Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


รัฐปรับฐานเงิน ขรก. เทียบเคียงภาคเอกชน-ชี้ 5 ปีเห็นผล




      

รัฐปรับฐานเงิน ขรก. เทียบเคียงภาคเอกชน-ชี้ 5 ปีเห็นผล

          รัฐ มีมติปรับฐานเงินเดือนจูงใจเข้ารับราชการใหม่ เทียบเคียงภาคเอกชน และดึงข้าราชการที่มีความสามารถให้ทำงานให้แก่หน่วยงานราชการ
          นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.ได้อนุมัติปรับบัญชีเงินเดือนตามค่าครองชีพให้มีผลในเดือนเมษายน 2554 รวมทั้งมีการปรับระบบการให้เงินเดือนข้าราชการที่บรรจุเป็นครั้งแรก โดยยืดหยุ่นให้สามารถได้รับค่าตอบแทนเทียบเคียงกับภาคเอกชน หลักคือมีการปรับขึ้นเงินเดือนแรกบรรจุ และยังเปิดโอกาสให้เงินเดือนแรกบรรจุเป็นช่วง แทนที่จะเป็นอัตราที่ตายตัวดังนั้น ผู้มีความสามารถพิเศษ มีประสบการณ์ หรือเข้ามาในตำแหน่งวิชาชีพที่มีความขาดแคลน จะสามารถได้เงินเดือนเริ่มต้นที่สูงกว่าเงินเดือนเริ่มต้นขั้นต่ำ
          โดยผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสให้รับเงินเดือนไม่เกิน 37,830 บาท หรือที่ ก.พ.กำหนด เว้นแต่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งในสายงานที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งหใด้รับเงินเดือนขั้นสูง กรณีที่ผู้ใดได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตรา 37,830 บาท ให้ได้รับเงินเดือนตามที่ได้รับอยู่
          ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการระดับทรงคุณวุฒิ ให้ได้รับเงินเดือนไม่เกิน 67,560 บาท หรือที่ ก.พ.กำหนด เว้นแต่ผู้นั้นดำรงตำแหน่งในสายงานที่กำหนดไว้ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งให้ได้รับเงินเดือนขั้นสูง กรณีที่ผู้ใดได้รับเงินเดือนสูงกว่าอัตรา 67,560 บาท ให้ได้รับเงินเดือนตามที่ได้รับอยู่
          ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งประเภทสายงาน และระดับอื่นที่ ก.พ.กำหนด ให้ได้รับเงินเดือนในอัตราที่ ก.พ.กำหนด
          ขณะที่อัตราการบรรจุผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จะอยู่ที่ 8,700 บาทต่อเดือน จากเดิม 7,940 บาท ระดับปริญญาโทอยู่ที่ 11,000 - 12,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 9,000 บาทเศษต่อเดือน และรดับปริญญาเอกอยู่ที่ 16,000 บาทต่อเดือน จากเดิม 13,000 บาทต่อเดือน ถือเป็นการปรับขึ้นอัตราเงินเดือนแรกบรรจุประมาณร้อยละ 10
          ด้านนายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในเรื่องเดียวกันนี้ว่า หลังจากนี้ ก.พ.ต้องไปกำหนดหลักเกณฑ์การปรับฐานเงินเดือนแรกเข้าของข้าราชการ โดยจะนำหลักเกณฑ์ของภาคเอกชนเป็นหลัก และพิจารณาฐานเงินเดือนให้เหมาะสมกับบุคคล ความสามารถและวุฒิการศึกษา เบื้องต้นข้าราชการที่บรรจุใหม่จะไม่ได้รับเงินเดือนที่เท่ากัน เช่น ผู้ที่จบจากสถาบันในต่างประเทศ มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาจะได้รับเงินเดือนแรกเข้าสูงกว่าผู้ที่จบจากสถาบันในประเทศที่มีไม่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษา เป็นต้น ทั้งนี้อัตราเงินเดือนแรกเข้าที่ไม่เท่ากันดังกล่าว จะต้องมีความต่างไม่เกินร้อยละ 10
          สำหรับการพิจารณาฐานเงินเดือนแรกเข้า ทางก.พ.ได้กำหนดให้ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ทุกๆ ปี ซึ่งในปีแรกของการปรับฐานเงินเดือนนั้น ก.พ.เป็นผู้กำหนด และหลังจากนั้นจะให้แต่ละหน่วยงานเป็นผู้พิจารณาสำหรับเป้าหมายการปรับฐานเงินเดือนดังกล่าวได้ตั้งเป้าว่าจะทำให้แล้วเสร็จภายใน 5 ปี เบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณเพื่อปรับฐานเงินเดือนแรกเข้าประมาณ 200 ล้านบาทต่อปี ส่วนการปรับฐานเงินเดือนดังกล่าวกำหนดให้มีผลบังคังใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2554

          --คมชัดลึก ฉบับวันที่ 21 ส.ค. 2553 (กรอบบ่าย)--



โพสเมื่อ : 22 ส.ค. 53   อ่าน 12278 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ชี้ปรับโครงสร้าง ศธ. ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน
20 พ.ย. 57 | อ่าน 307 ครั้ง
ต้มมโหฬารที่ร้อยเอ็ด! หลอกแต่งชุดขรก. ให้วัดอบรม โกงเงิน 1.7 ล้าน
23 มี.ค. 58 | อ่าน 639 ครั้ง
ศธ.ออกประกาศอัตราค่าเทอมEPอาชีวะ
22 เม.ย. 56 | อ่าน 427 ครั้ง
กพฐ. เห็นชอบทบทวนหลักสูตร 51 เพื่อให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม
22 ก.ย. 57 | อ่าน 875 ครั้ง
สอศ.เรียกบรรจุครูอาชีวะ
13 ต.ค. 57 | อ่าน 590 ครั้ง
วิกฤตครูจ่อเกษียณเกือบแสนคน ช่วงปี 56-60 "ก.ค.ศ." แนะผลิตรองรับ
23 เม.ย. 56 | อ่าน 601 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.