฐานที่จำเป็นควบคู่ไปกับทักษะการดำเนินชีวิต
          ทั้งยังรวมกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ผ่านเฟซบุ๊ก ชักชวนให้มาร่วมทำกิจกรรมเพื่อชุมชนท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ
          โดยพื้นฐานเขาไม่ได้เป็นเด็กเกเรก้าวร้าว แต่ปัญหาทั้งหมดเกิดขึ้นจากการขาดความเอาใจใส่จากผู้ปกครองประกอบกับความอยากรู้อยากเห็น อยากลองของเขา พอผิดพลาดเพียงครั้งเดียวสังคมก็ไม่เข้าใจ ไม่ยอมรับ เขาจึงไม่รู้จะหันไปพึ่งใคร
          ครูไหมเล่าถึงสภาพปัญหาของเด็กและเยาวชนกว่า 100 ชีวิตจาก 19 ชุมชนในพื้นที่ต้องออกจากการศึกษาในระบบ ด้วยขาดโอกาสทางการศึกษา ความบกพร่องทางร่างกายสติปัญญา ตั้งครรภ์ในวัยเรียนและยาเสพติดที่ถูกชักชวนติดตามให้กลับเข้าสู่การศึกษา
          ทำงานตรงนี้แม้เงินเดือนน้อย ไหนจะค่ามือถือโทร.ตามเด็ก ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ค่าน้ำมันรถ ค่ากิจกรรม บางครั้งต้องนำเงินส่วนตัวออกมาใช้จ่ายก่อน แต่คิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ ถ้าเรารู้จักความพอเพียงเราก็อยู่ได้ แต่เมื่อเราทำแล้วมีความสุขทำแล้วเด็กสบายใจ ทำแล้วเด็กเกิดความรู้สึกดีๆผลสุดท้ายคือได้เห็นเขาเป็นคนดีในสังคม ครูไหมกล่าวแม้วันนี้ ครูไหมเป็นเพียง พนักงานราชการ ที่ไม่มีสิทธิ์และสวัสดิการเหมือนกับครูคนอื่นๆในระบบราชการ แต่ยังเสียสละทุ่มเทดูแลลูกศิษย์รุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากระบบการศึกษาแบบเดิมไม่เอื้อต่อสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็ก บางครั้งคิดอยากทำงานที่มั่นคงกว่า แต่เมื่อเด็กรุ่น
          ใหม่เข้ามา ความเป็นครูในหัวใจที่อยากให้ทุกคนสำเร็จการศึกษาวิชาชีวิตออกไปเป็นคนดีของสังคมก็เป็นพลังใจในการมุ่งมั่นทำงานต่อ
          เราไม่ได้คาดหวังอะไรในตัวเด็กกลุ่มนี้มาก แค่อยากให้สังคมยอมรับเขา และให้เขาสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข  มีจิตอาสาช่วยเหลือสังคม มีน้ำใจ มีความสามัคคี เท่านี้เราก็มีความสุขจนยากที่จะบอกเป็นคำพูดได้แล้ว ความในใจจากครูไหม

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์ข่าวสด



โพสเมื่อ : 27 ก.พ. 55   อ่าน 22902 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
สพฐ.เชิญประชุมรับทราบนโยบายสอบบรรจุผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้ช่วยในสังกัด
03 ก.พ. 58 | อ่าน 697 ครั้ง
พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี เปิดอบรมการจัดการเรียนการสอน โดยใช้การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV TELETRAINING)
17 พ.ค. 62 | อ่าน 561 ครั้ง
เอไอทีสมัครรับทุนพระราชทาน
25 เม.ย. 57 | อ่าน 784 ครั้ง
สอศ. ปรับวิชาพลังงาน ให้เด็กอาชีวะเรียน
03 ก.ค. 57 | อ่าน 548 ครั้ง
ไทยแกนนำสร้างเครือข่ายบัญชีรายจ่ายการศึกษา
18 เม.ย. 59 | อ่าน 493 ครั้ง
เปิดเวทีทดลองวิทย์ด้วยการแสดง’กศน.’คัดนักเรียน2ช่วงชั้นชิงแชมป์ระดับชาติ
22 ก.ค. 54 | อ่าน 162346 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.