Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


ถกยุบรวม’ราชภัฏ-มอ.’ ’อธิการฯมรส.-ผู้ว่าฯ’ หนุน




      

ถกยุบรวม'ราชภัฏ-มอ.' 'อธิการฯมรส.-ผู้ว่าฯ' หนุน

 

          นายบุญสม ศิริบำรุงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาเรื่อง คนสุราษฎร์ได้อะไรจากการหลอมรวม ม.สงขลานครินทร์วิทยาเขตสุราษฎร์ธานี กับ ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี ณ โรงแรมวังใต้ จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า หากจะยุบรวมสองมหาวทยาลัยนี้จริง ต้องได้รับการยอมรับจากสถาบันที่จะยุบรวมเสียก่อน วันนี้ราชภัฏคือโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของเยาวชนไทยในชนบท ในขณะที่ มอ.ผลิตบัณฑิตเพื่อสู่ความเป็นนานาชาติ ดังนั้น ทั้งสองมหาวิทยาลัยจึงต่างทำหน้าที่ในการตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของสังคมตามวิถีทางแห่งตน
          นายณรงค์ พุทธิชีวิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.)กล่าวว่า พระราโชวาทแห่งสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชชนก ที่ชาว มอ.ต่างน้อมนำเพื่อยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติคือ ขอให้ถือผลประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง ดังนั้นทั้ง มอ.และ มรส.ต้องวางตัวตนลง แล้วมองว่าการยุบรวมในครั้งนี้เป็นไปเพื่อเพื่อนมนุษย์หรือไม่ แต่หากคำนึงถึงศักดิ์ศรีมากกว่าเพื่อนมนุษย์ ก็เท่ากับกำลังเดินออกนอกทางที่พระราชบิดาตรัสไว้
          ถ้าเราสร้างมหาวิทยาลัยใหม่ที่มีคุณสมบัติดังนี้ 1.เปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง 2.มีหลักสูตรให้เลือกหลากหลาย3.บางสาขาสะท้อนคุณภาพระดับเวิลด์คลาสบางสาขาสะท้อนมาตรฐานงานวิจัยที่เป็นหนึ่ง 4.อาจารย์มีประสิทธิภาพและศักยภาพ5.มีพื้นที่เพียงพอในการขับเคลื่อน 6.มีความเหมาะสมกับความเป็นสุราษฎร์ธานี 7.มีอิสระในการตัดสินใจและมีเสรีภาพทางวิชาการ และ 8.ไม่ใช่มหาวิทยาลัยนอกระบบหากทำได้เช่นนี้จริง มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็จะมีคุณค่าในศาสตร์ความเป็นสุราษฎร์ธานี ท้องถิ่นและประเทศชาติ จึงไม่น่ามีเหตุผลใดที่เราจะปฏิเสธการเกิดขึ้นของมหาวิทยาลัยแห่งนี้อธิการบดี มรส.กล่าว
          ด้านนายนภดล ศรีภัทรา รองประธานสภาอุตสาหกรรม จังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ในฐานะผู้ใช้บัณฑิต จะเป็นแมวสีดำหรือแมวสีขาวก็ไม่สำคัญ ขอแค่ให้จับหนูได้เป็นพอ เช่นเดียวกันจะยุบรวม มอ.กับราชภัฏหรือไม่ ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่ามหาวิทยาลัยสามารถสอนแมวให้มีวิชาจับหนูได้หรือไม่ การยุบรวมอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่คำตอบอาจอยู่ที่การเพิ่มสปีดของทั้งสองมหาวิทยาลัยในการสร้างบัณฑิตให้เป็นมืออาชีพ เป็นบัณฑิตที่จบแล้วสามารถทำงานได้ทันที
          นายชลอศักดิ์ วาณิชย์เจริญ รอง ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับการยุบรวม โดยมองว่า มรส.คือแบรนด์ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่วน มอ.ก็เป็นแบรนด์ระดับประเทศ เมื่อยุบรวมกันแล้วจะเกิดมหาวิทยาลัยที่มีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือทางวิชาการงบประมาณ ความสามารถในการผลิตงานวิจัย และจะเป็นแบรนด์ระดับชาติแบรนด์ใหม่ที่สามารถเชื่อมโยงกับประเทศในระดับนานาชาติได้และพร้อมจะก้าวสู่ประชาคมอาเซียน

          ที่มา: หนังสือพิมพ์มติชน



โพสเมื่อ : 14 ก.พ. 55   อ่าน 73216 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
กมธ.ศึกษารับปาก ศธ. ดันเพิ่มงบฯ57
23 พ.ค. 56 | อ่าน 431 ครั้ง
ระดมสมองนอกรอบแก้ปัญหาตั๋วครู
01 ส.ค. 57 | อ่าน 447 ครั้ง
สสวท.อบรมครูโครงการนำร่องใช้บทเรียน SAS พัฒนาศักยภาพสอนวิทย์ เน้นสร้างทักษะและสืบเสาะหาความรู้
23 ม.ค. 55 | อ่าน 30306 ครั้ง
สบช่องญ.ว.เพิ่มห้องเยียวยาเด็กสพฐ.รับเรื่องแต่ยังไม่ตัดสินใจ/โยนตรวจแป๊ะเจี๊ยะให้สพม.
16 พ.ค. 55 | อ่าน 963 ครั้ง
สกอ.จ่อคลอดเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร "ป.ตรี-บัณฑิตศึกษา"
02 ก.ค. 58 | อ่าน 240 ครั้ง
เผยผลสำรวจพยาบาลไทยเกือบ 50% เครียดจากทำงาน ต้องพึ่งยานอนหลับ-คุณภาพชีวิตต่ำ
06 ก.พ. 58 | อ่าน 536 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.