Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


32 มหา’ลัยรุมทึ้ง 4 พันล.’ดีเอสไอ’ลุยสอบสวมชื่อนศ.ผีกู้’กยศ.’ หลักฐานม




      

32 มหา'ลัยรุมทึ้ง 4 พันล.'ดีเอสไอ'ลุยสอบสวมชื่อนศ.ผีกู้'กยศ.' หลักฐานมัด'สกสค.'งุบงิบขายหนังสือ

 

          ดีเอสไอ รับคดีทุจริตเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ.-กรอ. เป็นคดีพิเศษ หลังพบ 32 มหาวิทยาลัยรัฐ-เอกชนรุมเขมือบงบฯ ก้อนโตปีละกว่า 4 พันล้านแฉพฤติกรรมสวมชื่อ นศ.ผี ผลาญเงินกองทุนฯ1.2 แสนต่อราย เลขาฯ กกอ.ชี้ผู้เสียหายฟ้องเอาผิด พร้อมตั้ง คกก.สอบกราวรูด ส่วนคดีจัดซื้อหนังสือแบบเรียนทีวีช่อง 3 ช่วย รร.น้ำท่วม พบหลักฐานชัด ผอ.สกสค. ดันน้องสาวดูการขาย ขณะที่ เสมา 2 เดือดสั่ง สพฐ. สอบสหกรณ์ออมทรัพย์ครู13 จังหวัด โยกเงินซื้อสลากกินแบ่งขีดเส้น 7 วัน สอบขรก.ขี้ฉ้อ
          ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อวันที่ 20 ก.พ.55 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า ภายหลังการตรวจสอบการทุจริตเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) ในปี 2549-2550 พบว่า มหาวิทยาลัยและวิทยาลัยของรัฐและเอกชนจำนวน 32 แห่งทั่วประเทศ มีพฤติกรรมส่อทุจริตแต่คดีดังกล่าวไม่อยู่ในอำนาจการสอบสวนของดีเอสไอ ดังนั้นในการประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.)ประจำเดือนกุมภาพันธ์ในวันที่29 ก.พ.นี้ตนจะเสนอให้บอร์ดกคพ.รับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษเนื่องจากเป็นคดีทุจริตที่เกิดขึ้นภายในสถาบันการศึกษา ส่งผลเสียหายต่อระบบงบประมาณที่รัฐจัดให้เป็นกองทุนกู้ยืมเพื่อใช้ในการศึกษา โดยมหาวิทยาลัยได้รับสนับสนุนงบประมาณเพื่อใช้ใน2กองทุนมากกว่าปีละ4,000 ล้านบาท
          นายธาริต กล่าวอีกว่า สำหรับพฤติการณ์กระทำความผิดนั้นพบว่ามีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องและทำหน้าที่ออกไปชักชวนให้เด็กนักเรียนที่จะกำลังจะจบการศึกษาให้มาสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยนั้นๆ แล้วให้นักศึกษาทำสัญญาสมัครกู้ยืมเงิน ซึ่งการตรวจสอบพบว่า นักศึกษาบางคนทำเรื่องกู้ยืมเงิน แต่ไม่ได้เข้าเรียน หลายรายเลิกเรียนกลางคัน และมีจำนวนไม่น้อยมีชื่อและหลักฐานแสดงการกู้ แต่เจ้าตัวไม่ได้เรียนจริง และปรากฏว่ามหาวิทยาลัยและวิทยาลัยดังกล่าวไม่ได้ทำเรื่องยกเลิก ยังใช้ชื่อของนักศึกษาในการขออนุมัติใช้เงินกองทุนอย่างต่อเนื่อง จนมีนักศึกษาหลายร้อยคนได้รับความเดือดร้อน เมื่อได้รับหนังสือทวงหนี้จากธนาคาร
          นายธาริต กล่าวด้วยว่า จากการตรวจสอบพบว่านักศึกษาแต่ละรายมียอดเงินการกู้ยืมอยู่ 80,000-120,000 บาท อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เสียหายเพียงตัวเงินเท่านั้น แต่เป็นการตัดโอกาสการศึกษาของคนอื่นๆที่จำเป็นต้องใช้ ซึ่งปัญหาการทุจริตกองทุนเงินฯลักษณะนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นในวงการการศึกษาของไทย
          ด้านนายอภิชาติ จีระวุฒิ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)กล่าวว่าเรื่องดังกล่าวถือว่าทางสำนักงานคณะกรรมการกองทุนให้กู้ยืมการศึกษา(กยศ.) เป็นผู้เสียหายโดยตรง ดังนั้นกยศ.คงจะต้องไปดำเนินการฟ้องผู้ที่กระทำผิด อย่างไรก็ตาม จะดำเนินการอะไรกับมหาวิทยาลัย ต้องมีข้อมูลที่ชัดเจน และถ้ามีหลักฐานชัดเจนว่าทุจริตจริง จะต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน และถ้าบุคคลนั้นเป็นข้าราชการจะต้องดำเนินการทางวินัย ส่วนนักศึกษาที่กู้ยืมนั้น จะต้องมาดูว่ามีเจตนาทุจริตหรือปกปิดข้อมูลหรือไม่ ถ้ามีเจตนาทุจริตจะต้องดำเนินการทางกฎหมายเช่นกัน
          ต่อมา นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พร้อมด้วยนายธานินทร์ เปรมปรีดิ์ รอง ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ 2 ได้แถลงข่าวการตรวจสอบการทุจริตจัดซื้อจัดจ้างขององค์การค้าของสำนักคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) กรณีการสั่งซื้อหนังสือแบบเรียนและสื่อการเรียนการสอนของบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด (ไทยทีวีสีช่อง 3)ให้กับโรงเรียนที่ประสบอุทกภัย 158 แห่งพบว่ามีข้อเท็จจริงตรงตามพยานหลักฐานทำให้เชื่อได้ว่า มีการกระทำความผิดทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่จริง จึงได้สรุปผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป และได้ทำหนังสือแจ้งให้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการรับทราบ
          สำหรับกรณีดังกล่าวพบว่าช่อง 3 ได้มีการสั่งชื่อหนังสือแบบเรียนกับนายสันติภาพ อินทรพัฒน์ ผู้อำนวยการองค์การค้า สกสค. โดยตรงในวงเงิน3,696,000 บาท แต่ต่อมาพบว่าองค์การค้าสกสค.กลับไปทำสัญญากับนางพรทิพย์เขมะรัตน์ ให้เป็นผู้ประสานการขายและจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่านายสันติภาพและนางพรทิพย์เป็นพี่น้องกัน ดังนั้น การกระทำดังกล่าวถือเป็นการสร้างความเสียหายกับองค์การค้าสกสค.
          นอกจากนี้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ยังได้กล่าวถึง กรณี นพ. ทวีวงษ์ จุลกมนตรี นพ.อนันต์ มโนมัยพิบูลย์ นพ.อนวัช เสริมสรรค์ คณะแพทย์จาก รพ.วชิรพยาบาลยื่นหนังสือให้ตรวจสอบโครงการจัดซื้อเครื่องซักผ้า มูลค่า 34 ล้านบาทว่า พ.ต.ท.อมฤต บูรณะกิจเจริญ ผอ.ส่วนคดีอาญาพิเศษ 1 ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว เบื้องต้นพบว่ามีมูลความผิดจริงจึง อนุมัติให้ดำเนินการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ
          วันเดียวกัน นายศักดา คงเพชรรมช.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า จากการประชุมผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กรมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานอัยการสูงสุด และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการบริหารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูในหลายจังหวัดที่พบว่า มีการนำเงินของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงได้ให้ ศธ.ดำเนินการสืบข้อเท็จจริง ซึ่งหากพบว่ามีข้าราชการครูเข้าไปเกี่ยวข้องจะต้องรับผิดทางวินัยส่วนทาง สพฐ.รับจะไปดำเนินการสืบข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วันสำหรับการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจะเป็นหน้าที่ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ขณะที่ดีเอสไอจะเป็นผู้ดำเนินคดีอาญาซึ่งคาดว่าขั้นตอนทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน
          ด้านนายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่ามีสหกรณ์ออมทรัพย์ฯที่มีปัญหาอยู่ใน 13 จังหวัดใน ภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยสพฐ.จะตั้งคคก.ตรวจสอบข้อเท็จจริง และดูว่ากรณีดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดทางวินัยหรือไม่

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 21 ก.พ. 55   อ่าน 57711 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
เปิด "18" กลุ่มจังหวัด-สำนักงานศึกษาธิการภาค
24 มี.ค. 59 | อ่าน 610 ครั้ง
กศน.มุกดาหาร จัดอบรมพัฒนาบุคลากรกศน.มุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต เตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน
23 พ.ค. 55 | อ่าน 1143 ครั้ง
ตั้งกองทุนสำรองจ่าย เงินสงเคราะห์ศพครู ช่วยขรก.รายได้น้อย
08 พ.ย. 59 | อ่าน 300 ครั้ง
อนุมัติงบประมาณ ศธ. 1.8 พันล้าน
11 ส.ค. 58 | อ่าน 571 ครั้ง
สมศ.ยอมรับสภาพลดบทบาท
26 มิ.ย. 58 | อ่าน 1086 ครั้ง
แม่พิมพ์โวย "คูปองครู" สนั่นโลกออนไลน์ จวกเปิดให้บุ๊กกิ้งแต่สพฐ.กลับยกเลิก
04 มิ.ย. 61 | อ่าน 215 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.