Thaischool หน้าหลัก ลงทะเบียนใช้งาน ระบบเว็บไซต์โรงเรียน คู่มือการใช้งาน ติดต่อเรา


กระทรวงศึกษากับวิชาอนุกาชาด การสร้างคุณธรรมในหัวใจของมนุษย์โลก




      

กระทรวงศึกษากับวิชาอนุกาชาด การสร้างคุณธรรมในหัวใจของมนุษย์โลก

          หากจะกล่าวถึงองค์การการกุศลที่สร้างประโยชน์ให้แก่นานาชาติ รวมถึงประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เชื่อว่า กาชาด คงเป็นหน่วยงานอันดับต้น ๆ ที่มีผู้คนนึกถึงมากที่สุดอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นยามที่บ้านเมืองเกิดศึกสงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือแม้กระทั่งอุบัติเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน

          โดยเฉพาะผู้หญิงที่น่าจะรู้จักและรู้สึกคุ้นเคยกับองค์การนี้เป็นพิเศษ เพราะในระบบการศึกษาของประเทศไทยนั้น ผู้หญิงทุกคนจะต้องผ่านหลักสูตร ยุวกาชาด ซึ่งได้มีการบรรจุให้เป็นหนึ่งในสาขาวิชาของการศึกษา

          จุดกำเนิดของกิจกรรมกาชาดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ อังรี ดูนังต์ บุคคลสำคัญในการก่อตั้งองค์การกาชาด ได้เดินทางไปยังประเทศฝรั่งเศสเพื่อขอเข้าเฝ้านโปเลียนที่ 3 จักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส โดยระหว่างทางนั้น เขาได้พบเห็นผู้คนจำนวนมากต้องบาดเจ็บและล้มตายจากภาวะสงครามที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศอิตาลีและฝรั่งเศส จึงตัดสินใจเรียกร้องให้นานาประเทศมีการจัดตั้งหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บาดเจ็บจากภัยสงคราม ซึ่งก็มีผู้คนจำนวนมากประกาศสนับสนุนแนวคิดของอังรี ดูนังต์ จนในที่สุดก็ได้มีการก่อตั้ง คณะกรรมการกาชาดสากล ขึ้น (ปัจจุบันเรียก คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ) เพื่อให้การช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่เพื่อนมนุษย์ที่ได้รับบาดเจ็บไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากสาเหตุใดก็ตาม โดยไม่แบ่งแยก เชื้อชาติ ศาสนา ชนชั้นและลัทธิการเมือง

          สำหรับประวัติการก่อกำเนิดกิจการกาชาดในประเทศไทยนั้น เกิดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระองค์ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ก่อตั้งองค์กรการกุศล เมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2436 (ร.ศ.112) โดยใช้ชื่อว่า สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม เพื่อช่วยเหลือทหารบาดเจ็บ ป่วยไข้จากการสู้รบ รวมทั้งทำหน้าที่ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ รักษาพยาบาลผู้เจ็บป่วยจากภัยสงครามและภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งในเวลาต่อมาได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น สภากาชาดสยาม โดยใช้เครื่องหมายกาชาดเป็นสัญลักษณ์ และได้เข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์สภากาชาดฯ ลำดับที่ 27 เมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2464 และได้กลายเป็นองค์การที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ทั้งในประเทศและนานาชาติเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

          ในด้านของกิจการยุวกาชาดไทย ได้รับการสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 27 มกราคม พ.ศ.2465 โดย จอมพลสมเด็จเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์กรมพระนครสวรรค์วรพินิต อุปนายกผู้อำนวยการสภากาชาดสยาม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังเยาวชนให้มีอุดมคติในสันติสุข มีความรู้ความชำนาญ ในการรักษาอนามัยของตนเองและส่งเสริมอนามัยของผู้อื่น รู้จักบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ และรู้จักสร้างสัมพันธภาพอันดีต่อผู้อื่น โดยแรกเริ่มของการก่อตั้งนั้น กิจการนี้เรียกว่า อนุสภากาชาดสยาม รับเด็กชาย - หญิง อายุระหว่าง 7 - 18 ปี เข้าเป็นสมาชิก และเนื่องจากกิจการนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการศึกษาของเยาวชนอย่างใกล้ชิด ดังนั้น สภากาชาดสยามจึงได้ฝากการดำเนินงานนี้ไว้กับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ.2496 โดยได้เปลี่ยนชื่อเป็น อนุกาชาด ภายหลังได้พิจารณาเห็นว่า กิจการนี้น่าจะขยายไปจนถึงเยาวชนในระดับอุดมศึกษามีอายุระหว่าง 7 - 25 ปี จึงได้เปลี่ยนชื่ออีกครั้งเป็น ยุวกาชาด ตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 จนถึงทุกวันนี้

          ปัจจุบันกิจการยุวกาชาด ดำเนินงานโดย 2 หน่วยงาน คือ สำนักงานยุวกาชาด สภากาชาดไทยและสำนักการลูกเสือยุวกาชาดและกิจการนักเรียน สำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นอบรมให้เยาวชน อายุ 7 - 25 ปี ทั้งในสถานศึกษาและนอกสถานศึกษาสังกัดต่างๆ รวมถึงเยาวชนกลุ่มพิเศษ ในความรับผิดชอบของหน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย กรมราชทัณฑ์ เป็นต้น มีความรู้ ความเข้าใจในหลักการและอุดมการณ์ของกาชาดและยุวกาชาด โดยสภากาชาดไทยได้นำหลักการและทักษะต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์ มาเผยแพร่แก่ยุวกาชาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการปฐมพยาบาล ซึ่งถือเป็นทักษะจำเป็นสำหรับการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บเบื้องต้น หรือการดูแลผู้บาดเจ็บที่มีอาการสาหัสด้วยอุปกรณ์ที่สามารถหาได้ง่ายโดยทั่วไป รวมถึงการปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวมด้วยจิตใจที่มีคุณธรรม ธำรงไว้ซึ่งความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

          จากการเสริมสร้างทักษะและปลูกฝังแนวคิดสู่การเป็นผู้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่วนรวมรุ่นแล้ว รุ่นเล่า วันนี้พวกเขาเหล่านั้น ล้วนสร้างสรรค์และเข้าร่วมในการช่วยเหลือกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมากมาย ทั้งในระดับปฏิบัติและในด้านของการให้ความรู้ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครป้องกันและเฝ้าระวังอุบัติเหตุ รวมถึงให้ความช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บในช่วงเทศกาลต่าง ๆ เช่น เทศกาลปีใหม่และเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้น ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าในแต่ละปีนั้น จะมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเฉลิมฉลองความสุขเป็นจำนวนมาก การเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครในการป้องกันสาธารณภัย การทำความสะอาดชุมชนต่าง ๆ ให้สะอาดปราศจากเชื้อโรค รวมทั้งการให้ความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องด้านสาธารณสุข เพื่อให้เกิดการนำไปปฏิบัติใช้อย่างถูกต้อง นำไปสู่สุขภาพอนามัยที่ดีของประชาชนอย่างแท้จริง

          เนื่องในโอกาสเวียนมาบรรจบครบรอบ 89 ปี แห่งการสถาปนากิจการยุวกาชาดไทย สำนักการลูกเสือ ยุวกาชาดและกิจการนักเรียน จึงกำหนดจัดงานวันคล้ายวันสถาปนายุวกาชาดไทย ประจำปี 2554 ในวันที่ 27 มกราคม 2554 ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ณ สนามศุภชลาศัย เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร เพื่อแสดงพลังและประกาศเจตนารมณ์ตั้งมั่นสู่การเป็นบุคคลที่พร้อมบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวม และให้การช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์แก่ผู้อื่นด้วยจิตใจที่มีคุณธรรมนั่นเอง

 

          ที่มา: http://www.naewna.com



โพสเมื่อ : 27 ม.ค. 54   อ่าน 9506 ครั้ง      คำค้นหา :
 


ข่าวอื่นน่าสนใจ
คุรุสภาแฉพิรุธม.เอกชนแหกกฏเปิดสอบป.บัณฑิตฝากเตือนนศ.ตจว.ระวัง
25 ต.ค. 54 | อ่าน 51262 ครั้ง
“วรวัจน์” เร่งยุบ กยศ.เข้ารวมกับ กรอ.และให้อยู่ภายในการบริหารงานของ ศธ.
14 ต.ค. 54 | อ่าน 55326 ครั้ง
โรงเรียนกวดวิชา
15 ธ.ค. 57 | อ่าน 403 ครั้ง
จ่อปรับโครงสร้างเงินเดือน ขรก. ครั้งใหญ่ "มนัส" ลั่นต้องดูอย่างรอบด้าน
04 ม.ค. 59 | อ่าน 276 ครั้ง
ถกสทศ.แก้ผลกระทบ’เด็กซิ่ว’ หลังสพฐ.ลุยใช้โอเน็ตถ่วงจีพีเอ
01 ส.ค. 55 | อ่าน 1291 ครั้ง
มอส.ขอ6เดือนยืดเวลาขอตั๋วครูสอบผ่าน-คุณสมบัติครบ49ราย
20 ธ.ค. 54 | อ่าน 68533 ครั้ง
นำโค้ดข่าวการศึกษา
ไปติดที่เว็บท่านได้ดังนี้
 

 


Copyright @ รับทำเว็บ 2010.