Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ไขเคล็ดลับโรงเรียนสร้างอาชีพ สู่การเรียนรู้เพื่อตอบโจทย์ชีวิตจริง




      

ไขเคล็ดลับโรงเรียนสร้างอาชีพ สู่การเรียนรู้เพื่อตอบโจทย์ชีวิตจริง

 

          ผมไม่อยากให้เด็กจบ 4.00 แล้วทำอะไรไม่เป็นสักอย่างในเมื่อเขาจบแล้วไม่ได้ไปเรียนต่อ ศุภโชค ปิยะสันต์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย กล่าวในการเสวนาวิชาการเวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ 1 ในหัวข้อการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อสัมมาชีพ จัดขึ้นโดยสำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์
          โรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี จ.เชียงราย หนึ่งในโรงเรียนที่ถูกนำมาหยิบยกให้เป็นกรณีตัวอย่างการพัฒนาการเรียนการสอนขั้นพื้นฐานที่เน้นให้นักเรียนสามารถพึ่งพิงตนเองได้ด้วยอาชีพที่ตนถนัด โดยประยุกต์การประกอบอาชีพจากทรัพยากรในท้องถิ่น
          ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี เล่าว่าเด็กๆ ในโรงเรียนส่วนใหญ่เป็นชาวเขา การเดินทางมาเรียนก็ยากลำบากและสิ่งที่ยากยิ่งกว่าคือเด็กเหล่านี้ไม่เรียนต่อ เพราะปัญหาความยากจน ผมและคุณครูในโรงเรียนจึงได้ช่วยกันออกแบบวิธีการเรียนการสอนที่จะทำให้เด็กๆ พึ่งพิงตนเองได้ จึงกลายมาเป็นหลักสูตรประยุกต์ในการฝึกสัมมาชีพ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการหาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ในท้องถิ่น และต้องเชื่อมกับเครือข่ายและทรัพยากรจากภายนอก เช่นเดียวกับ โรงเรียนบ้านเมืองกี๊ด จ.เชียงใหม่ เป็นอีกกรณีศึกษาหนึ่งที่ถูกบอกเล่าภายในงานด้วยความโดดเด่นด้านการประยุกต์การเรียนการสอนเพื่อสัมมาชีพที่ไม่ซ้ำใคร
          นายณรงค์ อภัยใจ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเมืองกื้ด แลกเปลี่ยนว่าเด็กในโรงเรียนมาจากหลากหลายชนเผ่าที่มีฐานะยากจน ต้องใช้เวลาเดินทางมาเรียนอย่างยากลำบาก จึงคิดวิธีที่จะทำให้เด็กๆ ของเราสามารถมาเรียนหนังสือได้ และมีอาชีพที่พึ่งพิงตนเองได้ต่อไปในอนาคต เริ่มแรกผมวิเคราะห์เรื่องสภาพภูมิศาสตร์และศักยภาพของชุมชนในเรื่องการจักสานนวดแผนไทย และวัฒนธรรมที่เป็นจุดแข็ง บวกกับชุมชนเราเป็นแหล่งท่องเที่ยวใหญ่มีรีสอร์ต ปางช้าง จึงใช้บริบทของชุมชนเป็นหลักในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ เด็กในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 จึงเรียนวิชาชีพควบคู่กับวิชาสามัญ อย่างการโรงแรม นวดแผนไทย จักสาน โดยมีเป้าหมายทำให้เด็กที่จบการศึกษามีคุณภาพชีวิตและดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ด้วยทักษะของตัวเอง จากกรณีตัวอย่างโรงเรียนสร้างอาชีพ ที่ถูกหยิบยกขึ้นในเวทีปฏิรูปการเรียนรู้ เพื่อนำสู่การแลกเปลี่ยน ถอดบทเรียน และขยายผลความรู้จากกรณีตัวอย่างมาสังเคราะห์เป็นแนวทาง มาตรการ หรือข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับสร้างความรู้ความเข้าใจแก่สังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้เพื่อชีวิตจริงในสังคม โดยมีนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหารสถานศึกษา ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ข้าราชการระดับสูงจากหน่วยงานด้านการศึกษา องค์กรภาคเอกชน มูลนิธิ และผู้แทนสื่อมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยน และสะท้อนมุมมองอย่างน่าสนใจ
          นางสุมน อมรวิวัฒน์ ที่ปรึกษาสสค. กล่าวว่า การศึกษาและการสอนขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องที่สำคัญ แต่การเรียนการสอนในเรื่องสัมมาชีพนั้นสำคัญและจำเป็นยิ่งกว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้การดำเนินงานของโรงเรียนต้นแบบทั้ง 2 แห่งนี้ประสบผลสำเร็จ คือ ผู้บริหารโรงเรียนที่หลุดพ้นจากความกลัวในระบบหลุมดำของการศึกษาของการต่อสู้โอเน็ตด้วยการวัดผลการศึกษาผ่านคะแนนของเด็กเพียงอย่างเดียว แต่กล้าทำสิ่งใหม่ๆ ซึ่งโรงเรียนหลายแห่งควรเอาเป็นต้นแบบ
          ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ นักวิชาการอิสระ กล่าวว่า สิ่งจำเป็นที่สุดคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งพัฒนารูปแบบของการเรียนการสอนวิชาคหกรรมให้เด็กในโรงเรียนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะโรงเรียนที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารเพื่อลดการออกกลางคันของเด็ก เราต้องสนับสนุนให้คนที่เรียนอาชีพมาสมัครบรรจุสอบเป็นครูให้ได้เพื่อที่จะได้มาช่วยกันสอนและพัฒนาเด็กเหล่านี้
          ดร.เอนก เพิ่มเสนีย์วงศ์ เลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า บทเรียนจากโรงเรียนสองแห่งคือกระบวนการคิดที่เข้มแข็งและการใช้ศักยภาพในสิ่งแวดล้อมที่เขามีอย่างเต็มที่ ผู้บริหารสถานศึกษาจึงต้องเรียนรู้ประสบการณ์โดยใช้สิ่งแวดล้อมภายนอกที่มีอยู่มาปรับใช้ และพัฒนาครูอย่างเป็นระบบ
          นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ ตัวแทนจากมูลนิธิสดศรี - สฤษดิ์วงศ์กล่าวว่า ผมได้เห็นตัวอย่างของโรงเรียนทั้งสองแห่งคือ การได้ฝึกให้เด็กๆได้ใช้ทักษะชีวิตของตนเองอย่างเต็มที่ ทำให้เด็กสามารถพึ่งพิงตนเองได้ในขณะที่เด็กๆ ในเมืองของเราหลายคนถูกเลี้ยงด้วยไอโฟนแต่เด็กๆ ที่นั่นกลับถูกเลี้ยงดูด้วยการพึ่งพิงตนเองระบบแบบนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องสนับสนุน การสร้างกระบวนการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชนในลักษณะนี้ไม่ได้อยู่ที่การศึกษาในระบบแต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังต้องสร้างความเข้มแข็งและความร่วมมือจากทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งระดับชาติจนถึงระดับชุมชนท้องถิ่น เพื่อเรียนจากประสบการณ์และทักษะการใช้ชีวิตของเด็กๆ สู่ชีวิตจริงในสังคม สอดคล้องกับคำกล่าวของศ.นพ.ประเวศ วะสี ที่กล่าวในงานครั้งนี้ว่าสิ่งสำคัญที่ทำให้การศึกษาและชีวิตหลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกันได้คือการเรียนรู้จากประสบการณ์ การเรียนรู้สัมมาชีพ เพราะการเรียนรู้ในเรื่องของสัมมาชีพและการเรียนรู้จากประสบการณ์จะช่วยสอนหลายอย่างที่ไม่ได้อยู่ในตำรา และจะช่วยลดปัญหาการว่างงานที่จะเกิดขึ้นในบ้านเรา ขณะนี้ที่ประเทศอเมริกาเผชิญปัญหาว่างงานมากถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะเขาสนับสนุนให้คนในประเทศเขาเรียนเอาความรู้เพียงอย่างเดียว ไม่ได้เน้นในเรื่องของการพัฒนาอาชีพ แต่ในขณะที่ประเทศเยอรมนีกลับไม่มีสถิติเรื่องการว่างงานเลยเพราะที่นั่นเขาเน้นการเรียนการสอนในเรื่องของอาชีวะการศึกษาไทยจึงควรเน้นอาชีวะด้วย

 

          ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ



โพสเมื่อ : 16 ก.พ. 55   อ่าน 54445 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
ศธ.คุมเข้มรถรับส่งนักเรียน
26 ต.ค. 59 | อ่าน 227 ครั้ง
ครูชั้นผู้น้อยเฮรับเพิ่มอีก 1ขั้น
12 ธ.ค. 57 | อ่าน 744 ครั้ง
ศธ.ทำความตกลงเพิ่มครูสอนภาษาจีนในประเทศไทย แลกเปลี่ยน นักเรียนครู ผู้บริหาร เพื่อยกระดับการศึกษาไทย
03 มิ.ย. 56 | อ่าน 430 ครั้ง
ศธ.จ่อผุด"เว็บติวฟรีดอทคอม"เอื้อเด็กเตรียมสอบ ดึงติวเตอร์ชื่อดังและเก่งนับร้อยคนติวนร.ออนไลน์
20 ก.พ. 60 | อ่าน 295 ครั้ง
ประธานแอดมิชชั่นฟอรั่ม เผยจัดระเบียบรับตรงทุก มหา'ลัย ยาก แต่ทำได้
14 ก.ย. 59 | อ่าน 267 ครั้ง
คอลัมน์: เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์: สถาบันผลิตครูพันธุ์ใหม่
18 พ.ย. 53 | อ่าน 13434 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.